ปัญหามีไว้แก้ แต่ที่ NT ถนัดแต่สร้างปัญหาใหม่ สหภาพ NT เสือจริงหรือแค่เสือกระดาษ ถนัดขู่แต่ไม่ออกคมเขี้ยว แจง 2 เรื่องหลักผู้บริหารไร้จริยธรรม กับการเลือกปฎิบัติแบ่งชนชั้นระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน ตอกลิ่มความแตกแยกที่ยากกลมเกลียว บทพิสูจน์สหภาพ NT ควรดำรงอยู่หรือแค่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ในยุคที่ไม่เห็นใครจะมาแก้ปัญหาให้ NT ได้ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานบอร์ด หรือแม้กระทั่งรมว.ดีอี ท้ายสุดอาจต้องให้ผู้มีบารมีส่งดาบอาญาสิทธิ์ให้บางคนชี้ขาดก็เป็นไปได้
แหล่งข่าวในบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่าข้อพิสูจน์ของการเลือกปฎิบัติใช้อำนาจไม่เป็นธรรมของผู้บริหารระดับสูง ที่ไม่ใช่เป็นการสร้างความปรองดองแต่กลับเป็นการตอกลิ่มสร้างความขัดแย้งระหว่างคน TOT กับคน CAT ก็ยังปรากฎอยู่เนืองๆ และยังหาจุดบรรจบความเป็นคน NT ไม่ลงตัวทั้งๆ ที่ควบรวมกันมา 4 ปีแล้วก็ตาม
เชิดชัย กัลยาวุฒิพงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นหนังสือถึงพ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT เพื่อแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงปฎิบัติ ในภาวะที่ NT เหมือนคนป่วยอยู่ห้องโคม่าแต่เลือกใช้ชีวิตหรูหราเหมือนลูกเศรษฐี
สหภาพ NT รับรู้มาว่าสายงานขายและปฎิบัติการลูกค้า 1 (สายงาน น.) จะจัดให้มีการประชุมสัมมนาผู้บริหารส่วนงานและผู้เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจากการตรวจสอบสหภาพ NT มีความเห็นดังนี้
1.ในภาวะที่ NT อยู่ในช่วงแผนฟื้นฟู พลิกฟื้นที่เสนอสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)และนโยบายองค์กรรัดเข็มขัดด้วยการลดรายจ่ายพนักงาน โดยเฉพาะการกำหนดกรอบการขึ้นเงินเดือนประจำปี 2567 เพียง 5% กรณีที่ NT มีผลประกอบการขาดทุนหรือเพียง 5.5% กรณีที่ NT มีผลประกอบการกำไรเท่านั้น แทนที่จะเป็นอัตรา 6.5 หรือ 7.5% ตามลำดับ แต่ผู้บริหารระดับสูงของสายงาน น. กลับวางแผนไปประชุมสัมมนาที่ห้องประชุมเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
2.บันทึกขออนุมัติใช้ชื่อเรื่องว่า เป็นการขออนุมัติประชุมเพื่อแจ้งนโยบายและแผนดำเนินการของกลุ่มขายและปฎิบัติการลูกค้าภายใต้สายงานขายและปฎิบัติการลูกค้า 1 (สายงาน น.) ที่อาจทำให้เข้าใจว่าเป็นการขออนุมัติจัดการประชุมสัมมนาของกลุ่มขายและปฎิบัติการลูกค้าภาคใต้และเลือกสถานที่ประชุมคือจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่น่าจะมีความผิดปกติอะไร แต่เนื้อหาภายใน ระบุผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วยผู้บริหารระดับส่วน ระดับฝ่ายและระดับ ชจญ.ของกลุ่มขายและปฎิบัติการลูกค้าภาคกลาง (กน.) กลุ่มขายและปฎิบัติการลูกค้ากรุงเทพและปริมณฑล (นน.) รวมเข้ากับผู้บริหารระดับส่วน ระดับฝ่าย และระดับชจญ.ของกลุ่มขายและปฎิบัติการลูกค้าภาคใต้ (ตน.) รวมอยู่ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการประชุมของสายงานขายและปฎิบัติการลูกค้า 1 (สายงาน น.) และมีผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯและปริมณฑล และภาคกลาง มีจำนวนส่วนน้อยเท่านั้นที่มาจากภาคใต้ ทำให้ประเมินได้ว่าเป็นการจัดประชุมที่ไม่อยู่บนพื้นฐานการประหยัด ที่ NT พยายามสื่อสารให้พนักงานร่วมใจกันประหยัดเงินค่าใช้จ่ายองค์กร
ดังนั้นการออกบันทึกขออนุมัติในลักษณะเช่นนี้ จึงไม่มีความโปร่งใสและผู้บริหารระดับสูงไม่ปฎิบัติตามนโยบายการประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรอย่างเคร่งครัด
3.NT มีกฎระเบียบเกี่ยวกับจริยธรรมองค์กร ที่ระบุถึงหน้าที่ที่พึงปฎิบัติของพนักงานและผู้บริหารรวมทั้งการปฎิบัติต่อกันระหว่างพนักงานและผู้บริหาร ดังนั้นหาก NT มีนโยบายในการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยได้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้พนักงานรับทราบและมีการปฎิบัติที่เป็นรูปธรรม คือ การจำกัดกรอบการขึ้นอัตราเงินเดือนประจำปี 2567 ของพนักงาน ผู้บริหารเองก็ควรมีจิตสำนึกในการดำเนินงานบนพื้นฐานของนโยบายการประหยัดขององค์กรด้วยเช่นกัน ผู้บริหารไม่ควรเป็นอภิสิทธิ์ชนที่จะบริหารงานอย่างไรก็ได้ แต่ควรแสดงบทบาทผู้บังคับบัญชาที่มีภาวะผู้นำที่แสดงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเป็นแบบอย่างและกระทำตาม การเลือกประชุมสัมมนาที่ห้องประชุมเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี แทนที่จะจัดประชุมที่สถาบันวิชาการ NT ถนนงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี ทำให้องค์กรมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นมาก จากค่าเดินทางและค่าสถานที่โดยไม่จำเป็น จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายไม่ปฎิบัติตามจริยธรรมองค์กร
เชิดชัย ระบุว่าสหภาพ NT ขอร้องเรียนมายังกรรมการผู้จัดการใหญ่ ถึงการกระทำของผู้บริหารระดับสูงสายงาน น.และขอให้มีการทบทวนสถานที่จัดการประชุมสัมมนา โดยให้ใช้สถานที่สถาบันวิชาการ NT ของ NT เองซึ่งจะทำให้ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเป็นการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพในการทำหน้าที่บริหารให้กับ NT และเป็นแบบอย่างของการใช้จ่ายเงินให้พนักงานระดับปฎิบัติการได้เห็นเป็นแบบอย่าง
อนึ่งสหภาพ NT ไม่ได้มีเจตนาที่จะคัดค้านการดำเนินงานของสายงาน น. ด้วยมีเหตุผลว่า การทำให้ผู้บริหารที่มีศักยภาพในการพลิกฟื้นองค์กรและมีแผนธุรกิจที่จะหารายได้จนองค์กรมีกำไรนั้น ไม่จะเป็นต้องไปจัดประชุมที่ห้องประชุมเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี กระทำที่ส่วนกลางและใช้สถานที่ของ NT ก็ได้
นอกจากนี้สหภาพ NT ยังออกแถลงการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการทำงานใน NT ด้วยแถลงการณ์ “ปรับลดสิทธิประโยชน์พนักงาน แต่ของผู้บริหารอยู่ครบ” วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายบริหารได้ออกประกาศระเบียบบริษัทว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางปฎิบัติไปงานและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการปฎิบัติงาน 2567 นั้นมีแต่ปรับลดสิทธิประโยชน์ในส่วนของพนักงานมาตลอด โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่ใช่สภาพการจ้างเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ไม่จำเป็นต้องเจรจา พูดคุย ตกลงหารือกับสหภาพแรงงาน ฝ่ายบริหารสามารถใช้อำนาจได้แต่ฝ่ายเดียว
ที่ผ่านมาสหภาพ NT เคยทักท้วงและให้ความเห็นว่าหากจะมีการแก้ไขระเบียบต่างๆที่มีผลกระทบกับพนักงาน ขอให้หารือกับสหภาพ NT ในฐานะตัวแทนพนักงาน เพื่อลดข้อผิดพลาดหรืออาจขัดกับเจตนารมณ์ของระเบียบเดิมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยยังเป็น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยและการสื่อสารแห่งประเทศไทย เรื่อยมาจนมีการควบรวมทั้ง 2 องค์กรเป็น NT แต่ก็ได้รับการปฎิเสธหรือให้ความร่วมมือตลอดมา และโดยล่าสุด ระเบียบที่เกี่ยวกับค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยงที่พัก ค่าโทรศัพท์ประจำที่ ค่าโทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ มีการปรับลดปรับเปลี่ยนและแบ่งชนชั้นระหว่างผู้บริหารและพนักงานอย่างชัดเจน ล้วนสร้างความยุ่งยากและบั่นทอนจิตใจของพนักงานทั้งสิ้น ปัญหาเก่าไม่แก้ไข สร้างแต่ปัญหาใหม่อยู่ตลอด บ่งบอกถึงการบริหารงานที่ล้มเหลว หารายได้ไม่เป็นคิดแต่ลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน อีกทั้งไม่รู้จักหลักแรงงานสัมพันธ์ที่ดี ไม่มองว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าและมีความสำคัญต่อองค์กร
สหภาพ NT ขอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาเร่งทบทวนแก้ไขระเบียบที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานดังกล่าวที่เป็นการสร้างความยุ่งยาก บีบบังคับและมีผลต่อจิตใจโดยเร็วที่สุด ก่อนที่พนักงานสุดจะทนต่อการกระทำที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ สหภาพ NT ขอแจ้งไปยังพี่น้องสมาชิกและพนักงานทุกท่านโปรดเตรียมพร้อมรอสัญญาณนัดหมายในการสำแดงพลังเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นเร็วๆนี้
พร้อมระบุถ้อยคำปลุกใจว่า “ไม่มีสมาชิก ไม่มีสหภาพ ไม่มีสหภาพ ไม่มีความเป็นธรรม”
แหล่งข่าวกล่าวสรุปว่าผู้คนมักกลัวเสือที่เป็นเสือจริง มีคมเขี้ยว มีสุ้มเสียงคำรามกึกก้อง แต่หากเป็นเสือกระดาษ เก่งแต่ใช้วาจา คารมคมคาย เขียนกระดาษ ส่งหนังสือมากี่แผ่นก็ไร้พลังเยียวยาต่อรอง การควบรวมที่ผ่านมา 4 ปีมีหลายอย่างที่เห็นด้วยตาประจักษ์แจ้งทุกมุมมอง สิ่งไหนได้รับการแก้ไข หรือ สิ่งไหนที่กลายเป็นปัญหาหมักหมมถมทับ แต่ละฝ่ายแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องย่อมรู้ดีทั้งหมด
“บทสรุปของ NT ใครจะแก้ปัญหา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานบอร์ด รมว.ดีอี หรือผู้มีบารมีที่อยู่เหนือขึ้นไปอีก ต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนที่ NT จะเหลือแต่ภาพอดีตให้คนจดจำ หรือ ให้คนลืมเลือนเท่านั้น”