ไปรษณีย์ไทย เปิดระบบกรอก PID ผ่าน DPost Inter ส่งสินค้าไป EU 27 ประเทศ รับกฎศุลกากรใหม่ เรียกค่าธรรมเนียม 2 ยูโรต่อรายการ

ไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ e-Commerce และ SME ไทย ส่งสินค้าไปสหภาพยุโรป 27 ประเทศ เปิดให้กรอกรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (PID) ผ่านระบบ DPost Inter รองรับข้อกำหนดศุลกากรสำหรับสินค้าออนไลน์มูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร พร้อมแจ้งมาตรการ EU Handling Fee อัตรา 2 ยูโรต่อรายการสินค้าในใบขนศุลกากร มีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 แนะผู้ส่งเตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง ลดความเสี่ยงพัสดุติดปัญหาที่ประเทศปลายทาง

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เปิดให้ผู้ใช้บริการกรอกข้อมูลรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (Product Identifier: PID) ผ่านเว็บไซต์ DPost Inter เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดเตรียมข้อมูลสินค้าและเอกสารสำแดงศุลกากร สำหรับการส่งพัสดุไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้อย่างถูกต้อง ลดความผิดพลาดในการจัดส่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าระหว่างประเทศ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ e-Commerce ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการส่งสินค้าและสิ่งของไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ให้สามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบศุลกากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด ไปรษณีย์ไทยเปิดให้ผู้ใช้บริการระบุรหัสผลิตภัณฑ์ PID ผ่านขั้นตอนการจัดทำจ่าหน้าพัสดุบนเว็บไซต์ DPost Interโดยผู้ส่งสามารถกรอกรายละเอียดสินค้าและข้อมูลประกอบการสำแดงศุลกากรได้ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศมีความครบถ้วนและถูกต้องมากยิ่งขึ้น

สินค้าออนไลน์มูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ต้องระบุรหัส PID

ภายใต้ข้อกำหนดศุลกากรใหม่ของสหภาพยุโรป สินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางการซื้อขายออนไลน์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร ต้องระบุรหัสผลิตภัณฑ์ หรือ Product Identifier (PID) เพื่อให้หน่วยงานศุลกากรสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้า ระบุประเภทผลิตภัณฑ์ และติดตามความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและมาตรฐานของสหภาพยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ รหัส PID แบ่งออกเป็น 3 ประเภทสำคัญ ได้แก่

1. Merchant Product Identifier รหัสสินค้าที่กำหนดโดยผู้ขาย ร้านค้าออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้า เช่น Seller SKU หรือ Listing ID ซึ่งใช้ระบุสินค้าภายในระบบการขายของผู้ประกอบการ

2. Non-Standardised Manufacturer Product Identifier รหัสสินค้าที่กำหนดโดยผู้ผลิต เช่น Model Number, Part Number หรือ Product Code ซึ่งใช้แสดงข้อมูลเฉพาะของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น

3. Standardised Manufacturer Product Identifier รหัสสินค้ามาตรฐานสากล หรือรหัสที่ปรากฏใต้บาร์โค้ดบนฉลากสินค้า เช่น GTIN, UPC หรือ ISBN โดยผู้ส่งต้องระบุรหัสดังกล่าวหากสินค้านั้นมีรหัสมาตรฐานกำกับอยู่

การระบุข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้หน่วยงานศุลกากรปลายทางสามารถตรวจสอบรายละเอียดสินค้าที่ส่งเข้าประเทศได้อย่างชัดเจน และลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์จริง

ย้ำรหัส PID ต้องตรงสินค้า ความยาวไม่เกิน 35 ตัวอักษร

ไปรษณีย์ไทยแนะนำให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการตรวจสอบความถูกต้องของรหัส PID ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยรหัสที่นำมากรอกต้องเป็นรหัสจริงของสินค้าที่ส่ง สามารถระบุสินค้าแต่ละรายการได้อย่างเฉพาะเจาะจง และมีความยาวไม่เกิน 35 ตัวอักษรต่อรายการ

นอกจากนี้ ควรใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขตามรูปแบบมาตรฐานที่ระบบรองรับ หลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรภาษาอื่น เครื่องหมายวรรคตอน สัญลักษณ์ อักขระพิเศษ และ Emoji โดยเฉพาะการใช้ข้อความหรือรหัสที่ไม่สามารถระบุสินค้าได้จริง เช่น N/A, ***, 0, 999999, 1 หรือ A ไม่ควรนำมาใช้แทนรหัสผลิตภัณฑ์ เนื่องจากอาจทำให้ข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดและเกิดปัญหาในขั้นตอนตรวจสอบทางศุลกากร

ไปรษณีย์ไทยระบุว่า การจัดเตรียมข้อมูล PID ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทางมีความสำคัญต่อกระบวนการขนส่งระหว่างประเทศ เพราะช่วยลดโอกาสเกิดความล่าช้าจากการตรวจสอบข้อมูลสินค้า และเพิ่มความพร้อมในการดำเนินพิธีการศุลกากรที่ประเทศปลายทาง

EU เรียกค่าธรรมเนียมใหม่ 2 ยูโรต่อรายการสินค้า เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569

นอกจากการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้ว ไปรษณีย์ไทยยังแจ้งรายละเอียดมาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการสินค้านำเข้าของสหภาพยุโรป หรือ EU Handling Fee ซึ่งตามข้อมูลที่ไปรษณีย์ไทยประกาศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

มาตรการดังกล่าวกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม 2 ยูโรต่อรายการสินค้าในใบขนสินค้าศุลกากร (Import Customs Declaration Line Item) โดยการคำนวณพิจารณาจากจำนวนรายการที่ระบุในใบขนสินค้าศุลกากร ไม่ใช่จำนวนกล่องพัสดุหรือจำนวนชิ้นสินค้าทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้ส่งและผู้รับยังอาจมีภาระชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อากร และค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมดังกล่าวสำหรับ EU Handling Fee เป็นมาตรการที่สหภาพยุโรปกำหนดขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนการตรวจสอบข้อมูลสินค้า การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการดำเนินงานของหน่วยงานศุลกากร โดยไม่ใช่ค่าบริการที่ผู้ให้บริการขนส่งเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง

ไปรษณีย์ไทยจึงแนะนำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบจำนวนรายการสินค้าในใบขนศุลกากร รวมถึงตกลงเงื่อนไขการรับผิดชอบภาษีและค่าธรรมเนียมระหว่างผู้ส่งกับผู้รับให้ชัดเจนก่อนจัดส่ง เพื่อให้สามารถวางแผนต้นทุนได้อย่างเหมาะสม และลดปัญหาค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

แนะผู้ค้าออนไลน์เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนส่งออก

ไปรษณีย์ไทยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านศุลกากรของสหภาพยุโรปส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลสินค้าและเอกสารประกอบการจัดส่งมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์และการเตรียมรหัส PID ให้ตรงตามเงื่อนไข

บริษัทพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและผู้ใช้บริการในการปรับตัวให้ทันต่อข้อกำหนดใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านพิธีการศุลกากร เพิ่มความสะดวกในการส่งสินค้าไปต่างประเทศ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศของผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการและประชาชนที่ต้องการส่งสินค้าไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สามารถกรอกข้อมูล PID ผ่านเว็บไซต์ https://dpostinter.thailandpost.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องบริการ Fast Lane ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th และ THP Contact Center โทร. 1545

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *