นายกฯ นำทัพดีอี กสทช. AIS ทรู คอร์ปอเรชั่นลุยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สกัดสัญญาณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีฯ และเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งประธานกสทช. AIS และทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมคณะแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์

รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ร่วมลงพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมกับนายกรัฐมนตรี และคณะฝ่ายความมั่นคง เพื่อติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งนี้จากการดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน ไทย-เมียนมา ฝั่งอ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แม้ปรากฏผลสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามการดำเนินมาตรการด้วยตัวเอง พร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการประชุมหารือบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ ก่อนที่จะมีการตรวจเยี่ยมศูนย์คัดแยกและให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะเดียวกัน คณะฯ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ และติดตามการดำเนินการตัดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบการลดสัญญาณการสื่อสารบริเวณตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ 

ในส่วนของกระทรวงดีอีและสำนักงาน กสทช. นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้มีการติดตามเรื่องการดูแลและตัดเสาสัญญาณโทรคมนาคม สายอินเทอร์เน็ต และสัญญาณสื่อสารที่มีการลักลอบเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นเครื่องมือให้มิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน และตรวจสอบสายสัญญาณที่ตัดไปแล้วไม่ให้มีการติดตั้งขึ้นมาใหม่อย่างเด็ดขาด 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังขอให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและศุลกากร กวดขันเรื่องการเข้าออกบริเวณแนวชายแดน โดยประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เฝ้าระวังการลักลอบนำคนหรืออุปกรณ์ใดๆ เข้าออกตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ

“ปัจจุบัน กระทรวงดีอี กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตัดสัญญาณสื่อสารผิดกฎหมายบริเวณชายแดนในพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องสงสัยว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังไม่ให้มีการเชื่อมต่อสัญญาณซ้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกค่าย ได้ร่วมกันตรวจสอบ โดยให้หันสายสัญญาณกลับเข้ามาในฝั่งประเทศไทย พร้อมกับลดความสูงของเสาส่งสัญญาณลง และจัดรถสายตรวจสแกนความถี่สัญญาณโทรศัพท์โทรศัพท์มือถือ โดยหากพบว่าเป็นการส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ดำเนินการตัดการส่งสัญญาณในทันที” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว

กสทช.ย้ำยุทธการ “ล้มเสา-ตัดสาย-ทำลายซิม” ทลายแก๊งคอลเซนเตอร์

ด้านประธานกสทช.ได้นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตามภารกิจนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบสถานีวิทยุคมนาคมและการให้บริการโทรคมนาคมบริเวณหลังสถานีรถไฟคลองลึก อ.อรัญประเทศจ.สระแก้ว ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า พื้นที่บริเวณหลังสถานีรถไฟคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ถือเป็นจุดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชาจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของขบวนการลักลอบใช้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่ดำเนินการตัดสายสื่อสารที่ตรวจพบว่าไม่มีเจ้าของเพื่อตรวจสอบหาผู้กระทำผิดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

นพ.สรณกล่าวว่า ได้สั่งการสำนักงานกสทช.ให้ยกระดับความเข้มข้นยุทธการล้มเสา ตัดสาย ทำลายซิม โดยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศส่งข้อมูลรายละเอียดชื่อลูกค้าต่างประเทศที่ใช้รับบริการว่าเป็นบริษัทใด ใช้บริการประเภทใด พร้อม IP Address ที่ให้บริการแก่ลูกค้าหรือคู่สัญญาในต่างประเทศเพื่อใช้เป็นข้อมูลเฝ้าระวัง (Watch List) การนำ IP Address ไปใช้ในการโทรศัพท์หรือธุรกรรมออนไลน์ของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถนำไปในการตรวจสอบผู้ใช้งาน และเส้นทางการใช้งานสำหรับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานตำรวจ และธนาคารทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการปิดกั้นการใช้งานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการสืบสวนผู้กระความผิดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เราได้ขอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศดำเนินการตรวจสอบ และระงับการใช้งาน IP Address ของมิจฉาชีพ เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นภัยทางสังคมและความมั่นคงของรัฐโดยให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ผมได้สั่งการให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เด็ดขาด และนี่คือเรื่องสำคัญมากของชาติจึงใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่มาติดตามเอง”

ประธานกสทช. กล่าวว่า ตลอดทั้งเดือน ก.พ. สำนักงานกสทช. ได้ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ในจังหวัดที่มีอาณาเขตติดกับชายแดน เพื่อตรวจสอบเรื่อง เสา สาย ซิม อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 6 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดตาก สงขลาหนองคาย โดยจังหวัดสระแก้ว ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ซึ่งทุกพื้นที่ได้มีการตัดสายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และนำเสาอากาศลงจากเสา หรือแก้ไขความสูงของเสาและความแรงของสัญญาณโทรศัพท์มือถือตามมาตรการที่กำหนด เพื่อมิให้สัญญาณล้ำข้ามแดนและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทรู ลุยสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์หนุนรื้อถอนเสาสัญญาณ 

ด้านทรู ที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีฐานโทรศัพท์มือถือและจุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (POI) ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวป้องกันสำคัญเพื่อสกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยพื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกง เผยดำเนินการตามคำสั่ง กสทช. อย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ทั่วไทย รื้อถอนเสาสัญญาณพร้อมส่งทีมติดตั้ง Small Cell พื้นที่ชุมชนดูแลลูกค้าฝั่งไทย พร้อมยกระดับความปลอดภัยให้ลูกค้าด้วยระบบ “ทรูไซเบอร์เซฟ” ปกป้องภัยคุกคามทางไซเบอร์จากลิงก์และเว็บไซต์เสี่ยงอันตราย

จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าทรูปฏิบัติตามมาตรการ กสทช. ในการควบคุมเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระแก้วซึ่งได้ดำเนินการตามคำสั่ง กสทช. ครบทั้ง 8 เสา แบ่งเป็นการรื้อถอนอุปกรณ์จำนวน 4 แห่ง และปรับลดความสูงของสายอากาศอีก 4 เสา ทั้งนี้ นอกจากจังหวัดสระแก้วแล้วยังได้ดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ เช่น ด่านเจดีย์สามองค์ บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และกำลังเร่งดำเนินการอีก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร หนองคาย จันทบุรี และระนอง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันตามมาตรการ กสทช.

ทั้งนี้ ทรูมีแผนติดตั้งสถานีฐานจากการรื้อถอนเสาสัญญาณ โดยจะติดตั้งสถานีฐานแบบ Small Cell ที่สามารถควบคุมสัญญาณเฉพาะพื้นที่ชุมชนเพื่อให้ประชาชนยังคงใช้บริการได้ตามปกติ ป้องกันปัญหาช่องว่างดิจิทัล

“หลังจากรื้อถอนเสาสัญญาณเดิมเสร็จสิ้น ทีมงานทรูจะเข้าสำรวจคุณภาพสัญญาณในพื้นที่อีกครั้ง พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน ก่อนวางแผนติดตั้ง Small Cell ในบริเวณที่สัญญาณลดลง เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ทรูให้ความร่วมมือกับ กสทช. ควบคุมเสาสัญญาณในพื้นที่ชายแดนโดยมาตรการระงับเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ทรูดำเนินการตามคำสั่ง กสทช. มีดังนี้ 1. สถานีฐานระยะไม่เกิน 50 เมตรจากชายแดน รื้อถอนสายอากาศทั้งหมด ยกเว้นในพื้นที่ชุมชนให้ติดตั้งสายอากาศสูงไม่เกิน 10 เมตร หรือติดตั้ง Small Cell ทดแทน 2.สถานีฐานระยะไม่เกิน 1,000 เมตรจากชายแดน ปรับลดความสูงสายอากาศไม่เกิน 15 เมตร และควบคุมพื้นที่บริการเฉพาะในประเทศไทย 3.สถานีฐานระยะไม่เกิน 3,500 เมตรจากชายแดน: ปรับลดความสูงสายอากาศไม่เกิน 30 เมตรและควบคุมพื้นที่บริการเฉพาะในประเทศไทย

รวมทั้งยกระดับความปลอดภัยนำ AI ลงทะเบียนซิม พร้อมนำ “ทรูไซเบอร์เซฟ”ปกป้องลูกค้านอกจากการปรับเสาสัญญาณตามคำสั่ง กสทช. แล้วทรูยังยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการนำซิมไปใช้ในทางมิชอบ โดยเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการขายและลงทะเบียนซิมให้รัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาใช้ตรวจสอบการลงทะเบียนซิมที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

ทรูยังได้พัฒนาบริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยลูกค้าทรูและดีแทคจะได้รับการปกป้องแบบอัตโนมัติทันที ไม่ต้องลงทะเบียนหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบจะช่วยปกป้องการเข้าถึงลิงก์หรือ URL อันตรายจาก SMS หรือเว็บบราวเซอร์ รวมถึงเว็บไซต์ที่อาจเป็นอันตรายสำหรับลูกค้าทรูออนไลน์

ทรูเชื่อมั่นว่ามาตรการเชิงรุกทั้งการรื้อถอนเสาแนวชายแดนตามคำสั่ง กสทช. การเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทะเบียนซิม และการใช้ “ทรูไซเบอร์เซฟ” ปกป้องลูกค้าจะช่วยป้องกันมิจฉาชีพนำซิมและเลขหมายไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ลดจำนวนภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ประชาชนเผชิญ และช่วยเสริมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน

AIS ลงพื้นที่พร้อมนายกฯสกัดสัญญาณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

AIS ยกระดับมาตรการแก้ไขและควบคุมเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือบริเวณชายแดนที่มีความเสี่ยง เดินหน้าภารกิจร่วมกับภาครัฐ เพื่อสนับสนุนมาตรการซีลชายแดน ปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ล่าสุดดำเนินการรื้อถอนสัญญาณบริเวณชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วซึ่งที่ผ่านมา AIS ได้ปฏิบัติตามมาตรการเชิงรุกของ กสทช. อย่างต่อเนื่อง

วรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า AIS มุ่งมั่นสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ และ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยให้หมดไป พร้อมดำเนินการแก้ไขเสาสัญญาณเพิ่มเติมในพื้นที่9จังหวัดตามมาตรการของ กสทช. โดยล่าสุดได้มีคำสั่งให้ยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการจัดระเบียบเสาส่งสัญญาณบริเวณแนวชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยในพื้นที่กลุ่ม 1 ซึ่งอยู่ห่างจากเขตแดนไม่เกิน 50 เมตร ได้ทำการรื้อถอนสายอากาศที่ตลาดเบ็ญจวรรณ และปรับลดระดับสายอากาศลงมาที่ 10 เมตรที่ตลาดโรงเกลือ ส่วนพื้นที่กลุ่ม 2 ซึ่งอยู่ห่างจากเขตแดนไม่เกิน 1 กิโลเมตร ได้แก่ บ้านโคกสะแบงและช่องแคบเขาดิน ได้ทำการปรับลดระดับสายอากาศลงมาที่ 15 เมตรเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการยกระดับการป้องกันการใช้งานในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ตามมาตรการของภาครัฐ AIS ได้ดำเนินการติด Tag ชื่อเครือข่ายที่สายสื่อสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังได้ดำเนินการระงับบริการ WIFI Calling ที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต WIFI ของผู้ให้บริการเครือข่ายที่ประเทศกัมพูชา เพื่อปิดกั้นช่องทางการสื่อสารข้ามพรมแดนของมิจฉาชีพอีกด้วย ทั้งนี้ AIS ยังได้ดูแลเครือข่ายการใช้งานให้ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ ด้วยการเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่และติด Small Cell ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง

“AISในฐานะผู้ให้บริการระบบสื่อสารขอยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลอย่างเต็มที่เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเสริมสร้างมาตรการป้องกัน ติดตาม และจับกุมผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย เพื่อยกระดับสู่ปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์ของคนไทยอย่างแท้จริง”

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *