รีวิว REDMI Pad 2 9.7 แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงจอ 2K งบไม่เกิน 6,000 บาท

การมีตัวเลือกในตลาดแท็บเล็ตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย กลายเป็นหัวใจหลักของ REDMI ที่รอบนี้ ทำตลาด REDMI Pad 2 ที่มากับขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว ได้น่าสนใจ เหมาะกับการเป็นแท็บเล็ตที่ไว้ใช้พกพาไปใช้งานเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ กับราคาเริ่มต้น 4,999 บาท

ดีไซน์หรูเกินราคา กับโลหะชิ้นเดียว

สัมผัสแรกของ REDMI Pad 2 9.7 ต้องยอมรับว่า Xiaomi ทำการบ้านมาดี ตัวเครื่องใช้ดีไซน์ฝาหลังโลหะชิ้นเดียว Metal Unibody ให้ความรู้สึกพรีเมียม แข็งแกร่ง และจับถือสบายมือด้วยความบาง 7.4 มม. และน้ำหนัก 406 กรัม การกระจายน้ำหนักได้สมดุลดี ไม่เมื่อยเวลาถือใช้งานนานๆ มีให้เลือก 2 สี สีเทา (Graphite Gray) และสีเงิน (Silver)

จุดเด่นสุดของแท็บเล็ตรุ่นนี้ คือ ห”น้าจอ IPS LCD ขนาด 9.7 นิ้ว ที่มากับอัตราส่วน 16:10 ความละเอียดสูงถึง 2K (2048 x 1280 พิกเซล) พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120 Hz ที่นับว่าหาได้ยากมากในแท็บเล็ตระดับราคานี้

ภาพที่ได้จึงจาก REDMI Pad 2 9.7 จึงคมชัด ลื่นไหล สมูทตา สบายคนละเรื่องกับแท็บเล็ตจอ HD ทั่วไป เมื่อร่วมกับความสว่าง 500 nits ในการใช้งานทั่วไป และ 600 nits ในโหมดกลางแจ้ง ทำให้ใช้งานได้ทุกที่อย่างสบายๆ

ตัวเครื่องยังมากับการถนอมสายตา 3 มาตรฐาน จาก TÜV Rheinland ประกอบด้วย Low Blue Light ลดแสงสีฟ้าผ่านซอฟต์แวร์ Flicker Free ใช้ระบบ DC Dimming ลดการกระพริบของหน้าจอในทุกระดับความสว่าง และ Circadian Friendly ปรับอุณหภูมิสีตามแสงธรรมชาติและนาฬิกาชีวิต


ภายในกล่องจะมาพร้อมกับสายชาร์จ และอะเดปเตอร์ ส่วนเคสจะเป็นแบบพับให้สามารถตั้งเครื่องได้เฉยๆ ไม่ได้รองรับเคสคีย์บอร์ด รวมถึงตัวเครื่องไม่รองรับการใช้งานคู่กับปากกา Redmi Smart Pen ด้วย

ในส่วนของแบตเตอรี ตัวเครื่องให้แบตฯ มาใหญ่ถึง 7,600 mAh แต่ตัวเครื่องรองรับการชาร์จเร็วที่ 18W เท่านั้น นับว่าค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนของ Xiaomi หรือ Redmi ในปัจจุบัน ทำให้ใช้ระยะเวลาการชาร์จเครื่องค่อนข้างนานกว่าจะเต็ม

เคสคีย์บอร์ดที่สามารถพับ เพื่อใช้ตั้งแท็บเล็ตได้
ปุ่มปรับระดับเสียง
ปุ่มเปิดเครื่อง

ชิปเซ็ตใหม่ รับการใช้งานทั่วไป

REDMI Pad 2 9.7 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 6s 4G Gen 2 ที่เป็นซีพียู Octa-core 2.9 GHz จับคู่กับ GPU Adreno 610 ทำคะแนน AnTuTu ทะลุ 400,000 คะแนน แรงกว่ารุ่นเดิมอย่าง REDMI Pad SE 8.7 (ชิป Helio G85) ถึง 34%

ส่วนหน่วยความจำใช้ RAM LPDDR4X 4GB และ ROM UFS 2.2 มีรุ่นความจุให้เลือกคือ 64GB และ 128 GB สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 2TB ซึ่งในจุดนี้ ต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์ตลาดที่ต้นทุน RAM สูงขึ้น ทำให้ในจุดนี้อาจเป็นข้อจำกัดในการใช้งานส่วนหนึ่งด้วย

จากการทดสอบใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เรียนออนไลน์ หรือเล่นโซเชียลมีเดียทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด แต่ยังไม่เหมาะกับการเล่นเกม 3D กราฟิกหนักๆ เพราะจะเกิดอาการเฟรมเรทร่วงและเกิดความร้อนสะสมได้ง่าย

ในเรื่องของระบบเสียง ตัวเครื่องมากับลำโพงคู่สเตอริโอ รองรับ Hi-Res Audio เสียงดังฟังชัด และยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ เหมาะมากสำหรับนักเรียนที่ต้องต่อหูฟังสายเรียนออนไลน์ หรือใช้เสียบหูฟังเพื่อรับชมความบันเทิงนอกสถานที่

กล้องหลังที่ให้มาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลช LED และ Auto Focus พอใช้งานสแกนเอกสาร หรือถ่ายพรีเซ็นเทชั่นได้ กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล จัดวางตำแหน่งให้อยู่ในแนวนอน เหมาะสำหรับการวิดีโอคอล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเชื่อมต่อ REDMI Pad 2 9.7 รุ่นนี้ รองรับแค่ Wi-Fi 5 และ Bluetooth 5.0 รวมถึงรุ่นใส่ซิมที่จำกัดไว้แค่ 4G LTE เท่านั้น ไม่รองรับ Wi-Fi 6 และ 5G ซึ่งถ้ามองถึงการใช้งานทั่วไป ก็นับว่าเพียงพออยู่

REDMI Pad 2 9.7 มากับระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 หน้าตาคลีนและลื่นไหลขึ้น มีฟีเจอร์เด่นๆ Shared Clipboard ในการคัดเลือกเนื้อหาจากสมาร์ทโฟนมาทำงานต่อเนื่องบนแท็บเล็ต หรือแม้ปต่ Call Synchronization ในการรับสายแทนบนมือถือ และฟีเจอร์จาก Google อย่าง Circle to Search ให้ใช้งานด้วย

สรุป

REDMI Pad 2 9.7 ถือเป็นแท็บเล็ตงบไม่เกิน 6,000 บาท ที่คุ้มค่าในแง่ของการเป็นแท็บเล็ตพกพาเพื่อความบันเทิงสตรีมมิ่งดูซีรีส์ หรือใช้เรียนออนไลน์สำหรับเด็กๆ จนถึงอ่าน e-Book หรือใช้เป็นหน้าจอกลางสำหรับควบคุม Smart Home ในบ้าน

REDMI Pad 2 9.7 มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ REDMI Pad 2 9.7 4GB+64GB ราคา 4,999 บาท 4GB+128GB เฉพาะช่องทางออนไลน์ ราคา 5,699 บาท และมีรุ่นใส่ซิมรองรับ 4G ในราคา 5,499 บาท สำหรับรุ่น 64GB และ 5,999 บาท สำหรับ 128 GB

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *