“ดร.ชัยชนะ” ผู้อำนวยการ ETDA เผยภารกิจปี 69 เร่งติดตามแพลตฟอร์มให้ทำงานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยเฉพาะสินค้าต้องได้มาตรฐานสมอ.และอย. ภายใต้การกำกับดูแลให้มีความโปร่งใสและยุติธรรม โดยมุ่งกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 3 มิติหลักคือสินค้าหรือบริการที่ต้องปฎิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม เรื่องค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มและการป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า ภารกิจสำคัญในปี 2569 คือการเร่งติดตามแพลตฟอร์มให้ทำงานตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สินค้าต้องได้ตามมาตรฐานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.

“เราพยายามกำกับแพลตฟอร์มให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม มี 2 แนวทางถ้าเป็นแพลตฟอร์มที่กำหนดเกณฑ์ออกมาแล้ว จะเข้าไปเฝ้าระวังว่าหลังจากออกเกณฑ์ไปแล้วมีการปฎิบัติตามเกณฑ์มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ปฎิบัติเป็นเรื่องอะไร แล้วพยายามให้ทำตามเกณฑ์เพื่อให้ผู้ใช้บริการไม่เกิดปัญหาหรือปัญหาได้รับการแก้ไข กับในส่วนที่ยังไม่มีประกาศเป็นเกณฑ์ให้แพลตฟอร์มต้องทำ เราจะส่งเสริมให้แพลตฟอร์มรวมกลุ่มกัน และแต่ละกลุ่มมีกลไกในการดูแลกันเอง หากทำได้ภาครัฐก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎเกณฑ์ให้แพลตฟอร์มต้องทำ”
ทั้งนี้ ETDA กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตาม พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 (กฎหมาย DPS) โดยล่าสุด มีการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบของ ETDA จำนวน 2,056 แพลตฟอร์ม (วันที่ 13 ม.ค. 2569)
โดย ETDA มุ่งกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 3 มิติหลักๆ ได้แก่ 1.สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม 2. ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มและ3.การป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์

1 สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย
1.1 Online Marketplace (แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า) ได้มีการประกาศรายชื่อ 21 แพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ ที่เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) ซึ่งมีหน้าที่ตาม ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ.2568 (ประกาศ คธอ. หรือ คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่น)
ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่น มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สาระสำคัญคือ
-กำกับดูแลการขาย/โฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานของ สมอ. และ อย.
-ต้องมีมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการสินค้า พร้อม แจ้งเตือนผู้ประกอบการ และดำเนินการ ลบ/ระงับ/ปิดกั้น สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ประกาศกำหนด
-แสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และเอกสารประกอบเกี่ยวกับมาตรฐาน
-จัดให้มีระบบ “แจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down)” ที่ชัดเจน เมื่อพบกรณีเข้าข่าย ต้องแจ้งเตือน และ ระงับการแสดงรายการสินค้า/ชื่อผู้ขาย พร้อม ตรวจสอบข้อมูล และ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยก่อนที่ประกาศฯ มีผลบังคับใช้ ETDA ได้มีการสื่อสารและทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม เพื่อให้การปรับปรุงข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ (Terms & Conditions) สอดคล้องกับประกาศและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีการจัดทำคู่มือการตรวจสอบการดำเนินการตามประกาศฯ ของเจ้าหน้าที่
หลังประกาศฯ มีผลบังคับใช้บทบาทของ ETDA จะเข้าสู่ช่วง “ทำให้เกิดผลจริง” คือ ติดตามการปฏิบัติตาม–ประสานหน่วยงานกำกับสินค้า–นำเสนอแนวทางการบังคับใช้–และบังคับใช้มาตรการเมื่อพบการฝ่าฝืน
พร้อมเตรียมออก ประกาศฯ การดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภท Social Commerce (Social Media ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย) ที่มีลักษณะเฉพาะ ตาม ม. 18(2) เพิ่มเติม
1.2 Ride Sharing (บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์/รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ)
ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (หรือที่เรียกว่า ประกาศ Ride Sharing)
เป้าหมายหลัก ของการดำเนินงานภายใต้ประกาศนี้ คือทำให้ระบบกำกับดูแล “ใช้งานได้จริง” และเชื่อมต่อกับข้อกำหนดกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา ETDA ได้ดำเนินงาน ดังนี้
อำนวยความสะดวกให้ไรเดอร์ขึ้นทะเบียน รย.17/18 ง่ายขึ้น เช่น
-เปิดระบบ Driver Verify ให้ไรเดอร์ ลงทะเบียนขอใบรับรองฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนกับ ขบ. ล่าสุด ลงทะเบียนแล้ว 27,952 ราย แบ่งเป็น รย.17 จำนวน 14,680 ราย รย.18 จำนวน 13,272 ราย (ณ วันที่ 13 ม.ค.69)
-ร่วมกับ ขบ. ผ่อนปรน/ปรับปรุงหลักฐานและเอกสารการจดทะเบียน เช่น ใช้สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถได้ ประสาน บ.ลีสซิ่ง ลดภาระผู้ขับเกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายจากลีสซิ่ง” ลดค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสัญญาจากเดิม 1% ขอให้ลดเหลือ 0.25%
แก้เชิงโครงสร้าง เพื่อทำให้ระบบ “ไปต่อได้” เช่น
-ETDA ขยายการบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing ออกไปจนถึง 31 มีนาคม พ.ศ.2569
-ประสาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คภป.) เพื่อพัฒนาประกันภัยรูปแบบใหม่สำหรับรถให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม เป็นต้น
1.3 Self-Regulation
คือ มาตรการยกระดับมาตรฐานตลาดสินค้าออนไลน์ สำหรับสินค้าความเสี่ยงที่ต้องจัดการเร็ว เพื่อให้แพลตฟอร์มมีส่วนร่วมรับผิดชอบเชิงระบบมากขึ้น
หลัง ETDA เดินหน้ามาตรการ/ประกาศสำหรับ e-Marketplace ไปแล้ว (เช่น กำหนดการดำเนินการอื่น และการกำหนดรายชื่อแพลตฟอร์มตาม ม.18(2)) ยังมี “สินค้าความเสี่ยง” บางกลุ่มที่ต้องเร่งยกระดับการดูแลในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากประกาศที่ออกแล้ว ซึ่งต้องอาศัยกลไก “ร่วมกำกับ/กำกับดูแลกันเองหรือ Self-Regulation” กับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลได้ตรงจุดโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเสี่ยง เช่น ปืน, sim box, บุหรี่ไฟฟ้า
การดำเนินงานในระยะต่อไปที่ ETDA เตรียมดำเนินงาน เช่น การจัดทำข้อเสนอแนะ/กรอบ Self-Regulation สำหรับตลาดสินค้าออนไลน์ อาทิ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่แพลตฟอร์มและทุกภาคส่วนควรทำร่วมกัน เช่น กระบวนการตรวจสอบ/คัดกรอง/แจ้งเตือน/ระงับรายการขาย และการจัดการเมื่อพบการกระทำผิดซ้ำ เป็นต้น ผ่านการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย (แพลตฟอร์ม/หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง/ภาคผู้บริโภค) เพื่อให้ได้แนวปฏิบัติที่ “ใช้ได้จริง” ลดความเสียหายจากสินค้าผิดกฎหมาย/ไม่ได้มาตรฐาน บนแพลตฟอร์ม
1.4 Space Sharing (เช่าที่พักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์ม)
บริการ Space Sharing เป็นบริการที่ อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางกำกับดูแลภายใต้กฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) เนื่องจากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานในหลายด้าน (เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ/การใช้สถานที่ และประเด็นด้านความปลอดภัยหรือผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง) โดย ETDA เตรียมดำเนินงาน ได้แก่
-ศึกษา “มาตรการและหลักการที่ใช้ในการดูแล” เพื่อพิจารณาว่ามีเรื่องใดบ้างที่เหมาะสมจะกำหนดเป็นหน้าที่/ข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายใต้กฎหมาย DPS
-หารือร่วมกับกรมการปกครอง เพื่อออกแบบแนวทาง/มาตรการให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ
-พิจารณาแนวทางเชิงระบบ ว่า Space Sharing เข้าข่ายเป็นบริการที่อาจต้องมีแนวทางกำกับเฉพาะเรื่องหรือไม่ และเชื่อมกับการประเมินความเสี่ยง/ผลกระทบ เพื่อรองรับการกำหนดมาตรการในอนาคต
2 ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม
2.1 ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce
ประเด็นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ถูกหยิบขึ้นหารือใน “คณะกรรมการร่วมฯ ภายใต้กฎหมาย DPS” ต่อเนื่อง
ETDA จึงเตรียมศึกษาถึงความเหมาะสมในการคิด ‘ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce’ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียม ครอบคลุมตั้งแต่ การชี้แจงให้โปร่งใส เป็นค่าอะไรบ้าง จ่ายแล้วผลลัพธ์ที่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มจะได้ขั้นต่ำคืออะไร พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สภาองค์กรผู้บริโภค และผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม ฯลฯ เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงและสอดคล้องอำนาจหน้าที่ เตรียมนำเสนอผลการศึกษาต่อ คณะกรรมการร่วมฯ ต่อไป
2.2 Logistics
มีข้อสะท้อนจาก ผู้ให้บริการขนส่งบางส่วน เกี่ยวกับการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์ม และเงื่อนไขการจัดสรรงานที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ขาย/ร้านค้าบางส่วน สะท้อนคุณภาพการให้บริการขนส่ง และข้อจำกัดในการเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งที่แพลตฟอร์มจัดหาให้
ETDA จึงศึกษาหาแนวทางแก้ไข ภายใต้กลไก พ.ร.ฎ. DPS และจัดทำ ร่างหลักการกำกับดูแล รับฟังข้อเท็จจริงและความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ครบทุกฝ่าย ทั้ง ผู้ให้บริการขนส่ง แพลตฟอร์มตลาดสินค้าผู้ขายบนแพลตฟอร์ม
ปรับปรุงร่างประกาศ โดยมีหลักการสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มต้องไม่กีดกัน/เอื้อประโยชน์ให้ผู้ให้บริการขนส่งรายใดรายหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม ไม่จำกัดทางเลือกของผู้ขาย และขอเปลี่ยนได้ภายในเวลาที่เหมาะสม แจ้งข้อมูลที่จำเป็นอย่างโปร่งใส เช่น ราคาค่าขนส่งที่แท้จริง
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกัน พบว่า “แก่นเรื่อง” อยู่ใน มิติการแข่งขันทางการค้า คธอ. จึงเห็นสมควรให้ กขค. เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลเรื่องนี้ต่อไป โดย ETDA ทำหน้าที่ในการติดตามผลกระทบต่อผู้บริโภค อย่างใกล้ชิด หากพบข้อร้องเรียน/พฤติการณ์ที่กระทบสิทธิผู้บริโภค จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
3. Online Fraud หรือการฉ้อโกงทางออนไลน์
3.1 (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.บัญชีม้า)
-กำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (โดยเฉพาะการหลอกลวง/ฉ้อโกง) เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณา ยืนยันช่องทางติดต่อ ตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based) ตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-ได้มีการรับฟังความคิดเห็นแล้ว อยู่ระหว่างการนำเสนอความเห็นและร่างฯ ต่อ คธอ.
พร้อมกันนี้ ETDA ยังเตรียม เดินหน้าสร้าง Community เพื่อ “ขยายกลไกร่วมกำกับ” ผ่าน DPS Trust Every Click ปี 2 เปิดพื้นที่ให้ Regulator แพลตฟอร์ม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมออกแบบแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ ผ่าน Workshop แลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังความคิดเห็น และเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเด็นที่จะเกิดขึ้น คือ การกำหนด Flow ตรวจจับ–แจ้งเตือน–จัดการสินค้าผิดกฎหมาย/ไม่ได้มาตรฐาน และ Take down (ร่วมกับ สมอ. อย. Marketplace และผู้ขาย) และแนวทางค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce เพื่อความเป็นธรรม (ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กขค. สภาผู้บริโภค และแพลตฟอร์ม) เป็นต้น