จากความต้องการในตลาดพีซีที่เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาด ที่เข้ามาเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานในยุคดิจิทัล แต่แล้วเมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังทรงๆ ทำให้ในปีนี้ ตลาดรวมพีซีได้เข้าสู่จุดต่ำสุดในยุคหลังโควิด
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในตลาดพีซีเวลานี้ ไม่ใช่เฉพาะความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ AI PC แบบสมบูรณ์ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการชะลอตัวในตลาด
ASUS ที่ปัจจุบันเป็นแบรนด์ผู้นำในตลาดพีซีคอนซูเมอร์ ที่เริ่มนำสินค้าในกลุ่ม AI PC เข้ามาทำตลาด และขึ้นเป็นผู้นำอยู่ในเวลานี้ ก็ยังมองถึงความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงตลอดปี 2568
วิจิตรา หิรัญญการ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคอนซูเมอร์ เอซุส (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทั้งตลาดจะเริ่มมีสินค้าที่เป็น AI PC เข้ามาทำตลาด และเป็นช่วงเดียวกับช่วงเวลาในการเปลี่ยนเครื่องโน้ตบุ๊กของภาคธุรกิจ จึงทำให้เชื่อมั่นว่าตลาดในช่วงปลายปีนี้จะกลับมาฟื้นตัว
“ช่วงที่ผ่านมาตลาดพีซี โดยเฉพาะในกลุ่มโน้ตบุ๊กคอนซูเมอร์ มีการแข่งขันทางด้านราคาที่สูงขึ้น ทางเอซุส จะพยายามที่จะควบคุมให้ประสิทธิภาพของสินค้าให้เหมาะสมกับช่วงราคามากที่สุด”
ขณะที่ปัจจัยของ AI PC ที่ทุกแบรนด์หลังจากนี้ จะนับเกณฑ์มาตรฐานร่วมกับไมโครซอฟท์ คือการเป็น Copilot+ PC ที่มีการกำหนดความเร็วในการประมวลผลขั้นต่ำของ AI ไว้ที่มากกว่า 40 TOPS (รองรับการประมวลผล 40 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที) จะเข้ามาช่วยเสริมให้ตลาดพีซีเกิดการเติบโต
AI PC ยังต้องใช้เวลา

ปัจจุบันสัดส่วนการจำหน่ายโน้ตบุ๊กที่เป็น AI PC เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กทั่วไป จะอยู่ที่ราว 3% เท่านั้น นับว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมากๆ เพราะที่ผ่านมามีเข้ามาทำตลาดเพียงไม่กี่รุ่น และเอซุส เป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเปิดตลาดนี้
“AI ช่วยกระตุ้นตลาดให้คนรับรู้เทคโนโลยีมากขึ้น อยากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ที่มีฟังก์ชัน AI ก่อนหน้านี้อยู่บนคลาวด์ ปัจจุบันมาประมวลผลบนตัวเครื่องได้ ทำให้ตอบโจทย์การใช้งานทุกช่วงเวลา และมีผู้บริโภคที่อยากลอง แต่ AI จะเติบโต และผู้บริโภคจะเรียนรู้ในการใช้งานอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้”
เบื้องต้น วิจิตรา ประเมินว่า ในประเทศไทย จะเริ่มใช้งาน AI PC กันแพร่หลายมากขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากไม่เริ่มไม่ได้ เพียงแต่ว่าการนำไปใช้งานในภาคธุรกิจ หรือภาคการศึกษาที่มีเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอยู่ ทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ใช้งานด้วย

สำหรับจุดแข็งของ ASUS ที่ทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ ไม่ใช่แค่การที่มีสินค้า AI แต่ยังรวมถึงการมีไลน์อัปสินค้าที่ครบตอบโจทย์ในทุกกลุ่ม ตั้งแต่ครีเอเตอร์ในซีรีส์ของ ProArt ตามด้วยนักธุรกิจที่ต้องการโน้ตบุ๊กบางเบา พกพาง่ายประสิทธิภาพสูงอย่าง Zenbook
ส่วนในฝั่งของผู้ใช้งานทั่วไปจะมี Vivobook ที่เป็นสายของคอนซูเมอร์ ตามด้วยซีรีส์ TUF และ ROG ของกลุ่มเกมมิ่ง ที่มีตัังแต่รุ่นระดับราคาเข้าถึงได้ ไปจนถึงพรีเมียมเกมมิ่งระดับท็อปเน้นประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงทำให้กลายเป็นว่ามีครอบคลุมสินค้าทุกความต้องการของผู้บริโภค