ในปี 2567 เราได้เห็นการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนที่ดุเดือดมากขึ้น และที่สำคัญคือไม่ใช่แค่แข่งขันในเรื่องของขนาดหน้าจอ กล้อง และแบตเตอรี แต่เสริมด้วยการนำ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ใช้งาน
หากไล่ย้อนไป จะได้เห็นการประเดิมต้นปีด้วย Samsung Galaxy S24 ซีรีส์ โดยเฉพาะใน Galaxy S24 Ultra ที่เป็นรุ่นท็อปของปี เริ่มมีการนำเสนอความสามารถ AI ในการลบวัตถุ วาดภาพ ไปจนถึงใช้ Circle to Search ในการวงกลมรูปบนหน้าจอเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งกลายเป็นว่า AI เริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้แล้ว

ก่อนที่ในช่วงกลางปี จะเป็นการนำเสนอรุ่นระดับกลางออกสู่ตลาดของแบรนด์จีนไม่ว่าจะเป็น OPPO Xiaomi vivo realme ที่เริ่มมีการผสมผสาน ฟีเจอร์ AI เข้ามานำเสนอในการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะการลบวัตถุ เติมภาพ ที่กลายเป็นฝั่งมือถือแบรนด์จีนมองว่า ฟีเจอร์เหล่านี้ ต้องไม่ถูกจำกัดเฉพาะในรุ่นท็อป เพราะทุกรุ่นก็สามารถใช้งานได้

หลังจากนั้นในช่วงไตรมาส 3 ตลาดได้เห็นการทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Samsung Galaxy Z Fold6 และ Galaxy Z Flip6 มีการนำเสนอฟีเจอร์ AI เพิ่มเติม ในเรื่องของการช่วยเขียนเนื้อหา คิดแคปชั่น ตอบอีเมล อะไรต่างๆ ที่สำคัญคือรองรับภาษาไทยด้วย เพื่อกัดกับคู่แข่งหลักอย่าง iPhone ที่ถึงจะเริ่มเปิดให้ใช้งาน Apple Intelligence แล้วแต่ยังจำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษอยู่
เพียงแต่ว่า ด้วยการที่ยอดขายของ Galaxy Z Fold5 และ Z Flip5 ทำได้ดีเกินไป และการเปิดตัว Galaxy Fold6 – Flip6 ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยยะสำคัญจึงทำให้ ยอดของ Galaxy Z Fold6 และ Flip6 ไม่สดใสเหมือนที่คาดการณ์ไว้

แตกต่างจาก iPhone 16 ที่ในรอบนี้ รุ่น Pro มีการอัปเดตใหญ่ในเรื่องขนาดหน้าจอ ปรับเพิ่มจาก 6.1 นิ้ว เป็น 6.3 นิ้ว ในรุ่น 16 Pro และ 6.7 นิ้ว เป็น 6.9 นิ้ว ใน 16 Pro Max พร้อมปุ่มใหม่อย่าง Camera Control ทำให้ยอดขายของ iPhone 16 ซีรีส์ ในปีนี้ ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนในกลุ่มพรีเมียมยังรักษาการเติบโตได้

ไม่นับรวมกับการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนจอพับของ Honor Magic V3 ที่กลายเป็นว่ารอบนี้ Honor ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ชาวไทย ทำให้ยอดสั่งซื้อถล่มทลาย จากการเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่บางที่สุดเพียง 9.2 มม. และน้ำหนัก 226 กรัม ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนแฟลกชิปอย่าง S24 Ultra เสียด้วยซ้ำ นับว่ามาแก้ Pain Point ของมือถือจอพับที่หนา และตัวเครื่องหนัก

ขณะเดียวกัน ถ้ามองในแง่ของนวัตกรรม ปีนี้ในกลุ่มมือถือจอพับมีรุ่นที่น่าสนใจอย่าง HUAWEI Mate XT สมาร์ทโฟนจอพับแบบ 3 ทบ ที่ HUAWEI ทำออกมาประเดิมตลาด และขายเฉพาะในจีนเท่านั้น เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกำลังการผลิตตัวเครื่องที่มีความซับซ้อนสูง จึงทำให้ไม่สามารถสเกลขึ้นมาขายในตลาดทั่วโลกได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมจอพับของค่ายจีนที่แข่งขันได้มากขึ้น
ปิดท้ายช่วงปลายปีกับการปล่อยของแฟลกชิปค่ายจีน ที่รอชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Qualcomm Snadragon 8 Elite และ MediaTek Dimensity 9400 ที่จะกลายเป็นชิปหลักของมือถือไฮเอนด์ในปี 2568 ซึ่งตอนนี้เริ่มมีแบรนด์ที่นำเข้ามาทำตลาดแล้วอย่างแฟลกชิปของ OPPO Find X8 ซีรีส์ และ vivo X200 ซีรีส์ เจาะตลาดเกมมิ่งต้องการเครื่องแรงอย่าง iQOO 13 และ realme GT7 ที่ใช้ชิปรุ่นใหม่นี้แล้ว

ที่สำคัญคือ ผลตอบรับของทั้ง OPPO Find X8 Pro และ vivo X200 Pro ที่มีการอัปเกรดกล้องให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายคอนเสิร์ต ทำให้กลายเป็นว่าตอนนี้ Galaxy S25 ซีรีส์ ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงต้นปี มีคู่แข่งที่รอต้อนรับอยู่แล้ว ถ้ากล้องทำออกมาไม่ต่างกับ Galaxy S24 Ultra มากนัก จะกลายเป็นพ่ายแพ้ในศึกของกล้องซูมที่ Samsung ทำได้ดีมาต่อเนื่องตลอด

คาดการณ์ปี 2568 ‘AI’ ยังเป็นจุดขาย
สำหรับในปีหน้า AI จะยังมีบทบาทสำคัญที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เพียงแต่ในบางฟีเจอร์อาจยังไม่รองรับการใช้งานภาษาไทย ทำให้มีข้อจำกัดสำหรับคนไทย แต่ในภาพรวมแล้วหลายๆ ส่วนจะถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การสั่งงาน AI ด้วยเสียง ที่เข้าถึงบริบทต่างๆ มากขึ้น จากความสามารถของชิปที่พัฒนาขึ้น
ตามด้วยการพัฒนา AI ให้เข้าไปช่วยจัดการตัวเครื่อง อย่างทำให้การใช้งานแบตเตอรีอึดขึ้น ปรับปรุงกล้องให้ถ่ายภาพในสภาพแสงต่างๆ ได้แม่นยำมากขึ้น ต่อเนื่องไปถึงเข้าไปตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะอย่างการเล่นเกม กับฟีเจอร์เก็บของในเกม หรือส่งคำสั่งแบบคอมโบต่างๆ อีกส่วนก็คือการคาดเดาผู้ใช้งาน และนำเสนอข้อมูลที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม
แน่นอนว่า การเปิดตัว Samsung Galaxy S25 ซีรีส์ ในวันที่ 22 มกราคม 2568 ที่จะถึงนี้ จะฉายภาพของการนำ AI ที่พัฒนาแล้ว มาแสดงให้เราเห็นว่าทิศทางของตลาดสมาร์ทโฟนปี 2568 จะมุ่งไปในแนวทางใด