ทรู ปลุกพลัง “AI-Powered SMEs” ดันธุรกิจไทยโตด้วย AI ชูโมเดล Consumer Digital Twin ครั้งแรกของไทย

ทรู คอร์ปอเรชั่น ชี้ AI เป็นกุญแจสำคัญยกระดับศักยภาพ SME ไทยกว่า 3.3 ล้านราย หลังพบธุรกิจขนาดเล็กและกลางจ้างงานเกือบ 70% ของประเทศ แต่สร้าง GDP เพียง 35% พร้อมจับมือ EGG Digital พัฒนา LBM (Large Behavior Model) ผสานข้อมูลโทรคมนาคมและค้าปลีก สร้าง Consumer Digital Twin ครั้งแรกของไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าใจลูกค้าและทดสอบแนวคิดสินค้าใหม่ก่อนลงทุนจริง แนะสูตรเร่งการเติบโต “ทุน × เทคโนโลยี × คน” ผลักดัน SME สู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้แนวคิด “Small Today. Growing with AI” ผ่านการบรรยายพิเศษหัวข้อ “AI-Powered SMEs: The Next Engine of Thailand’s Growth” ภายในงาน FAST LANE GROWTH SUMMIT 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเสนอแนวทางเปลี่ยนบทบาท AI จากเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน ไปสู่กลไกหลักในการสร้างรายได้ เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

SME ไทยจ้างงานเกือบ 70% แต่สร้าง GDP เพียง 35%

ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มากกว่า 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญถึง 69.5% หรือเกือบ 7 ใน 10 ของกำลังแรงงานทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม SME ทั้งระบบกลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันเพียง 35% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สะท้อนช่องว่างด้านผลิตภาพแรงงานและประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสามารถยกระดับได้ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้

ทั้งนี้ AI จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างผลผลิต รายได้ และมูลค่าทางธุรกิจเพิ่มขึ้น แม้ใช้กำลังคนเท่าเดิมหรือน้อยลง โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญการแข่งขันสูงและข้อจำกัดด้านต้นทุน

สำหรับผลสำรวจการใช้ AI ในภาคธุรกิจไทย พบว่า มี SME เพียง 18-24% ที่นำ AI มาใช้งานอย่างจริงจังทั่วทั้งองค์กร โดยส่วนใหญ่ยังใช้เทคโนโลยีในระดับพื้นฐาน ขณะที่มีเพียง 17% ที่ประยุกต์ใช้ AI กับงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ส่วน SME ที่นำ AI ขั้นสูงมาใช้อย่างเต็มรูปแบบมีเพียง 9% แต่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้กลับมีผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน โดย 84% ระบุว่า AI ช่วยเพิ่มผลิตภาพการทำงาน 71% ระบุว่าช่วยเพิ่มรายได้ และ 64% สามารถนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้จริง หากผู้ประกอบการเลือกใช้อย่างเหมาะสมและเชื่อมโยงเข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ

ทรูจับมือ EGG Digital พัฒนา LBM สร้าง Consumer Digital Twin ครั้งแรกของไทย

ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในการพัฒนา AI คือข้อมูล โดยย้ำแนวคิดว่า “หากไม่มีมนุษย์ ก็ไม่มี Data และหากไม่มี Data ก็ไม่มี AI” เนื่องจากข้อมูลที่มีคุณภาพจะช่วยให้ระบบ AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ธุรกิจส่วนใหญ่มักใช้ข้อมูลภายในองค์กรเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าในมุมมอง 360 องศา แต่การแข่งขันยุคใหม่จำเป็นต้องขยายขอบเขตการวิเคราะห์เป็น 720 องศา และ 1,080 องศา เพื่อสร้างความเข้าใจผู้บริโภคอย่างรอบด้าน ทั้งพฤติกรรม ความสนใจ ช่วงวัย กำลังซื้อ ช่องทางการสื่อสาร และรูปแบบการใช้จ่าย

การวิเคราะห์ดังกล่าวอาศัย AI Analytics Framework เพื่อประมวลผลข้อมูลเชิงลึก และช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบสินค้า บริการ และกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมมือกับ EGG Digital ผสานข้อมูลผู้ใช้บริการโทรคมนาคมกว่า 55 ล้านราย กับข้อมูลผู้บริโภคจากธุรกิจค้าปลีกกว่า 20 ล้านราย ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนาโมเดล LBM หรือ Large Behavior Model สำหรับสร้าง Consumer Digital Twin ซึ่งทรูระบุว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

เทคโนโลยีดังกล่าวมีเป้าหมายจำลองรูปแบบการตัดสินใจของผู้บริโภค ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตั้งคำถาม วิเคราะห์ความต้องการ และทดสอบแนวคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง

แนวทางนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพัฒนาสินค้าที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มความแม่นยำในการวางแผนธุรกิจ และสร้างโอกาสแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันบุคลากรและผู้ประกอบการไทยให้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างเทคโนโลยี” ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง

แนะสูตรเร่งโต SME “ทุน × เทคโนโลยี × คน” ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน

ดร.ธีรเดช เสนอสมการสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้ SME ไทย ภายใต้แนวคิด “ทุน × เทคโนโลยี × คน” โดยทั้งสามองค์ประกอบต้องได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน เพื่อให้การนำ AI มาใช้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง

องค์ประกอบแรกคือ เงินทุน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเสริมสภาพคล่องและรองรับการขยายกิจการ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถลงทุนในเทคโนโลยีและปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

องค์ประกอบที่สองคือ เทคโนโลยี โดยทรูบิสิเนส (TrueBusiness) มีโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการ SME แบบครบวงจร พร้อมบริการดูแลระดับองค์กร ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ระบบเชื่อมต่อและการสื่อสาร เทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริการดังกล่าวสามารถจัดเป็นแพ็กเกจตามความต้องการเฉพาะของแต่ละประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ทีมขาย ธุรกิจบริการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะงานและงบประมาณ

ส่วนองค์ประกอบที่สามคือ คน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล โดยทรูสนับสนุนการพัฒนาทักษะบุคลากรผ่าน ทรู ดิจิทัล อคาเดมี (True Digital Academy) ทั้งการยกระดับทักษะเดิม (Upskill) และการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง

เปิด 5 งานหลักที่ SME ใช้ AI เพิ่มรายได้ ลดต้นทุนได้ทันที

ดร.ธีรเดช ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้จริงใน 5 กลุ่มงานหลัก ได้แก่ งานขาย การดูแลลูกค้า ระบบงานหลังบ้าน การผลิตคอนเทนต์ และการสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม 3 รูปแบบ ได้แก่

1. Chat Commerce เปลี่ยนบทสนทนาเป็นยอดขาย การนำ AI มาใช้ตอบคำถามและให้บริการลูกค้าผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเปลี่ยนบทสนทนาให้เป็นคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ

ระบบยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อสนับสนุนการทำตลาดแบบเฉพาะบุคคล ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายและกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ

2. Automation ลดภาระงานหลังบ้านการใช้ AI ร่วมกับระบบอัตโนมัติช่วยจัดการงานเอกสารและงานธุรการที่ต้องทำซ้ำเป็นประจำ เช่น ระบบบัญชี การบริหารสินค้าคงคลัง และการจัดการคำสั่งซื้อ เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาดจากการดำเนินงานด้วยมือ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรนำเวลาไปใช้กับงานที่สร้างมูลค่าให้ธุรกิจมากขึ้น

3. Content & Marketing เพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาด AI สามารถช่วยผู้ประกอบการขนาดเล็กผลิตคอนเทนต์ วางแผนแคมเปญการตลาด และวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

การใช้เทคโนโลยีในลักษณะนี้ช่วยลดเวลาและต้นทุนด้านการตลาด พร้อมเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพของคอนเทนต์ที่ใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจได้ตลอดวัน แต่การใช้งานจำเป็นต้องมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่ชัดเจน เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน

ตัวชี้วัดสำคัญประกอบด้วย ความรวดเร็วในการตอบลูกค้า จำนวนชั่วโมงทำงานที่ประหยัดได้ ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อ รายได้ต่อพนักงาน และอัตราการซื้อซ้ำของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจติดตามผลลัพธ์และปรับปรุงการใช้งาน AI ได้อย่างต่อเนื่อง

ชี้ธุรกิจต้องก้าวจากทดลองใช้ AI สู่การขับเคลื่อนองค์กรทั้งระบบ

ดร.ธีรเดช กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนขนาดใหญ่ แต่สามารถดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการทดลองใช้เครื่องมือ AI สำเร็จรูปกับงานที่มีความจำเป็นก่อน จากนั้นจึงพัฒนาไปสู่การเชื่อมโยง AI เข้ากับข้อมูลภายในธุรกิจ การสร้างระบบอัตโนมัติในกระบวนการทำงาน และการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ จนกระทั่ง AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินธุรกิจหลัก

หัวใจสำคัญของ AI Transformation ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งาน แต่ต้องปรับรูปแบบการทำงานภายในองค์กร ลดการทำงานแบบแยกส่วนหรือไซโล (Silo) และเชื่อมโยงข้อมูลกับกระบวนการต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเริ่มต้นใช้ AI ควรเลือกงานหนึ่งประเภทที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน พร้อมกำหนดตัวชี้วัดผลสำเร็จหนึ่งตัว และเริ่มทดลองใช้งานทันที ก่อนขยายผลไปยังส่วนอื่นของธุรกิจ

“คนตัวเล็ก ไม่ได้แปลว่าเราต้องคิดเล็ก วันนี้ เทคโนโลยี และ AI เปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสามารถสร้างศักยภาพทางธุรกิจได้มหาศาล หัวใจสำคัญของ AI Transformation คือ ทลายการทำงานแบบไซโล และเชื่อมโยงทุกกระบวนการอย่างไร้รอยต่อ เริ่มต้นง่ายๆ จากเลือกหนึ่งงาน กำหนดตัวชี้วัดเพียงหนึ่งตัว แล้วลงมือทำทันที เพื่อร่วมสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน” ดร.ธีรเดช กล่าวทิ้งท้าย

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *