การแข่งขันในตลาดสมาร์ทวอทช์ช่วงเดือนตุลาคมนี้ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ทั้ง HUAWEI และ Apple ทยอยเปิดตัว 2 สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ออกมาทำตลาดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลก ทั้ง 2 แบรนด์นี้ กำลังอยู่ในช่วงขับเคี่ยว ชิงความเป็นผู้นำกันอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา HUAWEI ขยับแซง Apple ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ข้อมือ (Wrist-Worn Device) ที่เป็นการรวมข้อมูลของบรรดาสมาร์ทแบนด์ สมาร์ทวอทช์ เข้าด้วยกัน ซึ่งในจุดนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้นำตลาด

เนื่องจาก ในการแข่งขันกลุ่มนี้ HUAWEI ทำตลาดทั้ง HUAWEI Band และ HUAWEI Watch ในขณะที่ Apple ทำตลาดเฉพาะ Apple Watch เท่านั้น ประกอบกับช่วงไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงที่ใกล้กับเวลาเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ ทำให้จะเป็นไตรมาสที่ยอดขายของ Apple Watch ไม่ได้ดีมากเหมือนช่วงปลายปี เช่นเดียวกับในปีนี้ ที่ Apple Watch รุ่นที่ 10 เริ่มทำตลาดในปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4
ทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ ยังต้องรอดูความเคลื่อนไหวถึงช่วงปลายปีนี้ เพราะ HUAWEI เองก็มีการเปิดตัว HUAWEI Watch GT5 ซีรีส์ ออกมาชน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และยังชูจุดเด่นที่น่าสนใจทั้งราคาที่ถูกกว่า ให้ความสามารถใกล้เคียงกัน และรองรับการใช้งานทั้งบน Android และ iOS แตกต่างจาก Apple Watch ที่ใช้งานได้เฉพาะ iPhone เท่านั้น
ลองไปดูจุดต่างระหว่าง HUAWEI Watch GT5 ในราคาเริ่มต้น 6,990 บาท และ Apple Watch รุ่นที่ 10 ในราคาเริ่มต้น 14,900 บาท กันว่า ทำไมรอบนี้ HUAWEI ถึงทำราคาได้น่าสนใจ เพราะทำได้ถูกกว่า Apple Watch SE ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ได้ความสามารถใกล้เคียงกับ Apple Watch 10
การออกแบบ และวัสดุ

HUAWEI Watch GT 5 ใช้วัสดุที่ทนทาน โดยในรุ่นเริ่มต้น ใช้วัสดุสแตนเลส ส่วนรุ่น Watch GT 5 Pro มากับตัวเรือนเซรามิกนาโนคริสตัล และ โลหะผสมไทเทเนียม ในราคา 9,990 บาท – 16,990 บาท โดยยังมากับหน้าปัดทรงกลมกึ่งๆ แปดเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ได้ทั้งความแข็งแรง และรองรับกิจกรรมกลางแจ้งในรุ่น Pro

ส่วน Apple Watch 10 รุ่นเริ่มต้นยังมากับวัสดุอะลูมิเนียมเช่นเดิม แต่มีการเปลี่ยนจากสแตนเลส เป็นไทเทเนียม เป็นตัวเลือกให้ใช้งานในราคาเริ่มต้น 25,990 บาท ให้ความทันสมัย และหรูหรา ในทรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดหน้าปัดใหญ่ขึ้น โดยในภาพรวมตัวเรือนจะมีขนาดบางลง 10% และให้หน้าปัดที่ใหญ่ขึ้น
หน้าจอและการแสดงผล ขยับมาตรฐานที่ 42 มม. และ 46 มม.

สำหรับ HUAWEI Watch GT 5 มากับหน้าจอ AMOLED ที่ให้สีสันสดใสและประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยในรุ่น GT 5 ตัวเรือนเล็กจะอยู่ที่ 41 มม. ตัวเรือนสำหรับผู้ชายอยู่ที่ 46 มม. แต่ถ้าเป็น GT 5 Pro จะขยับขึ้นไปเป็น 42 มม. และ 46 มม.

ส่วน Apple Watch 10 มากับหน้าจอ Retina Display ที่รอบนี้ ปรับปรุงขึ้นมาเป็นหน้าจอแบบ Always-On และเพิ่มมุมมองด้านข้างที่กว้างขึ้น พร้อมลดอัตราการรีเฟรชหน้าจอลงมาที่ 1 Hz ทำให้ถึงพักหน้าจออยู่ ก็จะยังเห็นเข็มวินาทีขยับในหน้าปัดนาฬิกาบางแบบ
ฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน
ต้องยอมรับว่าฟีเจอร์พื้นฐานในการใช้งานระหว่าง HUAWEI Watch GT 5 และ Apple Watch 10 จะให้มาใกล้เคียงกัน อย่างเรื่องของการแจ้งเตือน การควบคุมเครื่องเล่นเพลง การใช้รับสายโทรศัพท์เวลาที่ไม่สะดวกหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา หรือการใช้งานแอปฯ บนนาฬิกาต่างๆ

รวมถึงฟีเจอร์ทางด้านสุขภาพ อย่างการตรวจวัดก้าวเดิน การออกกำลังกาย การนอน อุณหภูมิ อัตราการเต้นของหัวใจ และค่าออกซิเจนในเลือด ซึ่งสมาร์ทวอทช์ และสมาร์ทแบนด์ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์เหล่านี้เป็นเซ็นเซอร์มาตรฐานมาให้แล้ว
ขณะที่การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG ถ้าต้องการใช้งานบน HUAWEI จะต้องเลือกรุ่นที่เป็น GT 5 Pro แทน ในขณะที่ Apple Watch 10 ให้มาเป็นฟีเจอร์มาตรฐาน มาหลายปีแล้ว ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้คือฟีเจอร์อย่างการตรวจจับการหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea) ทั้ง Watch GT 5 ของ HUAWEI และ Watch 10 ของ Apple รองรับการทำงาน เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเปิดให้ใช้งานกันในอนาคต

อย่างไรก็ตาม Apple Watch 10 ยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมที่น่าสนใจ อย่างเรื่องการตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ของผู้สูงอายุ หรือการแจ้งเตือนอุบัติเหตุทางรถยนต์ (Crash Detection) ที่ใช้การตรวจจับของเซ็นเซอร์มาช่วยแจ้งเหตุเพิ่มเติม และช่วยเหลือชีวิตคนจากอุบัติเหตุมาหลายเคสแล้ว
ระบบปฏิบัติการ และการเชื่อมต่อ
ข้อจำกัดหลักของ Apple Watch รุ่นที่ 10 ที่ทำงานบน watchOS 11 คือรองรับการเชื่อมต่อเฉพาะ iOS เท่านั้น แปลว่ามีเพียงผู้ใช้งาน iPhone ที่สามารถใช้งานได้ ในขณะที่ HUAWEI Watch GT 5 แม้จะทำงานบน HarmonyOS แต่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android และ iOS ผ่านแอปฯ HUAWEI Health ในจุดนี้ จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับผู้ใช้งาน
อายุการใช้งานแบตเตอรี่

ในส่วนของแบตเตอรี ต้องยอมรับว่า HUAWEI Watch GT 5 รวมถึง GT 5 Pro ให้แบตเตอรีที่มีความทนทานกว่า เพราะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 14 วัน เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการชาร์จนาฬิกาบ่อยๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เพราะถ้ามีการใช้วัดการออกกำลังกายต่อเนื่องระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งก็จะลดต่ำลง

ส่วน Apple Watch รุ่นที่ 10 ยังคงให้ระยะเวลาการใช้งานที่เป็นมาตรฐานอยู่ที่ราว 1-2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แลกกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้อย่างการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จได้ 80% ภายใน 30 นาที เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแปะชาร์จระหว่างอาบน้ำ และกลับมาใส่เพื่อวัดข้อมูลตอนนอนได้ ตื่นมาก็ชาร์จอีกครั้ง ก่อนหยิบใส่ออกไปข้างนอก ซึ่งแบตเพียงพอใช้งานระหว่างวัน
มาตรฐานการกันน้ำ
HUAWEI Watch GT 5 จะรองรับมาตรฐานกันน้ำที่ 5ATM หรือสามารถใส่ว่ายน้ำได้ที่ความลึกไม่เกิน 50 เมตร ระยะเวลา 10 นาที ส่วนรุ่น GT 5 Pro จะเพิ่มความสามารถในการดำน้ำลึกที่ 40 เมตรเพิ่มขึ้นมา ช่วยให้สามารถใช้ใส่ดำน้ำดูปลา หรือปะการัง ได้

ส่วน Apple Watch รุ่นที่ 10 จะรองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ WR50 คือใส่ว่ายน้ำได้ แต่ถ้าจะใช้ดำน้ำจะอยู่ที่ความลึกไม่เกิน 6 เมตร หรือการดำน้ำตื้นแบบ Free Dive ที่สามารถใช้งานร่วมกับแอปฯ ในการตรวจจับความลึกของระดับน้ำได้ด้วย
ราคา และความคุ้มค่า

แม้ว่า Apple Watch 10 จะมีราคาเปิดตัวที่สูงกว่า แต่มีฟีเจอร์หลายๆ อย่างที่ถูกคิดเพิ่มเติมเข้ามาให้เผื่อได้ใช้งานกันในจังหวะฉุกเฉินอย่างการตรวจจับการล้ม หรืออุบัติเหตุ และแน่นอนว่าถ้าใช้งาน iPhone อยู่แล้ว นับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เชื่อมต่อใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อมากที่สุด

ในขณะที่ HUAWEI Watch GT 5 จะมีราคาที่ประหยัดกว่า ให้มีฟีเจอร์ใช้งานทางด้านสุขภาพที่ใกล้เคียงกัน เพิ่มเติมด้วยการตรวจจับกีฬาเฉพาะทางอย่างกอล์ฟ ที่ในรุ่น GT 5 Pro จะสามารถดาวน์โหลดแผนที่สนามมาใช้ได้ หรือความสามารถในการดำน้ำ
ดังนั้น การเลือกซื้อสมาร์ทวอทช์ ในตอนนี้ ต้องคำนึงถึงงบประมาณ ความชื่นชอบในดีไซน์ รวมถึงความสะดวกในการสวมใส่ใช้งาน เพราะท้ายที่สุด ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ใส่ก็จะไม่ได้เก็บข้อมูลสุขภาพเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์เพิ่มเติมให้สมกับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่จะมาคอยช่วยให้สุขภาพของผู้ใช้งานดีขึ้น