BDI ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร, สปสช. ,สวทช. เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่านระบบ Health Link ในพื้นที่กรุงเทพฯ รองรับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ทั่วกรุง เตรียมเปิดบริการ 27 ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI กล่าวว่า ตามที่ BDI ได้ร่วมมือกับ กทม. และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพหน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ผ่านโครงการจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Link) ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จมากกว่า 1,500 แห่งทั่วกรุง โดยครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยาคุณภาพ คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คลินิกทันตกรรม คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกแพทย์แผนไทย คลินิกเวชกรรม ซึ่งช่องทางในการเปิดดูประวัติการรักษาได้ทั้งจากระบบ HIS ของหน่วยบริการและผ่าน HIE Web portal (https://hie.healthlink.go.th/) ของ Health Link ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับการให้บริการประชาชนตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่
การเชื่อมโยงข้อมูลในครั้งนี้ BDI ได้ทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพต่าง ๆ ในการกำหนด ตรวจสอบ ยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ และการกำหนดข้อมูลที่สามารถเปิดดูประวัติการรักษาให้สอดคล้องกับการให้บริการและมาตรฐานวิชาชีพ และเพื่อให้การบริการครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม BDI ยังร่วมกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหมอ กทม. ในการส่งข้อมูลสุขภาพคืนให้กับประชาชน ซึ่งสำหรับหน่วยบริการที่อาจจะยังไม่ได้เชื่อมข้อมูลผ่านระบบ Health Link ผู้ให้บริการก็ยังสามารถเปิดดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยผ่าน PHR (Personal Health Record – ระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล)ได้
นอกจากนี้ BDI ยังร่วมกับ สปสช. ในการพัฒนาระบบ AI เพื่อช่วยตรวจสอบความผิดปกติของการเบิกจ่าย รวมทั้งเชื่อมข้อมูลจากระบบ Health Link เข้ากับระบบตรวจสอบของ สปสช. เพื่อเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบ ส่งผลให้หน่วยบริการสามารถเบิกจ่าย (Claim)ได้เร็วขึ้น พร้อมเตรียมการเพื่อขยายการเชื่อมข้อมูลสุขภาพให้รองรับการส่งต่อผู้ป่วย (Refer) ซึ่งหน่วยบริการสามารถส่งต่อการรักษาและประวัติการรักษาได้อย่างสะดวกมากขึ้น
‘ขณะนี้ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลในพื้นที่ กทม. มีความพร้อมรองรับ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่จะมีการเปิดตัวในวันที่ 27 กันยายนนี้’
นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อรองรับ 30 บาทรักษาทุกที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น กทม. พยายามที่จะทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของประชาชนอยู่ที่ตัวประชาชนจริงๆ ไม่ว่าประชาชนจะไปรักษาพยาบาลที่ใด ทั้งโรงพยาบาลหรือระดับปฐมภูมิ เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกเอกชน รวมถึงร้านยา หน่วยบริการจะสามารถเห็นข้อมูลประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับความยินยอมจากประชาชน
ขณะนี้ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพประชาชนของหน่วยบริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ได้เชื่อมโยงระบบข้อมูลครบทุกแห่งแล้ว และได้อัปเดตพร้อมนำเข้ารายชื่อแพทย์ในระบบ Health Link แล้ว โดยแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาที่ต้องการดูประวัติคนไข้ในระบบ Health Link สามารถเรียกดูประวัติผ่านระบบ HCIS และระบบ e-PHIC ได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งได้ทดสอบการแสดงตนยืนยันสิทธิเมื่อสิ้นสุดการรับบริการ (ปิดสิทธิ) ด้วย Smart card และการส่งเบิกค่าบริการ 13 แฟ้ม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นส่วนที่สนับสนุนการให้บริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท เข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น ยกระดับสุขภาพปฐมภูมิและเครือข่ายสาธารณสุข เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เชื่อมโยงไร้รอยต่อ
ประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หัวใจหลักสำคัญอย่างหนึ่งของ 30 บาทรักษาทุกที่ คือ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของผู้รับบริการในหน่วยบริการ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนที่เข้ารับบริการ ระหว่างหน่วยบริการ สปสช. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลและเข้าถึงฐานข้อมูลตามสิทธิได้โดยสะดวก โดยมีการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลตามมาตรฐานและกฎหมายอย่างครบถ้วนและปลอดภัย
สำหรับการดำเนินการ 30 บาทรักษาทุกที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง สปสช. กับหน่วยบริการ เช่น เชื่อมข้อมูลหน่วยบริการ ที่อัพโหลดไว้บน Cloud ทุกแหล่ง cloud หมอพร้อม, กลาโหม, UHOSNET และสุดท้าย คือ การเชื่อมข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลและคลินิกนวัตกรรมผ่านระบบ Health Link โดย BDI เช่น คลินิกเทคนิคการแพทย์, คลินิกกายภาพบำบัด เป็นต้น ทั้งนี้ สปสช. มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยบริการในพื้นที่ กทม. ทั้งหมด 1,619 แห่ง ซึ่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลสำเร็จแล้ว 94 % หรือจำนวน 1,535 แห่ง และอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลอีก 84 แห่ง ซึ่งจะเรียบร้อยภายในวันที่ 27 กันยายนนี้
ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพการแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. ได้มีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจากแพลตฟอร์มกลุ่มงาน AMED Care ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลังบ้านในการให้บริการการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
แพลตฟอร์มกลุ่มงาน AMED Care ที่ให้บริการมี 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ เชื่อมร้านยาดูแลผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง 32 อาการ ระบบบริการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยในที่บ้าน ระบบบริการคลินิกพยาบาลสำหรับตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ระบบบริการคลินิกเวชกรรมสำหรับรักษาโรคทั่วไป และระบบบริการคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญในการให้บริการการรักษาแก่ประชาชนในทุกที่ เพราะความเจ็บป่วยไม่อาจรอสถานที่และเวลาได้ สวทช.เชื่อว่าการพัฒนาแพลตฟอร์ม AMED Care สามารถสร้างประโยชน์การบริการสาธารณสุขให้กับประชาชนและสามารถต่อยอดผลการดำเนินงานไปสู่ระบบฐานข้อมูลสุขภาพที่จะขยายการบริการไปได้อย่างกว้างขวาง รองรับการให้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่