สนิมเกิดแต่เนื้อในตน มีแต่เรื่องแตกแยกถึงควบรวมมาเกือบ 4 ปี หนึ่งในเม็ดทรายบนชายหาดที่ยาวไกล เรื่องค่าครองชีพ ที่เลือกปฏิบัติจ่ายให้แค่พนักงาน CAT เดิม นิ่งเฉยกับพนักงาน TOT เดิมตอกลิ่มให้แตกแยก ตั้งแต่บนลงล่าง ไม่สนใจแก้ไข พร้อมปรับตัวชี้วัดองค์กรถ่ายน้ำหนักให้กจญ.เพียง 20% ขณะที่พนักงานรับ 35% เปิดโซ่ทองคล้องใจเป็นกระสุนทองคำกับการค้ำยันเก้าอี้ผู้บริหาร รักกันยืนยง องค์กรอยู่นอกสายตา ขนาดคลื่น 700 MHz กำลังพาองค์กรดิ่งเหว แต่ไม่มีใครสนใจสักคน
‘ตราบใดที่ประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังเป็นรมว.ดีอี มั่นใจได้ว่าพ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ ก็ยังคงเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ไม่ว่าองค์กรนี้จะขึ้นสวรรค์หรือลงห้วย ดิ่งต่ำมากน้อยแค่ไหนก็ตาม’ แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมหล่นความเห็นที่น่าสนใจยามนี้
คำกล่าวที่ไม่เกินเลยความเป็นจริงนี้ พิสูจน์เห็นได้จากหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT
ว่ากันว่าตอนนี้ใน NT เป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง 2 ก๊กคือก๊กแรกเป็นความร่วมมือกันระหว่างประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีกับพ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กับก๊กสองคือธนวัฒน์ อัมพุนันทน์ กรรมการบอร์ด NT ผู้มีความใฝ่ฝันกับตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT บุคคลที่ว่ากันว่ามีสายสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรีบางคน โดยหลังพิงอยู่กับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ NT
ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นยามนี้ มีกระสุนทองคำกับความมั่นคงของเก้าอี้ตำแหน่งผู้บริหาร เป็นโซ่ทองคล้องใจให้รักยืนยง แต่ทุกอย่างที่กำลังทำ ไม่มีคำว่าอนาคตองค์กรอยู่ในสมองแม้สักน้อยนิด แทบไม่สนใจว่าองค์กรที่เกิดความแตกแยกมาตั้งแต่เมื่อควบรวมเดือนม.ค.2564 จะได้รับการแก้ไขเมื่อไหร่ ในขณะที่เส้นตายการคืนความถี่ 850 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ที่เป็นแหล่งรายได้ปีละ 5 หมื่นล้านบาทจะสิ้นสุดลงในเดือนก.ย.2568 ใกล้เข้ามาทุกที
องค์กรปริร้าวแตก !!
อาการแตกแยกภายในองค์กรที่ไม่ดีขึ้น ในขณะที่ผู้บริหารสนใจแต่เอาตัวเองรอด หนีลงเรือชูชีพในขณะที่เรือเดินสมุทรลำใหญ่กำลังเข้าปะทะยอดภูเขาน้ำแข็ง รอวันอับปางจมลงใต้ก้นมหาสมุทร พิสูจน์ได้จาก 2 เหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดคือ 1.การชี้ชัดถึงการแตกแยกในองค์กร การเลือกปฏิบัติแบบไม่เป็นธรรมที่ไม่ได้รับการแก้ไข
หนังสือร้องเรียนที่สหภาพฯ NT ทำถึงประธานบอร์ด NT เมื่อวันที่ 29 ส.ค.67 เรื่องขอร้องเรียนการกระทำที่เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติของสายงาน ก. (สายงานทรัพยากรบุคคล) โดยระบุว่าสหภาพฯได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกถึงการเลือกปฏิบัติโดยที่สายงาน ก. กำลังดำเนินการทำเรื่องอนุมัติจ่ายเงินค่าครองชีพให้กับพนักงาน NT ที่ได้รับโอนมาจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่มีเงินเดือนมากกว่า 40,000 บาทจะได้รับค่าครองชีพ 1,000 บาทต่อเดือนทุกคน โดยอ้างว่าเป็นสภาพการจ้างงานที่ติดตัวมา ซึ่งสหภาพฯได้สอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.67 ได้ความว่า รจญ.(รองกรรมการผู้จัดการใหญ่) ก.กำลังเร่งดำเนินการเตรียมงบประมาณจ่ายเงินค่าครองชีพตามคำสั่งนั้น เป็นความจริง
ทั้งนี้สหภาพฯได้ตรวจสอบรายละเอียดของคำสั่ง บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) ที่ 7/2554 พบว่าคณะกรรมการบริษัท สามารถมีมติเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าครองชีพได้ ย่อมแสดงว่าหลักเกณฑ์นี้สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยใช้อำนาจของคณะกรรมการบริษัท หมายถึง การจ่ายเงินค่าครองชีพเป็นอำนาจของนายจ้างที่พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินค่าครองชีพให้กับพนักงาน
ดังนั้นสหภาพฯ ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ คือ เมื่อสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของการจ่ายเงินค่าครองชีพตามคำสั่งนี้ได้ ก็ขอให้คณะกรรมการ NT พิจารณาคำสั่งนี้ว่าจะใช้งานต่อไปหรือไม่ใน NT และหากประสงค์จะให้มีการใช้งานต่อไป ขอให้คณะกรรมการ NT เห็นชอบให้คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับกับพนักงาน NT ทุกคน โดยไม่เลือกปฎิบัติไม่ว่าพนักงาน NT คนใดจะโอนย้ายมาจาก TOT หรือ โอนย้ายมาจาก CAT ต่างสมควรได้รับสิทธิการรับเงินค่าครองชีพอย่างเท่าเทียมกัน เพราะทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยร่วมกันในการทำงานให้กับ NT
ทั้งนี้การสร้างการปฏิบัติที่เท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติจะเป็นการส่งเสริมการหลอมรวมพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถรวมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวได้ ทั้งๆที่ได้ควบรวมมาเป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว
‘เรื่องนี้เป็นแค่เม็ดทรายเล็กๆบนชายหาด มีเรื่องไม่เป็นธรรมและเลือกปฏิบัติอีกมากที่ผู้บริหารไม่ชายตาลงมาแก้ไข’
พนักงานแบกหลังแอ่น !!
2.ข้อพิสูจน์โซ่ทองคล้องใจ กระสุนทองคำกับการค้ำยันเก้าอี้ผู้บริหาร และการเอาตัวรอดหนีลงเรือชูชีพ เห็นได้ชัดจาก หนังสือสหภาพฯเมื่อวันที่ 5 ก.ย.67 ที่ทำถึง คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และประเมินผลการดำเนินงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ (จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ กรรมการบอร์ด NT) เรื่อง ข้อเสนอในการปรับปรุงตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กจญ.) ที่รับน้ำหนักตามตัวชี้วัดองค์กรที่สคร.(สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ) กำหนด
ทั้งนี้สหภาพฯระบุว่าสหภาพฯทราบว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่นั้น มีการถ่ายทอดน้ำหนักตัวชี้วัดองค์กร ตามที่สคร.กำหนดเพียง 20% เท่านั้น ในขณะที่ผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (รองกจญ.) และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ชจญ.)รับน้ำหนัก 70% ผู้จัดการฝ่ายรับน้ำหนัก 60% ผู้จัดการส่วนรับน้ำหนัก 50% และพนักงาน NT ทุกคนรับน้ำหนัก 35% นั้น
‘นี่คงเป็นสาเหตุหลักที่คะแนนตัวชี้วัดของ NT ได้รับคะแนนน้อยมาก แต่กจญ. ก็ยังผ่านการประเมินซึ่งไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน NT ทุกคนเพราะกจญ.ไม่ว่าจะบริหารงานแย่อย่างไรก็ตาม ก็ยังผ่านการประเมินตัวชี้วัดเสมอ’เหตุผลที่ควรรับฟังของสหภาพฯ
ทั้งนี้สหภาพฯเรียกร้องให้คณะกรรมการฯ พิจารณาปรับปรุงตัวชี้วัดของกจญ.ที่สะท้อนถึงบทบาทผู้บริหารสูงสุดของ NT ในการนำพา NT ให้ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง หากไม่สามารถนำพาให้องค์กรมีผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ทำให้ NT พ้นวิกฤตการเงินในขณะนี้ และมีผลรายได้กลับมาเป็นกำไรสร้างความยั่งยืนให้กับ NT ก็ไม่สมควรทำหน้าที่กจญ.ต่อไป และ สหภาพฯ NT เสนอให้กำหนดน้ำหนักของตัวชี้วัดองค์กร ตามที่สคร.กำหนด ด้วยระดับน้ำหนัก 70% เท่ากับของผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่ง รองกจญ.และชจญ.
‘เรื่องประเมินกจญ.ตอนนี้เป็นของครึ่งปี 66 ซึ่งคาดว่าน่าจะผ่าน ในขณะที่การปรับตัวชี้วัดของกจญ.ที่รับเพียง 20% จะใช้ครั้งถัดไปเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อสะสมโซ่ทองคล้องใจระหว่างกัน’
นอกจากนี้ในเรื่องแผนธุรกิจก็มีปัญหามากมายมีแค่เสียหายมากหรือเสียหายน้อย อย่างกรณีประมูลวงโคจรดาวเทียม 126E ที่มีฟุตพรินท์ครอบคลุมเอเชียแปซิฟิก และทะเลจีนใต้ อาจเสียหายน้อยหน่อยเพราะราคาประมูลแค่ 9.076 ล้านบาท หากฉลามหรือปลาวาฬ ใช้บรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็งสูงก็อาจคุ้มค่าเชิงธุรกิจ แต่นาทีนี้เลิกคิดเลิกฝันถึงการยิงดาวเทียมไปได้เลย
คลื่น 700 MHz ฝันร้ายตอนตื่น !!
แต่ที่เสียหายมากที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องคลื่น 700 MHz ที่ประมูลมาด้วยเงิน 34,306 ล้านบาทหรือแพงกว่าเอกชนเท่าตัว ชำระค่าความถี่งวดแรก 16 มี.ค.64 จำนวน 3,670 ล้านบาท นับจนถึงปัจจุบันน่าจะจ่ายไปแล้วนับหมื่นล้านบาท ในขณะที่รายได้กลับมาน้อยมาก ก็เกิดอาการหมกเม็ด ฝ่ายทำการตลาดไม่ประสานกับฝ่ายบริหารต้นทุน แม้กระทั่งการพูดคุยในที่ประชุมผู้บริหาร หากใครหยิบยกเรื่อง 700 MHz มาพูดก็มักถูกกลบเกลื่อนไปพูดถึงเรื่องอื่นแทน
อาการหนักถึง สหภาพฯทำหนังสือด่วนถึงประธานบอร์ด NT เรื่องการบริหารผลิตภัณฑ์บริการมือถือบนโครงข่าย 700 MHz ที่ไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจ ทำให้ NT มีต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเรียกร้องให้ประธานและคณะกรรมการ NT ดำเนินการดังนี้
1.สอบทานแผนธุรกิจการให้บริการมือถือบนโครงข่าย 700 MHz ว่า เป็นไปตาม Feasibility จริงตามแผนธุรกิจหรือไม่ 2.ตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินการของผู้บริหาร ที่มีการทำงานที่ไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่วางไว้ มีการบริหารความเสี่ยงของโครงการหรือไม่อย่างไร และ 3.ขอให้ NT เร่งรัดวางแผนในการสร้างบริการ 5G Digital services มาให้บริการบนโครงข่าย 5G โดยเร็ว ตามที่ผู้บริหารระดับสูงเคยมีการพูดคุยถึงแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ NT ให้พนักงานได้ฟัง เพราะตลาดบริการโทรศัพท์บนมือถืออยู่ในสภาพตลาดอิ่มตัวและยากต่อการทำธุรกิจที่จะมีผลกำไรที่ดี อีกทั้งคลื่นความถี่ 700 MHz ถูกประมูลมาในราคาที่แพงมาก
ทั้ง 3 ข้อเรียกร้องของสหภาพฯ เกิดจากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับบริการคลื่น 700 MHz ของ NT ที่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขก็จะเกิดผลเสียกับ NT อย่างแสนสาหัส เนื่องจากสหภาพฯพบว่า 1.ในปี 2567 ค่าใช้จ่ายบริการเชื่อมโยงข้ามโครงข่ายโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ (โรมมิ่ง) ของลูกค้าโครงข่ายคลื่นความถี่ 700 MHz ของ NT มีจำนวนเงินสูงมากเกินกว่าที่ประมาณการไว้ โดยแผนธุรกิจปี 2567-2571 NT ได้อนุมัติงบประมาณค่าใช้บริการเชื่อมโยงข้ามโครงข่ายโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ ปี 2567 เป็นจำนวนเงิน 571,887,607 บาท แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
สายงาน ง. (สายงานการเงิน)ให้ความเห็นว่า ในระหว่างดำเนินการนำเรื่องเสนอบอร์ด NT เพื่ออนุมัติงบประมาณทำการเพิ่มเติม ขณะที่มีรอบชำระค่าบริการโรมมิ่ง แบบรายเดือนซึ่งจำเป็นต้องชำระให้ทันตามกำหนดในกรณีนี้อาจใช้งบประมาณทำการในภาพรวมที่อยู่ในอำนาจอนุมัติของ กจญ. (กรรมการผู้จัดการใหญ่) เพื่อชำระค่าบริการก่อน โดยให้เหตุผลความจำเป็นตามที่เสนอ เพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนของดอกเบี้ยกรณีชำระล่าช้าและเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณทำการฯเพิ่มเติมแล้วจึงคืนให้กับงบประมาณภาพรวมต่อไป
NT ได้คำนวณเชิงสถิติประมาณการใช้ข้อมูล (Data) ของผู้ใช้บริการที่สูงขึ้น และนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายประมาณสำหรับค่าใช้บริการเชื่อมโยงข้ามโครงข่ายโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ(โรมมิ่ง) ปี 2567 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ประมาณ 2,031,000,000.00 บาท ดังนั้น ยอดงบประมาณค่าเชื่อมโยงข้ามโครงข่ายโทรศัพท์มือถือภายในประเทศ ปี 2567 ที่จะขออนุมัติเพิ่มเติมจากบอร์ด NT เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,460,000,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
2.จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การโอนย้ายผู้ใช้บริการจากโครงข่าย 850 MHz ไปใช้โครงข่าย 700 MHz ไม่เป็นไปตามกำหนด เนื่องจากระบบ OTA (Over the Air) ไม่พร้อมใช้งาน โดยในเดือนมิ.ย.67 ระบบ OTA ยังอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งาน ส่งผลให้ปริมาณการใช้โรมมิ่งของ TUC(ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น) สูงกว่าที่คาดการณ์ และเนื่องจากปริมาณความจุคงเหลือตามสัญญาข้อตกลงฯ กับ TUC ที่ยกมาในปี 2567 หมดลงในเดือนม.ค.67 ทำให้อัตราค่าใช้บริการโรมมิ่ง ของ TUC อยู่ที่ 0.01 บาทต่อ MB ซึ่งสูงกว่าค่าใช้บริการเดิมที่ด้อยค่าไว้ (0.006085 บาทต่อ MB) และสูงกว่าราคาตลาด
3.การสร้างแพ็กเกจแบบไม่จำกัดการใช้งาน (Unlimited) ในการทำการตลาด ส่งผลทำให้การใช้งานเฉลี่ยของผู้ใช้บริการมีปริมาณที่สูงมาก ทำให้ปริมาณการใช้งานรวมเกินกว่าโควตา Free Roaming 5,000 TB ต่อเดือน ที่ได้รับจาก AWN (แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค)โดยอัตราค่าบริการส่วนที่เกิน Free Roaming ของ AWN คิดเป็น 0.03 บาทต่อ MB ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดและสูงกว่าอัตราของ TUC ถึง 3 เท่า
‘จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น สหภาพฯ NT มีความเห็นว่า การบริหารงานของ NT ไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจ รวมทั้งการดำเนินงานที่ล่าช้า ส่งผลทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการโรมมิ่งที่ค่อนข้างสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะการประมาณการณ์ที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ยอดค่าใช้จ่ายจริงของการโรมมิ่ง สูงกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 255%’
แหล่งข่าวกล่าวว่าการบริหารที่ไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจ ส่งผลทำให้การดำเนินงานไม่มีความโปร่งใส ไม่สามารถควบคุมรายจ่ายได้ ในสายตาของพนักงานและสหภาพฯต่างคาดหวังว่า ยุทธศาสตร์การให้บริการมือถือบนโครงข่าย 700 MHz จะนำพาองค์กรให้พ้นภาวะวิกฤตทางการเงิน (องค์กรอยู่ในสภาพขาดทุน) หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะเหมือนว่า การประกอบกิจการของ NT ยังไร้ทิศทาง การหารายได้จากบริการมือถือบนโครงข่าย 700 MHz กลายเป็นการหาเงินเพื่อมาจ่ายเป็นค่าโรมมิ่งที่สูงมากแล้วองค์กรจะมีกำไรได้อย่างไร
หากแผนธุรกิจการให้บริการมือถือบนโครงข่าย 700 MHz เป็นผลิตภัณฑ์ที่ NT วางไว้เป็นแหล่งรายได้หลักในอนาคตของ NT แต่หากไม่เป็นไปตามแผนธุรกิจย่อมมีโอกาสจะสร้างความเสียหายระยะยาวให้แก่ NT ได้
‘ไม่ใช่เรื่องแปลกใจ หากโครงการ early retire จะได้พนักงานครบตามจำนวนที่ต้องการ เพราะตอนนี้ผู้คนหมดหวังและไม่เห็นอนาคตของ NT อีกต่อไปแล้ว’