บริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier ลงนามบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ (MOU) กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพัฒนาวิทยาเขตศาลายาสู่ “SMART Campus” ตั้งเป้าเป็นพื้นที่ต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกอัจฉริยะแบบบูรณาการ หรือ Smart Integrated Facility Management (Smart IFM) แห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ สุขภาพ เมืองอัจฉริยะ โลจิสติกส์ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชนได้เรียนรู้ วิจัย และฝึกปฏิบัติงานจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีและต่อยอดสู่เมืองอัจฉริยะ (Digital City) และวิทยาเขตอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Sustainable Smart Campus) ตามมาตรฐานระดับสากล

ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีมายกระดับการบริหารจัดการพื้นที่และอาคารสถานศึกษาอย่างครบวงจร โดยผสานระบบ Smart IFM ศูนย์ควบคุมสั่งการ (Command Center) และเทคโนโลยีแบบจำลองเสมือนดิจิทัล (Digital Twin) เพื่อพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสำหรับการเรียนรู้และต่อยอดเทคโนโลยี ควบคู่กับการเตรียมบุคลากรให้มีทักษะผ่านการปฏิบัติงานจริงร่วมกับปัญญาประดิษฐ์และซอฟต์แวร์ที่ได้มาตรฐานระดับอุตสาหกรรม
“มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายของอาคาร และกิจกรรม การพัฒนา SMART Campus จึงไม่ได้มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการ เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน รวมถึงการเพิ่มพูนทักษะด้านการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่ใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และพัฒนาเมืองอัจฉริยะยุคใหม่” ขยลกล่าว

ด้าน รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับภาคเอกชนพัฒนา SMART Campus จึงมีเป้าหมายเพื่อขยายขีดความสามารถของบุคลากร พร้อมยกระดับวิทยาเขตให้ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการระดับสากล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และพลังงาน
โครงการจะนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพลตฟอร์มการจัดการระบบอัตโนมัติ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในวิทยาเขต รวมทั้งสร้างพื้นที่เรียนรู้สำหรับคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติร่วมกับเทคโนโลยี เช่น ระบบติดตามสัญญาณชีพระยะไกล (Remote Patient Monitoring) และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Operations Center) เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมและเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
สำหรับแนวทางพัฒนา SMART Campus จะใช้ระบบ Smart IFM เชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบบริหารจัดการอาคารเข้าด้วยกัน โดยยึดหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยของข้อมูลและระบบ (System Security) ความเสถียรของระบบตลอด 24 ชั่วโมง (System Reliability) การรองรับการขยายระบบในอนาคต (System Scalability) และการบูรณาการทุกระบบอย่างไร้รอยต่อ (System Integration)

ทั้งนี้ ความร่วมมือครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัยใน 5 มิติ ประกอบด้วย
1.ด้านสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Health) มุ่งยกระดับการเฝ้าระวังสุขภาพและส่งเสริมสุขภาวะเชิงรุกภายในวิทยาเขต รวมถึงระบบนิเวศสุขภาพของเครือข่ายโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ให้เป็นฐานข้อมูลและเครื่องมือสำหรับการประยุกต์ใช้งานและวิจัยด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และคอมพิวเตอร์ โดยเน้นอุปกรณ์ทางการแพทย์อัจฉริยะ เช่น ระบบติดตามสัญญาณชีพระยะไกลและเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
2.ด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พัฒนาวิทยาเขตให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงปฏิบัติการจริง หรือ Smart Campus Living Lab โดยบูรณาการระบบควบคุมอาคารกับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักศึกษาใช้กรณีศึกษาจริงในการเรียนรู้เรื่องโครงข่ายเซนเซอร์ IoT การควบคุมอาคารประหยัดพลังงาน (Smart Building Control) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
3.ด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Logistics) เปิดให้นักวิจัยและนักศึกษาเข้าถึงข้อมูลจากเทคโนโลยีระบุตำแหน่งและระบบจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ (Smart Fleet Management) ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเส้นทางและพัฒนาระบบขนส่งทางการแพทย์ให้รวดเร็วและปลอดภัย รวมถึงศึกษาระบบโลจิสติกส์และขนส่งทางการแพทย์อัจฉริยะ (Healthcare Logistics Optimization) เช่น ระบบควบคุมสภาวะของสิ่งส่งตรวจและยาระหว่างขนส่ง ตลอดจนหุ่นยนต์เวชภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยที่มีความสำคัญต่อสถาบันทางการแพทย์ระดับประเทศ
4.ด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) นำ AI และเทคโนโลยีตรวจจับภัยคุกคามมาใช้ในพื้นที่วิจัยและพื้นที่วิทยาเขต ทั้งระบบกล้องวงจรปิดวิเคราะห์ภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI CCTV Analytics) ระบบควบคุมการเข้าออกอัตโนมัติ และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมอัจฉริยะ พร้อมเปิดให้นักศึกษาและนักวิจัยศึกษาแนวปฏิบัติด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในระดับอุตสาหกรรม
5.ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) มุ่งผลักดันวิทยาเขตสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และการเป็นวิทยาเขตอัจฉริยะที่ยั่งยืน ผ่านการติดตั้งเทคโนโลยีประเมินการประหยัดพลังงานและระบบจัดการของเสียอัจฉริยะ (Smart Waste Management) โดยคำนึงถึงเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีทั้ง 5 ด้าน SMART Campus ยังมีแผนจัดพื้นที่เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ หรือ Learning และ Workshop เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Smart IFM ให้แก่นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคลากรทั่วไป ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริง โดยมุ่งให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนพื้นที่บ่มเพาะผู้เชี่ยวชาญและสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนาบุคลากรของเมทเธียร์ ทั้งการจัดตั้ง Metthier Academy เพื่อเสริมทักษะการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ โดยบริษัทตั้งเป้าให้ SMART Campus ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Smart IFM ในสถานศึกษา และต่อยอดสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการอาคารสถานศึกษา
ทั้งนี้ เมทเธียร์ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร (Smart Facility Management) โดยใช้เทคโนโลยี AI CCTV ระบบจัดการเหตุการณ์อัจฉริยะ (Smart Incident Management) Digital Twin การแสดงผลภาพสามมิติ (3D Visualization) แผนที่ภายในอาคาร (Indoor Mapping) ตลอดจน AIoT และหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและระบบภายในอาคาร ผ่านศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ (Metthier Intelligent Operation Center: MIOC)
บริษัทยังพัฒนาแพลตฟอร์ม “METTRIQ” (Metthier Reformative IQ) ซึ่งระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะครบวงจรแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทยที่รวมเทคโนโลยี 12 ระบบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ผู้ประกอบการตั้งแต่รายย่อยถึงรายใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มเปิดสำหรับบริหารจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ปัจจุบัน เมทเธียร์ให้บริการครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ใช้งาน 8 ประเภท ได้แก่ ที่พักอาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หน่วยงานภาครัฐ พื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และการคมนาคมขนส่งสาธารณะ