ทรู เร่งเครื่องทรานสฟอร์มองค์กรด้วย AI ดันธุรกิจโตต่อเนื่องปี 2570 ชูโมเดลบริหาร 6,000 พื้นที่ทั่วประเทศ

ทรู คอร์ปอเรชั่น กางแผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 2570 เดินหน้าปีที่ 2 ของกลยุทธ์ Big Moves ยกระดับองค์กรสู่ AI-first Telco Tech หลังผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ทำสถิติสูงสุด ชูเทคโนโลยี Network Twin เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย กระจายอำนาจบริหารผ่าน Nano Cluster กว่า 6,000 พื้นที่ พร้อมยกเครื่องธุรกิจลูกค้าองค์กร B2B ขยายบริการ Cloud, Cybersecurity และ AI ตั้งเป้าเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นรายได้และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศเร่งขยายผลโมเดลการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน ทั้งการบริหารโครงข่าย การให้บริการลูกค้า การพัฒนาบุคลากร และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อรักษาแรงส่งการเติบโตในปี 2570 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเปลี่ยนศักยภาพของเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง

บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 สะท้อนความคืบหน้าของการเปลี่ยนผ่านองค์กร และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เดินหน้าขยายโมเดลการทำงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมุ่งเพิ่มผลิตภาพ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และขีดความสามารถทางดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2570 ทรูจะเดินหน้าสู่ปีที่ 2 ของกลยุทธ์ Big Moves ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ Experience, Growth, AI และ People โดยให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำด้านเครือข่ายมือถือและบรอดแบนด์ การพัฒนาบริการที่ก้าวข้ามธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม การขยายตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) และการสร้างความร่วมมือกับระบบนิเวศธุรกิจภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) และ ARISE

เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนทรูจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมไปสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีธุรกิจโทรคมนาคมเป็นฐาน และใช้ AI เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนองค์กร หรือ AI-first Telco Tech

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของทรูจากนี้คือการรักษาแรงส่งการเติบโตของธุรกิจ ผ่านรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากเดิม โดยใช้ AI เป็นแกนกลางในการเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายระยะยาวขององค์กร

ทั้งนี้ ทรูไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือเครื่องมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เป็นรายกรณีเท่านั้น แต่เป็นรากฐานในการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ทั้งหมด โดยบริษัทเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ และเตรียมขยายผลให้เข้มข้นมากขึ้นในปี 2570

พลิกโมเดลธุรกิจ ใช้ AI สร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้

ทรูวางแนวทางปรับรูปแบบการทำงานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ หรือ End-to-end Domain Reinvention โดยยึดหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับธรรมาภิบาลองค์กร เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้สามารถสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจได้จริง

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวครอบคลุมทั้งกระบวนการทำงาน วิธีคิดขององค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคล และการประเมินมูลค่าทางธุรกิจที่เกิดจาก AI โดยให้คนและเทคโนโลยีทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ บริษัทกำหนดรูปแบบการจัดสรรบุคลากรออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ทำงานแบบรวมศูนย์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านองค์กร และกลุ่มบุคลากรที่กระจายอยู่ในหน่วยธุรกิจต่างๆ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายโดยตรง

ขณะเดียวกัน ได้กำหนดเป้าหมายของการนำ AI มาใช้ใน 3 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร และการสร้างการเติบโตด้านรายได้

ชู Network Twin ใช้ AI คาดการณ์ปัญหาโครงข่ายล่วงหน้า

หนึ่งในโครงการสำคัญของทรูคือ Network Twin ซึ่งเป็นการสร้างแบบจำลองโครงข่ายเสมือนบนระบบดิจิทัล เพื่อทำงานคู่ขนานกับโครงข่ายโทรคมนาคมจริง โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากองค์ประกอบต่างๆ ทั้งสถานีฐาน ระบบใยแก้วนำแสง ระบบไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล

ระบบดังกล่าวใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุความผิดปกติ คาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจพบความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุขัดข้อง รวมถึงวิเคราะห์หาสาเหตุและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริษัทบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการวางแผนปรับปรุงคุณภาพเครือข่ายในระยะยาว

ทรูมองว่าโครงข่ายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโทรคมนาคม เพราะคุณภาพสัญญาณ ความครอบคลุม และความต่อเนื่องในการให้บริการ ล้วนเป็นปัจจัยกำหนดความเชื่อมั่นและประสบการณ์ของลูกค้า การนำ AI มาใช้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและคุณภาพบริการ

กระจายอำนาจบริหารกว่า 6,000 พื้นที่ ดันพนักงาน 1,100 คนเป็น Mini-CEOs

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Nano Cluster ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการจากระบบรวมศูนย์ไปสู่การกระจายอำนาจให้ทีมงานในพื้นที่สามารถตัดสินใจและตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ทรูแบ่งตลาดทั่วประเทศออกเป็นพื้นที่ย่อยมากกว่า 6,000 พื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่มีขนาดประมาณ 600 x 600 เมตร พร้อมมอบหมายพนักงานในพื้นที่ประมาณ 1,100 คน ทำหน้าที่เสมือนผู้บริหารธุรกิจขนาดย่อย หรือ Mini-CEOs

พนักงานกลุ่มนี้มีหน้าที่รับผิดชอบเป้าหมายด้านรายได้ แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ และบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าในพื้นที่ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินใจจากส่วนกลางในทุกขั้นตอนเหมือนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการทำงาน บริษัทนำระบบ Intelligence as a Service มาใช้ โดยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำจาก AI ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยประกอบการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์

แนวทางดังกล่าวจะช่วยผสานความเข้าใจตลาดระดับพื้นที่เข้ากับข้อมูลภาพรวมของธุรกิจ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนวิธีคิดจากการแยกบริหารตามประเภทผลิตภัณฑ์ ไปสู่การบริหารตลาดโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ยกเครื่องธุรกิจ B2B ขยายบริการ Cloud–Cybersecurity–AI

ทรูยังเดินหน้าปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจลูกค้าองค์กรครั้งใหญ่ ภายใต้โครงการ B2B Domain Reinvention เพื่อยกระดับบทบาทของทีมงานจากพนักงานขายบริการโทรคมนาคม ไปสู่การเป็น Trusted Digital Solutions Partner หรือพันธมิตรด้านดิจิทัลที่ลูกค้าองค์กรสามารถไว้วางใจได้

แนวทางใหม่มุ่งให้ทีมงานเข้าใจปัญหาและความท้าทายทางธุรกิจของลูกค้าอย่างรอบด้าน สามารถวิเคราะห์โอกาสการเติบโต และนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร

AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและสังเคราะห์คำแนะนำเชิงธุรกิจ ทำให้พนักงานสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และขยายขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าได้ถึง 200–600 ราย

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังทำให้ขอบเขตบริการของทรูขยายจากการจำหน่ายบริการสื่อสารแบบดั้งเดิม ไปสู่การให้บริการเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพทางธุรกิจอาทิ Cloud, Cybersecurity, AI และโซลูชันดิจิทัลอื่นๆ

ทรูอ้างอิงข้อมูลจาก GSMA ซึ่งระบุว่า รายได้จากลูกค้าองค์กรคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 30% ของรายได้รวมของผู้ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำระดับโลก 11 ราย จึงมองว่าตลาด B2B เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

ซิกเว่กล่าวว่า การปรับรูปแบบธุรกิจ B2B เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ

ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านธุรกิจลูกค้าองค์กรจึงไม่ได้มุ่งตอบโจทย์การเติบโตของทรูเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเป้าหมายช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มผลิตภาพ เสริมความสามารถในการแข่งขัน และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลโซลูชัน

บริษัทเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคธุรกิจจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

เร่งอัปสกิลพนักงาน ปรับวัฒนธรรมองค์กรรับยุค AI

นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีและการปรับรูปแบบธุรกิจแล้ว ทรูให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร โดยมองว่าความสำเร็จของ AI Transformation ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความพร้อมของบุคลากรในการเปลี่ยนวิธีคิดและรูปแบบการทำงาน

บริษัทจึงเดินหน้ายกระดับทักษะ หรือ Upskill ให้กับพนักงาน พร้อมส่งเสริมทัศนคติที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ขณะเดียวกัน ยังใช้วัฒนธรรมองค์กร 4C เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย Caring การใส่ใจ, Credible ความน่าเชื่อถือ, Creative ความคิดสร้างสรรค์ และ Courage ความกล้าหาญ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการเติบโตของพนักงาน การเติบโตขององค์กร และการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ซิกเว่กล่าวทิ้งท้ายว่า หัวใจสำคัญของ AI Transformation เป็นเรื่องของมนุษย์มากกว่าเทคโนโลยี เพราะ AI มีบทบาทช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร ทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ให้บริการลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้พนักงานค้นพบและพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทั้งในระดับบุคคลและองค์กร

ทั้งนี้ ทรูตั้งเป้าใช้การเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วย AI เป็นรากฐานสำคัญในการรักษาการเติบโตของธุรกิจในปี 2570 พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขันของลูกค้าองค์กร และมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *