NT จ่อให้บริการเต็มรูปแบบ SNP Gateway ของดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เดือนม.ค.2568 คาดรายได้เฉพาะส่วนนี้ปีแรก 200 ล้านบาท พร้อมความหวังสัญญาดิสทริบิวเตอร์การทำตลาดในประเทศไทยจะกลับมาจากอัยการเพื่อส่งต่อให้กสทช.ประกอบการพิจารณาในระยะเวลาเดียวกันเพื่อให้ความหวังรายได้ปีแรกจากรายได้ทั้ง 2 ส่วนทะลุหลักพันล้านบาท
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ผู้นำด้านการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารผ่านดาวเทียมของประเทศไทย ร่วมกับ Eutelsat OneWeb ภายใต้ Eutelsat Group ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำระดับโลก ร่วมแถลงความพร้อมในการเปิดให้บริการ SNP Gateway สำหรับระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit – LEO) ที่สถานีดาวเทียมสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวในงานประชุมและสัมมนา APSCC 2024 Satellite Conference & Exhibition (APSCC 2024) ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ว่า การพัฒนา SNP Gateway สำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ NT ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของประเทศไทยและภูมิภาค สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NT ในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การเลือกสถานีดาวเทียมสิรินธรเป็นที่ตั้งของ SNP Gateway แห่งนี้ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ NT สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระดับประเทศ แต่ยังเชื่อมโยงประเทศไทยกับโครงข่ายการสื่อสารระดับโลก
ทั้งนี้ NT จะมีรายได้จากความร่วมมือกับ OneWeb 2 ส่วนคือ 1.รายได้จาก SNP Gateway พร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในเดือนม.ค. 2568 โดยคาดว่าจะมีรายได้ในส่วนนี้ประมาณ 200 ล้านบาทในปีแรกและ 2.รายได้จากการนำความจุของ OneWeb มาขายในประเทศไทย และในต่างประเทศตามที่ได้สิทธิจากการเป็นโฮลเซลล์ 1 ใน 3 รายในประเทศไทย (มิวสเปซ,NSAT,NT) ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอสัญญาที่ส่งให้อัยการตรวจสอบความถูกต้องและกสทช.พิจารณารับทราบ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหรือในช่วงใกล้เคียงกับการเปิด SNP Gateway เชิงพาณิชย์
‘เวลาที่ทอดนานล่าช้าจากแผนที่วางไว้ ทำให้ NT เสียหายรายได้ที่ควรได้รับประมาณ 50 ล้านบาท’
ในช่วงแรก NT จะให้บริการบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในการขายส่งความจุที่ได้จาก OneWeb ซึ่งได้พูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชาและเมียนมา ซึ่งมีความต้องการใช้งานบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล สำหรับตลาดในประเทศไทย สามารถพัฒนาบริการในรูปแบบเซอร์วิส แอปพลิเคชัน การรอรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์สำหรับการเกษตรอัจฉริยะ หรือการแจ้งเตือนภัยพิบัติในอนาคต
‘เรายังบอกไม่ได้ว่าตลาดนี้ใหญ่ขนาดไหน แต่เชื่อว่ามีความต้องการจำนวนมากรอใช้บริการอยู่’

ด้าน Mr. Bala Balamurali, Vice President, Southeast and East Asia, Eutelsat OneWeb กล่าวเสริมว่า ขอแสดงความขอบคุณต่อ NT สำหรับความเชี่ยวชาญ ความร่วมมือ และการสนับสนุนในการสร้างสถานีเชื่อมโยงโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb (SNP Gateway) นี้ให้สำเร็จ ซึ่งภายหลังการก่อสร้างสถานีเชื่อมโยง (SNP Gateway) แห่งนี้แล้วเสร็จ บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง ที่มีความหน่วงต่ำจะสามารถเริ่มให้บริการ เพื่อส่งมอบบริการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพและครอบคลุมทั่วประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
‘ความแตกต่างของ OneWeb กับผู้ให้บริการดาวเทียมวงโคจรต่ำรายอื่นคือ OneWeb เข้าสู่ตลาดด้วยรูปแบบการเป็นพาร์ทเนอร์กับเทเลคอมโอเปอเรเตอร์ หรือ ผู้ให้บริการดาวเทียมในประเทศ ไม่ได้เข้ามาทดแทนบริการเดิมแต่ร่วมให้บริการไปด้วยกัน’
สำหรับ SNP Gateway แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่สถานีดาวเทียมสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการออกแบบและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อรองรับการรับ-ส่งสัญญาณผ่านโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้
- ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงสุดถึง 10 Gbps
- ค่าหน่วงเวลา (Latency) ต่ำเพียง 20-50 มิลลิวินาที
- ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก
- ระบบสำรองและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
- มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท
ขอบเขตการให้บริการ
SNP Gateway แห่งนี้จะรองรับการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารผ่านโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb ครอบคลุมพื้นที่ ประเทศฟิลิปปินส์, ประเทศกัมพูชา, ประเทศลาว, ประเทศเมียนมา, ประเทศไต้หวัน, ประเทศเกาหลีใต้และบางส่วนของประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงกับ SNP Gateway ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อรองรับการสื่อสารระหว่างประเทศอย่างไร้รอยต่อ
ประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ
การให้บริการผ่าน SNP Gateway จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในหลากหลายภาคส่วน
ภาคธุรกิจ: เพิ่มความเร็วและเสถียรภาพในการเชื่อมต่อสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องการการสื่อสารแบบ Real-time เช่น การเงิน การธนาคาร และ ระบบโลจิสติกส์
- ภาคการศึกษา: สนับสนุนการเรียนรู้ทางไกลในพื้นที่ห่างไกล เชื่อมต่อโรงเรียนในชนบทสู่แหล่งความรู้ดิจิทัล
- ภาคประชาชน: ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ที่โครงข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง รวมถึงพื้นที่เกาะ น่านน้ำมหาสมุทร และชายแดน
- ภาครัฐ: สนับสนุนการให้บริการภาครัฐและการจัดการภัยพิบัติ พร้อมระบบสำรองฉุกเฉินสำหรับการสื่อสารในภาวะวิกฤต
NT มีกำหนดเปิดให้บริการ SNP Gateway เชิงพาณิชย์เดือน ม.ค.2568 โดยจะเริ่มทดสอบระบบในเดือนธันวาคม 2567 นี้เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพการให้บริการสูงสุดโดยคาดว่าจะสามารถรองรับการให้บริการครอบคลุมผู้ใช้งานในภูมิภาคได้มากกว่า 50,000 ราย ภายในปีแรกของการให้บริการ
ทั้งนี้ Eutelsat และ OneWeb ประกาศรวมตัวกันเป็น Eutelsat Group กลายเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมรายแรกที่ให้บริการผ่านระบบดาวเทียมทั้งวงโคจรค้างฟ้า (GEO) และวงโคจรต่ำ (LEO) ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้านดาวเทียม GEO ของ Eutelsat กับโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ที่ล้ำหน้าของ OneWeb โดย Eutelsat OneWeb ภายใต้ Eutelsat Group ได้ร่วมมือและร่วมลงทุนกับ NT เพื่อจัดตั้ง SNP Gateway ในประเทศไทย รองรับการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) มุ่งให้บริการที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการด้านการสื่อสารและการเชื่อมต่อในภูมิภาคต่อไป