ทรูส่งเครื่องปั่นไฟเสริมสถานีฐานแฟลตคลองจั่น เกาะติดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ เฝ้าระวังน้ำท่วม 11 จังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง

ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งทีมวิศวกรลุยน้ำท่วมแฟลตเคหะคลองจั่น ใช้เรือท้องแบนขนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสริมสถานีฐาน หลังมีการตัดไฟบางจุดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเพิ่มการเฝ้าระวังโครงข่ายใน 11 จังหวัด หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ นำ AI วิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้าและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการสื่อสารของประชาชนและหน่วยงานช่วยเหลือ

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่า ทีมวิศวกรเครือข่ายได้เข้าดูแลระบบสื่อสารในพื้นที่แฟลตเคหะคลองจั่น ซึ่งเผชิญน้ำท่วมขังยืดเยื้อ โดยลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอะไหล่ที่จำเป็นด้วยเรือท้องแบน ผ่านจุดที่มีระดับน้ำสูงถึงอก ก่อนนำอุปกรณ์ขึ้นอาคารแฟลตและติดตั้งระบบจ่ายไฟให้สถานีฐานบนอาคาร เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรองรับการโทรและการใช้งานดาต้าภายในชุมชน

การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ใช้มาตรการดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางจุด ทรูจึงเพิ่มการรองรับสัญญาณจากสถานีฐานบริเวณใกล้เคียง โดยบริษัทระบุว่าประชาชนยังสามารถติดต่อสื่อสารได้ตามปกติ พร้อมนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าจ่ายไฟให้สถานีฐานภายในชุมชนเพิ่มเติม เพื่อรองรับการใช้งานระหว่างที่สถานการณ์น้ำท่วมยังต้องเฝ้าระวัง

การเสริมโครงข่ายครั้งนี้มีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว ติดตามข้อมูลสถานการณ์ และประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรองรับการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ทรูได้เพิ่มการเฝ้าระวังสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยง 11 จังหวัด หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร โดยทีมวิศวกรติดตามสถานการณ์น้ำและความเสี่ยงต่อโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

สำหรับการบริหารจัดการโครงข่าย ทรูนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในรูปแบบ Predictive Analytics มาใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้า โดยประเมินว่า หากพื้นที่มีแนวโน้มเกิดไฟฟ้าดับต่อเนื่อง สถานีฐานใดอาจได้รับผลกระทบและในช่วงเวลาใด พร้อมวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณและความสามารถในการรองรับการใช้งาน ข้อมูลดังกล่าวใช้ประกอบการจัดลำดับความสำคัญในการส่งทีมวิศวกร ระบบไฟฟ้าสำรอง และอุปกรณ์เข้าเสริมแต่ละพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้งาน

ด้านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางติดตามสถานการณ์โครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ใช้ AI วิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีฐานต่างๆ เมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงตามที่ระบบคาดการณ์ ศูนย์จะประสานทีมภาคสนามเข้าดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง

ทรูยังเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และยานพาหนะ ได้แก่ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับสถานีฐาน อุปกรณ์โครงข่ายสำรอง รถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ Cell-On-Wheel (COW) เรือท้องแบน และรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อให้ทีมวิศวกรเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมและเสริมโครงข่ายได้ตามความจำเป็น

การดูแลโครงข่ายให้ความสำคัญกับสถานีฐานสำคัญ หรือ Critical Cell Sites ที่รองรับโรงพยาบาล สนามบิน ศูนย์บัญชาการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมประสานการทำงานกับสำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากการดูแลระบบสื่อสาร ทรูได้นำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้ามอบให้ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ภายในแฟลตเคหะคลองจั่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง

ส่วนพื้นที่น้ำท่วมอื่นๆ ทรูระบุว่ายังคงติดตามและดูแลโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งทีมวิศวกรได้เข้าดูแลระบบและนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็วเข้าเสริมสัญญาณ เพื่อรองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชนและการประสานงานของหน่วยงานช่วยเหลือ โดยจะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และจัดส่งทีมงานกับอุปกรณ์เข้าพื้นที่ตามความจำเป็น

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *