Nothing Thailand แบรนด์เทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษ ประกาศทำตลาดหูฟังไร้สาย CMF by Nothing ในไทย 3 รุ่น ได้แก่ CMF Clip Pro หูฟังแบบเปิดหูชนิดคลิปหนีบรุ่นแรก ราคา 3,999 บาท, CMF Buds Pro 2 เพิ่มทางเลือกสีใหม่ ราคา 2,399 บาท และ CMF Buds Neo ราคา 1,099 บาท ครอบคลุมผู้ใช้งานที่เน้นความสบายในการสวมใส่ คุณภาพเสียง และความคุ้มค่า พร้อมทยอยวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569

พลภัทร สายบัวทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Nothing ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า CMF by Nothing มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีในราคาที่เข้าถึงได้ การนำหูฟังทั้ง 3 รุ่นเข้าสู่ตลาดไทยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและคุณภาพเสียง ไปจนถึงผู้ใช้งานสายสปอร์ตและผู้ที่ต้องการความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน





CMF Clip Pro เป็นหูฟังไร้สายแบบ Open-Ear ชนิดคลิปหนีบหูรุ่นแรกที่ Nothing และ CMF by Nothing วางจำหน่าย ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มีน้ำหนักข้างละ 5.92 กรัม ใช้โครงสร้างรูปตัว C เสริมด้วยแกนลวดไทเทเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น โดยไม่ปิดกั้นรูหู ทำให้ผู้สวมใส่ยังได้ยินเสียงรอบข้างระหว่างทำกิจกรรม
ด้านระบบเสียง CMF Clip Pro ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกแม่เหล็กคู่ขนาด 10.8 มิลลิเมตร พร้อม Ultra Bass Technology และรองรับ LDAC รวมถึงระบบ Sound Seal ที่ออกแบบมาเพื่อลดเสียงรั่วไหลสู่ภายนอก ส่วนการสนทนาใช้ไมโครโฟน 4 ตัว ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผล VPU เพื่อช่วยแยกเสียงพูดให้ชัดเจน
หูฟังรุ่นนี้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 รองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP54 พร้อมเคสชาร์จที่มีปุ่ม Smart Dial สำหรับควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ โดยบริษัทระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานรวมได้สูงสุด 32.5 ชั่วโมง ราคา 3,999 บาท เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับ CMF Buds Pro 2 เพิ่มทางเลือกสีใหม่ให้กับหูฟังรุ่นเดิม โดยใช้ระบบไดรเวอร์คู่ ประกอบด้วยไดรเวอร์เบสขนาด 11 มิลลิเมตร และทวีตเตอร์ Micro-planar ขนาด 6 มิลลิเมตร รองรับ LDAC, Hi-Res Audio Wireless และ Spatial Audio Effect เพื่อเพิ่มมิติในการฟังเสียง
CMF Buds Pro 2 มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Smart Hybrid Active Noise Cancellation สามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 50 เดซิเบล มีโหมดรับเสียงภายนอก หรือ Transparency Mode และไมโครโฟน 6 ตัว พร้อม Clear Voice Technology เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนและเสียงลมระหว่างสนทนา
เคสชาร์จของรุ่นนี้ติดตั้ง Smart Dial ที่สามารถหมุนเพื่อปรับระดับเสียง หรือกดเพื่อควบคุมการเล่นเพลงและรับสายได้ ตัวหูฟังรองรับ Bluetooth 5.3 และมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP55 โดยระบุระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่รวมสูงสุด 43 ชั่วโมง วางจำหน่ายราคา 2,399 บาท มีสีขาว สีดำ และสีเขียวใหม่ให้เลือกซื้อแล้ว ณ วันที่ประกาศ ส่วนสีชมพูมีกำหนดวางจำหน่ายภายในเดือนตุลาคม 2569
ด้าน CMF Buds Neo เป็นหูฟังไร้สายราคาเริ่มต้น 1,099 บาท ใช้ดีไซน์ทูโทน พร้อมเคสชาร์จทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนและองค์ประกอบปุ่มหมุนอันเป็นเอกลักษณ์ของ CMF ภายในติดตั้งไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12.4 มิลลิเมตร แบบ Titanium-coated PET Dome พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบปรับอัตโนมัติ หรือ Adaptive Active Noise Cancellation สูงสุด 35 เดซิเบล และระบบเสียง Spatial Audio
CMF Buds Neo รองรับ Bluetooth 6.0 และการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์ หรือ Dual-Device Connection ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน Nothing X ได้ พร้อมไมโครโฟน 4 ตัวสำหรับการสนทนา แบตเตอรี่เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จมีระยะเวลาใช้งานรวมสูงสุด 52 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 4 ตุลาคม 2569
หูฟัง CMF by Nothing ทั้ง 3 รุ่นจะจำหน่ายตามกำหนดของแต่ละรุ่น ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการบน Shopee, Lazada และ TikTok Shop รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ได้แก่ AIS, Banana, Dotlife, Power Buy และ True

Nothing เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากกรุงลอนดอน พัฒนาสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสียงโดยให้ความสำคัญกับดีไซน์ เสียง และประสบการณ์ใช้งาน ภายใต้แนวคิดการทำให้เทคโนโลยีกลับมาสนุกอีกครั้ง พร้อมเชื่อมโยงวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และชุมชนผู้ใช้งานเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับคนรุ่นใหม่


