หูฟังที่ใส่อย่างไรก็ไม่หลุด!!  Ear (open) Blue Edition จาก Nothing ราคาโดนใจไม่ถึง 5 พัน

Nothing แบรนด์เทคโนโลยีสายแฟชันดีไซน์ เปิดตัว Ear (open) Blue Edition สีใหม่ล่าสุด เน้นใส่สบายตลอดทั้งวันแบบไม่หลุด เหมาะกับคนที่ต้องการเชื่อมต่อกับโลกผ่านเสียงเพลง โดยไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากสิ่งรอบตัว แต่เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้รับฟังสิ่งสำคัญได้พร้อมกันกับทั้งบทสนทนา เสียงรอบตัว และเพลงโปรด Ear (open) ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนองแนวคิดนี้

โดดเด่นที่ดีไซน์ตั้งแต่แรกเห็นใส่สบายไม่กลัวหลุด

Ear (open) Blue Edition ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบโปร่งใสที่เป็น DNA ของ Nothing ผสานรายละเอียดทาง วิศวกรรมเข้ากับความเรียบง่ายอย่างลงตัว เผยให้เห็นองค์ประกอบภายในบางส่วน ของตัวอุปกรณ์ สร้างความแตกต่างจากหูฟังในตลาดที่มักถูกออกแบบให้เหมือนกันหมด

เบื้องหลังรูปลักษณ์ที่โดดเด่นคือการพัฒนาเพื่อความสบายในการใช้งานจริง Nothing ได้ศึกษารูปทรงใบหูจากผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อออกแบบโครงสร้างเกี่ยวหูที่สามารถกระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล ช่วยลดแรงกดทับระหว่างการสวมใส่ เป็นเวลานาน ด้วยน้ำหนักเพียง 8.1 กรัมต่อข้าง Ear (open) สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเดินทาง ทำงาน หรือออกกำลังกาย โดยยังคงความกระชับและมั่นคงแม้ขณะเคลื่อนไหว

Ear (open) ไม่ได้ถูกออกแบบให้เบาเพียงอย่างเดียวแต่ยังได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างละเอียด โดยตัวหูฟังถูกวางในมุมเอียง 50 องศา เพื่อจัดตำแหน่งลำโพงให้อยู่เหนือใบหูในจุดที่สบายที่สุดในเชิงวิศวกรรม ตำแหน่งดังกล่าวอยู่ระหว่างบริเวณโคนใบหู (Helix Root) และกระดูกอ่อนด้านหน้าใบหู (Tragus) ช่วยให้เสียงถูกส่งเข้าสู่ช่องหูได้อย่าง มีประสิทธิภาพ พร้อมลดแรงกดทับจากการสวมใส่เป็นเวลานานทำให้ได้ประสบการณ์การสวมใส่ที่เบาสบายจนแทบลืมว่ากำลังสวมหูฟังอยู่หรือที่ Nothing เรียกว่า Feels like Nothing

โครงสร้างเกี่ยวหูผลิตจาก Nickel-Titanium Memory Wire วัสดุระดับพรีเมียม ที่มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง และคืนรูปได้อย่างแม่นยำพร้อมหุ้มด้วยซิลิโคนเกรดพรีเมียมที่อ่อนนุ่มต่อผิวสัมผัส และทนทานต่อเหงื่อ ช่วยให้ Ear (open) พร้อมรองรับการใช้งานในทุกกิจกรรม เพื่อสร้างความสบายสูงสุด Nothing ยังพัฒนาระบบสมดุล แบบสามจุด (Three-Point Balance System) ที่กระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้า ด้านบน และด้านหลังของใบหูอย่างสมดุล

การออกแบบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการทดสอบและรับฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานทั่วโลกหลายรอบ จนได้รูปทรงที่สามารถรองรับสรีระหูที่หลากหลายได้อย่างลงตัว ส่วนตะขอเกี่ยวหูถูกออกแบบให้มีความหนาไล่ระดับจากบางไปหนา พร้อมใช้ซิลิโคนชนิดอ่อนโยนต่อผิว ช่วยลดแรงกดบริเวณจุดสัมผัสสำคัญ และเพิ่มความยืดหยุ่น ระหว่างการเคลื่อนไหว ขณะที่เคสชาร์จได้รับการออกแบบให้บางเพียง 19 มิลลิเมตรทำให้พกพาได้สะดวกในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงโดยไม่เพิ่มภาระในการพกพา

การสร้างคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมบนหูฟัง Open-Ear ถือเป็นหนึ่งในความท้าทาย ทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุด เนื่องจากตัวหูฟังไม่ได้ปิดกั้นช่องหูเหมือนหูฟังแบบ In-Ear ทั่วไป

Nothing พัฒนาระบบอะคูสติกของ Ear (open) ขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยใช้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อรองรับรูปแบบการฟังแบบ Open-Ear โดยเฉพาะ ช่วยสร้างพลังเสียงที่เต็มอิ่ม พร้อมถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างแม่นยำในทุกย่านความถี่

หัวใจสำคัญของระบบเสียงคือไดรเวอร์แบบ Stepped Driver Design ซึ่งแตกต่าง จากไดรเวอร์แบบดั้งเดิมที่จัดวางองค์ประกอบในแนวเส้นตรง

Nothing เลือกใช้โครงสร้างแบบขั้นบันได (Stepped Structure) เพื่อขยับตำแหน่งกำเนิดเสียงให้เข้าใกล้ช่องหูมากยิ่งขึ้นส่งผลให้เสียงมีความสม่ำเสมอมากขึ้นในผู้ใช้งานแต่ละคน โดยไม่ลดทอนความสบายในการสวมใส่ นี่คือหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมที่ช่วยให้ Ear (open) สามารถมอบคุณภาพเสียงที่เหนือกว่าหูฟัง Open-Ear ทั่วไป

ระบบเสียงได้รับการปรับแต่งร่วมกับ Dirac ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเสียงระดับโลก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความโปร่ง ความชัดเจน และความเป็นธรรมชาติของเสียงทำให้ Ear (open) สามารถถ่ายทอดอารมณ์ ของดนตรีได้อย่างครบถ้วนในทุกแนวเพลง

เปิดรับโลกภายนอกโดยไม่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของหูฟัง Open-Ear คือปัญหาเสียงรั่วไหล แต่ Ear (open) ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าวด้วยเทคโนโลยี Sound Seal System

ระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับลำโพง 2 ตัว ตัวหนึ่งทำหน้าที่กำหนดทิศทางเสียงไปยังช่องหู อีกตัวหนึ่งสร้างคลื่นเสียงมาหักล้างเสียงรั่วไหลที่จากช่องหู ทำให้มีความเป็นส่วนตัวระหว่างใช้งานมากขึ้น ช่วยลดการรั่วไหลของเสียงออกสู่สภาพแวดล้อมโดยรอบ และเพิ่มความเป็นส่วนตัวระหว่างการฟังเพลง การประชุมออนไลน์ หรือการรับสายโทรศัพท์ในพื้นที่สาธารณะ

ผลลัพธ์คือประสบการณ์การฟังที่ยังคงเปิดรับโลกภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

เสียงที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง

Nothing เชื่อว่าประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดไม่ใช่เสียงที่ถูกกำหนดมาให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือเสียงที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้ตามความชอบของตัวเองผ่านแอป Nothing X ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างละเอียดด้วย Advanced 8-Band EQ พร้อมสร้าง บันทึก และแชร์ EQ Profile ของตนเองได้อย่างอิสระ

แบตเตอรี่ที่ยาวนานและเทคโนโลยี AI Ear (open) มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัวในแต่ละข้างและเทคโนโลยี Clear Voice Technology ที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI เพื่อช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวน รอบข้างแบบเรียลไทม์ทำให้การสนทนามีความชัดเจนยิ่งขึ้นแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ตัวหูฟังสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุด 30 ชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง ระบบชาร์จเร็วช่วยให้ชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง

Ear (open) ยังรองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับทั้งระบบ iOS และ Android ได้อย่างราบรื่น รวมถึงการใช้งาน ChatGPT บนอุปกรณ์ที่ใช้ Nothing OS เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ให้สะดวกและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

นอกจาก Ear (open) แล้ว Nothing ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม audio ที่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือก ประสบการณ์การ ฟังที่เหมาะกับตัวเองได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม Ear คือหูฟัง True Wireless ที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบคุณภาพเสียงที่โดดเด่นในทุกมิติ มาพร้อมระบบเสียง ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของดนตรีได้อย่างครบถ้วน ทั้งพลังเสียงเบสที่หนักแน่น เสียงร้องที่ชัดเจน และมิติเสียงที่เป็นธรรมชาติรองรับฟีเจอร์ Active Noise Cancellation (ANC) ช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้างพร้อมโหมด Transparency สำหรับการรับฟังเสียงภายนอก เมื่อต้องการเชื่อมต่อการใช้งานผ่านแอป Nothing X เพื่อปรับแต่งประสบการณ์ การฟังให้เหมาะกับสไตล์ของผู้ใช้งานแต่ละคน

ขณะที่ CMF Buds 2a ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่มองหาหูฟังที่ครบครันทั้งด้านฟังก์ชัน คุณภาพเสียง และความคุ้มค่ามาพร้อมไดรเวอร์ Bio-fibre ขนาด 12.4 มิลลิเมตร ที่ได้รับการปรับจูนโดย Dirac พร้อมเทคโนโลยี Ultra Bass Technology 2.0 ช่วย เพิ่มพลังเสียงเบสให้หนักแน่นยิ่งขึ้น รองรับระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation สูงสุด 42dB และ Transparency Mode สำหรับการรับฟังเสียงรอบตัวได้อย่างสะดวก

CMF Buds 2a มาพร้อม Bluetooth 5.4 รองรับ Dual Device Connection สำหรับการสลับการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น พร้อมแบตเตอรี่ ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 35.5 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ และมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การมาถึงของ Ear (open) Blue Edition, Ear (3) และ CMF Buds 2a สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nothing และ CMF by Nothing ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเสียงสำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการเปิดรับโลกภายนอกตลอดเวลา ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมไปจนถึงผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในชีวิตประจำวัน

Ear (open) Blue Edition Drop ครั้งแรกในประเทศไทย

เพื่อฉลองการเปิดตัว Ear (open) Blue Edition สีฟ้าใหม่ล่าสุด Nothing เตรียมจัดกิจกรรม Ear (open) Blue Edition Drop ร่วมกับแบรนด์สตรีทแฟชั่นไทย “ลงนวมบอยส์” ในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้านลงนวมบอยส์ ชั้น 4 โซน Central Zone Street Fashion ศูนย์การค้า centralwOrld

ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ Ear (open) Blue Edition สีฟ้าเป็นกลุ่มแรกในประเทศไทย พร้อมรับสิทธิ์ซื้อสินค้าผ่านกิจกรรม Drop สไตล์เดียวกับวงการสตรีทแฟชั่นที่ผสานโลกของเทคโนโลยี ดีไซน์ และวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้าด้วยกันในแบบฉบับของ Nothing

พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ Ear (open) Blue Edition ภายในงาน รับฟรีเซ็ตของขวัญ Limited Edition จาก Nothing และลงนวมบอยส์ ประกอบด้วย Nothing x ลงนวมบอยส์ T-Shirt และ Nothing Raincoat มูลค่ารวม 2,399 บาท จำกัดเฉพาะ 30 คนแรกหรือจนกว่าสินค้าจะหมด

Nothing Ear (open) Blue Edition วางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 4,499 บาท พิเศษระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2569 รับราคาเพียง 4,199 บาท ผ่าน TikTok Shop พร้อมส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 25% และรับฟรี Nothing Thermal Cup มูลค่า 999 บาท

สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังคู่ใหม่ CMF Buds 2a จะมาพร้อมโปรโมชันพิเศษบน TikTok Shop ระหว่างวันที่ 1 – 7 มิถุนายน 2569 ในราคาพิเศษ 1,299 บาท จากปกติ 1,499 บาท พร้อมส่วนลด สูงสุด 20% และฟรีค่าจัดส่ง เฉพาะช่วงโปรโมชันเท่านั้น และสำหรับ Ear (3) มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีขาว ราคา 5,799 บาท พิเศษเมื่อซื้อคู่กับสินค้าที่ร่วมรายการ รับส่วนลดทันที 20% 

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *