กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เซ็น MOU ไปรษณีย์ไทยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SMEs ไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดึงหน่วยงานพันธมิตรเซ็น MOU 2 ฉบับโดยฉบับแรกเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์ม DBD SMEs 360 ที่รวบรวมซอฟต์แวร์และเครื่องมือในการทำธุรกิจไว้ในที่เดียว และฉบับที่ 2 เป็นการเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกับไปรษณีย์ไทยสร้างโอกาสทางการค้าและการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านการให้บริการไปรษณีย์รูปแบบดิจิทัล อำนวยความสะดวกเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้SMEsไทย

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานและร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับหน่วยงานพันธมิตร รวม 2 ฉบับว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises) หรือ SMEs เป็นธุรกิจรากฐานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโต เพราะเป็นธุรกิจของผู้ประกอบการ รายย่อยที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่ผ่านมา ธุรกิจ SMEs ต่างประสบปัญหา/อุปสรรค และความท้าทายในการประกอบธุรกิจหลากหลายประการ ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการขาดแคลนเงินทุน ทำเลการค้า ช่องทางในการทำการค้าและการตลาด รวมถึงเครื่องมือที่จะมาช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีภารกิจและหน้าที่หลักในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน จึงมีแนวคิดในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ SMEs Business Ecosystem เพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพในการบริหารจัดการธุรกิจของ SMEs ด้วยเทคโนโลยี เป็นการส่งเสริมและพัฒนาการให้บริการและช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย จึงเป็นที่มาให้เกิดการลงนามความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ คือ 

1.การพัฒนาแพลตฟอร์ม DBD SMEs 360 ระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย (Thai Startup Association) และบริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) หรือ BOL โดยเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมเครื่องมือในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ช่วยลดต้นทุนการประกอบธุรกิจของ SMEs ไทยในยุคดิจิทัล

ในระยะถัดไปจะพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวให้เป็น Portal กลางเพื่อเป็นศูนย์รวมบริการของผู้ประกอบธุรกิจ ให้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น เช่น บริการด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ช่องทางการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ การบริหารบัญชีและการเงิน การบริหารความเสี่ยง และด้านสิ่งแวดล้อม 

นอกจากนั้นยังมีแผนในการรวบรวมบริการจากหน่วยงานภาครัฐ Government Service ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการมาเชื่อมโยงกับ DBD SMEs 360 ด้วย หรือแม้แต่การค้นหาผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และเครื่องมือใหม่ๆ มาร่วมบนแพลตฟอร์มโดยมีการวางแผนไว้ว่าจะร่วมมือกับโครงการต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม(สสว.)หรือโครงการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA)เพื่อช่วยเปิดตลาดในการจับคู่ผู้ใช้งานกับซอฟต์แวร์อื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการใช้บริการที่หลากหลาย

2.MOU ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทั้ง 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการลูกค้าและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทางวิชาการ และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโดยจะร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมการให้บริการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร(Prompt Post),บริการไปรษณีย์ตอบรับในประเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Acknowledgement of Receipt : E-AR) และบริการปักหมุดตำแหน่งที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลตามโครงการพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) และโครงการ Digital Post ID (D/ID) รวมไปถึงจะร่วมกันสร้างโอกาสทางการค้าและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน และ SMEs ให้นำสินค้าไปจำหน่ายบนเว็บไซต์ ThailandPostMart.com โดยจะพิจารณาสิทธิประโยชน์ในการจัดส่งสินค้าที่จำหน่ายผ่าน e-Commerce และให้ร้านค้าโชห่วยเป็นจุดรับส่งสินค้าให้แก่ไปรษณีย์

วัตถุประสงค์หลักของ MOU ทั้ง 2 ฉบับ เพื่อสร้างความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาการให้บริการให้มีมาตรฐาน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและประชาชน รวมไปถึงการร่วมกันสร้างโอกาสทางการค้าและการตลาดให้แก่ SMEs ไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มศักยภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SMEs ไทยมีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่าผู้ประกอบการ กลุ่ม SMEs เป็นกลุ่มที่ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มุ่งนำเสนอทั้งโซลูชัน บริการ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง แข่งขันได้ในตลาดการค้า รวมทั้งส่งมอบคุณภาพตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค โดยในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็น Information Logistics เพื่อสนับสนุนการให้บริการที่แม่นยำ รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้าให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนและความนิยมที่มากขึ้น และธุรกิจนี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือและองค์ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยพร้อมเชื่อมโยงระบบดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นไว้ในแพลตฟอร์มและจะมีการสนับสนุนงานด้านข้อมูลทางวิชาการ–นวัตกรรมที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจและสนับสนุนให้การทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานมีมาตรฐานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร หรือ Prompt Post ซึ่งภายในมีระบบที่รองรับการรับ-ส่งเอกสารในรูปแบบ e-Document และรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ครบวงจร เช่น เป็นตัวกลางในการรับส่งเอกสารผ่าน Digital Mailbox, รับแจ้งหนี้และรับชำระเงินผ่าน e-Payment, Digital Signature การรับรองการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสนับสนุนการบริการไปรษณีย์ตอบรับในประเทศทางอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Acknowledgement of Receipt: E-AR)เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการตรวจสอบสถานะการจัดส่งสิ่งของ

การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการพัฒนาระบบบริการปักหมุดตำแหน่งที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลตามโครงการพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (หรือ DBD Biz Regist) โดยนำจุดแข็งด้านเครือข่ายพี่ไปรฯ หรือ Postman Cloud มาสนับสนุนให้การเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งธุรกิจที่มีความแม่นยำ รวมทั้งโครงการ D/ID ซึ่งเป็นจ่าหน้าแบบใช้รหัส ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการจัดส่งสิ่งของ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่อยู่ร่วมกันกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วยการแปลงข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ตลอดจนการเชื่อมโอกาสผู้ประกอบการนำสินค้ามาจำหน่ายบน ThailandPostMart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยที่รวบรวมสินค้าตัวท็อปจากทุกภูมิภาคกว่า 20,000 รายการ จากผู้ประกอบการกว่า 6,000 ราย และไปรษณีย์ไทยยังพร้อมสนับสนุนให้ร้านค้าโชห่วยเป็นจุดรับส่งสินค้า EMS Point เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความสะดวกให้กับการรับฝากสิ่งของ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ที่สนใจเปิดจุดให้บริการเพิ่มรวมแล้วกว่า 10,789 แห่ง

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *