บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันไอทีชั้นนำระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ และเป็นบริษัทในเครือของวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2024 ฟันรายได้กว่า 21,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 อยู่ที่ 19,000 ล้านบาท คาดปิดยอดสิ้นปี 2024 แตะที่ 40,000 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากงานโปรเจกต์ใหญ่ มูลค่ากว่า 15 ล้านดอลลาร์ยูเอส พร้อมเดินหน้าโกยกำไรงานด้านโซลูชันเอนเตอร์ไพรส์จากการเปิดแผนก Solution Professional Services
สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก สามารถทำยอดขายเติบโตตามเป้า ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้ 21,000 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 19,000 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่มสินค้าไอทีด้านฮาร์ดแวร์ คอมเมอร์เชียล เอนเตอร์ไพรส์ และดีไวซ์แอนด์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันในพอร์ตโฟลิโอของเราถือแบรนด์ชั้นนำอยู่กว่า 70 แบรนด์ เรียกได้ว่าตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ในฐานะดิสทริบิวเตอร์ชั้นนำด้านไอที
สำหรับในครึ่งปีหลัง เรามีโปรเจกต์ใหญ่ และเปิดแผนก Solution Professional Services ให้บริการงานออกแบบ, วางระบบ, ติดตั้งและดูแลรักษาระบบไอทีในแบบบูรณาการ เพราะเล็งเห็นการเติบโตของบริการไอทีเซอร์วิสแบบเบ็ดเสร็จ ที่สำคัญคือส่วนนี้จะช่วยทำกำไรให้บริษัทเพิ่มขึ้น คาดว่าช่วงแรกจะสามารถทำกำไรได้ประมาณ 15% ของรายได้ ในขณะที่สัดส่วนของฮาร์ดแวร์จะอยู่ที่ 85% รวมถึงเทคโนโลยี AI ของแต่ละแบรนด์ที่กำลังจะเข้ามาในช่วง Q4 โดยมีแผนสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชันในระดับโลคัล หรือ Independent Software Vendor (ISV) เพื่อพัฒนาต่อยอดแอปพลิเคชันการใช้งาน AI ให้เป็นโซลูชันแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเล็งเห็นความสำคัญในการนำ AI มาใช้ในองค์กร เพื่อให้พนักงานทำงานได้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมองว่า AI สามารถช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับการทำงานได้ ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาระบบ และเริ่มใช้ในหลายแผนก อาทิ แผนกบัญชีและการเงิน ทรัพยากรบุคคล เลขานุการบริษัท และงานด้านโลจิสติกส์ โดยเบื้องต้นยังคงมุ่งเน้นให้ความรู้กับพนักงานในการนำ AI ไปใช้ในงานด้านต่างๆ ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบซึ่งเน้นย้ำและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
ธเนศ พันธ์สุขุมธนา รองประธานบริหาร กล่าวเสริมว่า ตลาดคอมเมอร์เชียลในครึ่งปีแรกยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง จากการลงทุนที่ต่อเนื่องจากภาคเอกชน ซึ่งในครึ่งปีหลังเรามองว่าจะสามารถเติบโตได้มากกว่า 20% โดยคาดหวังว่างบประมาณจากทางภาครัฐ จะเริ่มมีการใช้จ่ายออกมาภายในไตรมาส3และ4นอกจากนี้การเปิดสำนักงานขายจำนวน 11 สาขาในต่างจังหวัดถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มอัตราการเติบโตทั้งในส่วนของสินค้าคอมเมอร์เชียลและโซลูชันซึ่งมองว่าจะสามารถเปิดสาขาได้เพิ่มมากขึ้นอีกในเมืองรองต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมพาร์ทเนอร์รายสำคัญได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
บุญชัย อัศวชัยสุวิกรม ประธานฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจในกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์ ครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าที่ตั้งไว้ จากโปรเจกต์ต่างๆ ของทางหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ในส่วนครึ่งปีหลังคาดการณ์ว่าจะเติบโตกว่า 30% โดยวีเอสที เตรียมเข้ามามีบทบาทในการจัดหาสินค้าไอทีให้กับบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ AI ของคนไทย ซึ่งจะเปิดในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด AI นับเป็นเจ้าแรกที่ลงทุนและถือว่าใหญ่ที่สุดในไทย โดยทางวีเอสที จะทำหน้าที่ซัพพอร์ตสินค้าบางส่วนในฐานะไอทีดิสทริบิวเตอร์ เพราะการทำงานของ AI เซิร์ฟเวอร์นั้น ต้องมีการวางระบบระบายความร้อนกันใหม่ รวมถึงระบบเน็ตเวิร์กก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมดด้วย เพื่อรองรับการประมวลผลที่เร็วมากขึ้น
คุณากร อินทร์แก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์กลุ่มคอนซูเมอร์ กล่าวว่า ฝั่งคอนซูเมอร์ครึ่งปีแรกในแง่ยูนิตโต 9% แต่ในแง่รายได้ถือว่ายังทรงตัว ผลจากการอิ่มตัวของตลาดเกมมิ่ง คาดว่าไตรมาส 4 ในฐานะที่เป็นเบอร์ 1 ด้านแล็ปท็อปในตลาด หลังจากที่สินค้าด้าน AI เข้ามา เราและเวนเดอร์มีแผนร่วมกันที่จะผลักดัน knowledge และ Technology AI เข้าสู่ตลาด เพื่อเสริมรายได้ให้พอร์ตของเราเติบโตร่วมกันมากยิ่งขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่วนภาพรวมธุรกิจพรินต์เตอร์ ยังคงทรงตัวในครึ่งปีแรก เนื่องจากปัญหาสินค้าขาดตลาด แต่อย่างไรก็ตามในครึ่งปีหลังสินค้าพร้อมขายมากขึ้น และทางทีมมีแผนขยายตลาดในส่วนของ Print ICT Model ด้วยโปรแกรมต่างๆ เพื่อดันยอดขายเพิ่ม
ธนเสฏฐ์ โมระศิลปิน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์ดีไวซ์และไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า ปีนี้ตลาดมือถือของเราต้องเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเติบโตขึ้นมากกว่า 100% ตอนนี้สามารถเข้าไปกินแชร์ในทุกเซกเมนต์ของตลาดแล้ว จากยอดขายปีนี้ตัวโทรศัพท์แบบ flip ถือว่ามาแรงและขายดีมาก เหตุผลจากทั้งด้วยราคา โปรโมชันและช่วงเวลา สำหรับในครึ่งปีแรกโทรศัพท์ในกลุ่มของ mid to high นั้น แบรนด์ที่ขายดีที่สุดในพอร์ตของเราคือ ซัมซุง ในขณะที่กลุ่ม mid to low แบรนด์ที่มีเปอร์เซนต์ของการเติบโตสูงที่สุด คือ ZTE ผลพวงจากการเปิดเซกเมนต์ใหม่เป็นสินค้าด้านมิวสิคโฟนในราคาที่จับต้องได้ ในขณะที่ตัว low-end ของ ZTE เองก็ตอบโจทย์ pain point ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมเช่นกัน ทั้งด้านแบตเตอรี่ จอขนาดใหญ่ และการรับประกันที่ยาวนาน