บริษัท โกโกลุก (Gogolook) ผู้นำเทคโนโลยีความเชื่อมั่น (TrustTech) ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall ผนึกกสทช. กับองค์กรภาคี ทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตัว “Scam Alert ศูนย์รวมข้อมูลเตือนภัยกลโกงมิจฉาชีพ” โดยมีช่องทางการเผยแพร่ในภาพรวม คือ Facebook และฟีเจอร์ของ Whoscall ซึ่งแพลตฟอร์มฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ช่วยแจ้งเตือนภัยกลลวงและรับมือกับการหลอกลวงจากมิจฉาชีพออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึง รวมถึงช่องทางต่างๆ ขององค์กรภาคีด้วย
ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาการหลอกลวงออนไลน์เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยหลายแสนคนต่อปี สถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่างเดือนมี.ค. 2565 ถึงก.ค. 2567 พบว่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์มีมูลค่ารวมเกือบ 7 หมื่นล้านบาท หรือ เฉลี่ย 78 ล้านบาทต่อวัน โดยผลสำรวจเบื้องต้นจากรายงานขององค์กรต่อต้านกลโกงระดับโลก Global Anti-Scam Alliance (GASA) ประจำปี 2567 ซึ่งโกโกลุก เป็น Foundation Member ยังพบว่ามีคนไทยเพียง 55% ที่มั่นใจว่ารู้เท่าทันมิจฉาชีพ และ 89% เผยว่าต้องรับมือกับมิจฉาชีพอย่างน้อยเดือนละครั้ง
สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่มิจฉาชีพได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาวิธีการหลอกลวงให้มีความแนบเนียน และก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างข่าวเท็จและเว็บไซต์ปลอมอีกมากมาย นอกเหนือจากการหลอกลวงในรูปแบบเดิม ผ่านการโทรเข้าและส่งข้อความ สแปม โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ Whoscall สามารถตรวจพบสายโทรเข้าจากมิจฉาชีพได้เกือบถึง 19 ล้านครั้ง ในขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ที่บิดเบือน/หลอกลวง จำนวนกว่า 47,000 รายการ ระหว่างเดือนต.ค. 2566 – ส.ค. 2567

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า อาชญากรรมไซเบอร์เป็น ภัยคุกคามที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค แต่รวมถึงภาครัฐและธุรกิจด้วย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กสทช. ได้ทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนชั้นนำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ของประเทศ
โดยได้ดำเนินการออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติ ด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับภาคธุรกิจโทรคมนาคม โครงการ Scam Alert เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการแบ่งปันความรู้และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเสริมความแข็งแกร่งให้ประชาชนได้รับข้อมูลและปกป้องจากภัยคุกคามของการหลอกลวงทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น
‘โครงการ Scam Alert เป็นการสร้างการตระหนักรู้ การฉุกคิด ฉุกใจ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์’
ทั้งนี้ องค์กรภาคีภาครัฐ และเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้มีทั้งหมด 12 องค์กร ประกอบด้วย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.), กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ, บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, สภาองค์กรของผู้บริโภค โครงการโคแฟค (Cofact) และบริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น Whoscall เป็นผู้ประสานงานหลัก ร่วมกันเปิดตัวฟีเจอร์ ‘Scam Alert’ (เตือนภัยกลโกง) ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อป้องกันการหลอกหลวงจากมิจฉาชีพแห่งแรกของไทยแบบรวมศูนย์ เพื่อจัดการกับข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ แจ้งเตือนภัย และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้นในภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับทราบอย่างทั่วถึง
ในช่องทางการสื่อสาร ได้แก่ Facebook และบริการบนฟีเจอร์ Scam Alert บนแอปพลิเคชัน Whoscall เพื่อเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์สำหรับประชาชน โดยแบ่งเป็นการเตือนภัยโดยตรงจากหน่วยงานภาครัฐและข้อมูลเตือนภัยกลโกงในรูปแบบต่างๆ จากพันธมิตรภาคเอกชน ที่สามารถใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งเวอร์ชันฟรีและพรีเมียม

แมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ประสบปัญหากับ ภัยหลอกลวงออนไลน์ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกฝ่ายต้องหันมาให้ความสำคัญ กับการเตือนภัยและการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของบริษัทโกโกลุก ที่พร้อมจะนำเสนอเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพที่ครอบคลุมสำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจและพร้อมเดินหน้าติดอาวุธทางปัญญาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในการป้องกันภัยจากกลโกงให้แก่ประชาชนผ่านโครงการเพื่อสังคม เช่น โครงการ Cyber Vaccinated ที่ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อย่างไรก็ตามการป้องกันการหลอกลวง จำเป็นต้องได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้น การเปิดตัวฟีเจอร์ Scam Alert ในครั้งนี้นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall ให้เป็นโซลูชันป้องกัน การหลอกลวงแบบครบวงจร เพื่อปกป้องให้ผู้ใช้งานมีความรู้เท่าทันและอยู่เหนือกลโกงของมิจฉาชีพแล้ว ยังเป็น การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมสังคมที่ปลอดภัยมั่นคง ปราศจากการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ ให้เข็มแข็ง มากยิ่งขึ้น
สำหรับบริการบนฟีเจอร์ Scam Alert ประกอบด้วย
1.เตือนภัยกลโกงล่าสุด (Scam Trending Alert) – ผู้ใช้งาน Whoscall สามารถเปิดการแจ้งเตือนอัตโนมัติ บนแอปพลิเคชันเพื่อรับข้อมูลแจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพที่สำคัญและเร่งด่วนแบบเรียลไทม์ เช่น การแอบอ้างหน่วยงานที่สำคัญ การหลอกลวงที่มีมูลค่าความเสียหายขนาดใหญ่ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง และการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล จากองค์กรภาครัฐ เช่น กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ กสทช. และ สกมช.
2.เตือนภัยกลโกงรู้ทันมิจฉาชีพ (Scam Education Content) – ฟีเจอร์นี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่รวมความรู้เกี่ยวกับกลวิธีการหลอกลวง และเคล็ดลับการป้องกันต่าง ๆ จากภาคีเครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เช่น การหลอกลวงด้านการลงทุน การหลอกลวงการชำระบิล การหลอกลวงในการซื้อของ การหลอกลวงทางอีคอมเมิร์ซ รวมถึงรายงานและให้ข้อมูลเชิงลึกจาก Whoscall และองค์กร Global Anti-Scam Alliance (GASA)
“การป้องกันการหลอกลวงเริ่มต้นด้วยการได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงทีจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ซึ่งนอกเหนือจากผู้ใช้งานจะได้รับทราบข้อมูลการเตือนภัย ผ่านฟีเจอร์ Scam Alert แล้ว Whoscall มีฟีเจอร์อื่นๆ เพื่อเป็นเกราะ ป้องกันความปลอดภัยเพิ่มเติม ให้แก่ผู้ใช้งานทุกคน เช่น Auto Web Checker เพื่อปกป้องผู้ใช้จากการคลิก ลิงก์ฟิชชิ่ง โดยไม่ได้ตั้งใจแบบอัตโนมัติ และ ID Security (เช็กข้อมูลรั่วไหม) เพื่อช่วยตรวจสอบความปลอดภัย ของข้อมูลส่วนบุคคลจากฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ฟรีและแบบพรีเมียม ปัจจุบันในไทยมีการดาวน์โหลด Whoscall ไปแล้วกว่า 20 ล้านครั้งซึ่งเราหวังว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยยอดดาวน์โหลดให้เพิ่มขึ้นเท่าตัว”แมนวู จูกล่าว
นอกเหนือจากผู้ใช้งานจะได้รับทราบข้อมูลการเตือนภัยผ่านฟีเจอร์ Scam Alert แล้ว ประชาชนก็สามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ที่ภาครัฐและเอกชนพัฒนาขึ้น เป็นกลไกในการจัดการกับปัญหามิจฉาชีพ อาทิ การแจ้งความดำเนินคดีที่ศูนย์ AOC 1441 หรือ thaipolice.go.th หรือการแจ้งเลขหมายที่เป็นมิจฉาชีพต่อ กสทช. ที่ 1200 โทรฟรี หรือแจ้งที่ผู้ให้บริการมือถือแต่ละราย