ความยิ่งใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟนจีนของ หัวเว่ย (HUAWEI) กลายเป็นแรงผลักดันให้กลับมายิ่งใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟนอีกครั้ง หลังโดนมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ จนทำให้เกิดความล้าหลังทางเทคโนโลยี แต่ในที่สุดก็กลับมาได้ทั้งจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่าง Pura70

ต่อเนื่องมาถึงสมาร์ทโฟนจอพับ Mate XT ที่แสดงนวัตกรรมอย่างการพับ 3 ทบ ทำให้เมื่อกางออกมาแล้วได้หน้าจอใหญ่เทียบกับแท็บเล็ตหน้าจอ 10.2 นิ้ว และเมื่อพับลงมาแล้วจะได้สมาร์ทโฟนหน้าจอ 6.4 นิ้ว ให้พกพาใช้งานติดตัวไป
การเปิดตัว Mate XT ของหัวเว่ย เลือกวันเปิดตัวชนกับ iPhone 16 ซีรีส์ ในวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา และมีแผนวางจำหน่ายหน้าร้านในวันที่ 20 กันยายน เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นความตั้งใจของ HUAWEI ที่จะมาดึงลูกค้าในจีนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า และมีจุดเด่นในการใช้งานที่ชัดเจน
แม้ว่าราคาจำหน่ายของ Mate XT จะอยู่ที่ราว 95,000 บาท – 114,000 ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับ iPhone 16 ที่เริ่มต้นราว 29,900 – 64,900 บาท เท่านั้น ในขณะที่ Galaxy Z Fold 6 เริ่มต้นที่ 63,900 – 78,900 บาท แต่กลายเป็นว่ากลุ่มผู้ใช้งานที่มองถึงความคุ้มค่าแทนที่จะต้องซื้อสมาร์ทโฟน + แท็บเล็ต ซึ่งถ้าคำนวนราคาของรุ่นที่ดีๆ อาจทะลุ 1 แสนบาทไปได้ไม่ยาก
ทีนี้ ลองมาเทียบดูจุดเด่น และความสามารถของ HUAWEI Mate XT และ iPhone 16 Pro Max ที่นับเป็น 2 รุ่นแฟลกชิปของทั้ง หัวเว่ย และแอปเปิล ดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วรุ่นไหนดีอย่างไร และตอบโจทย์การใช้งานของใครเป็นหลัก
จอใหญ่ 10.2 นิ้ว สู้จอใหญ่สุดของ iPhone

เริ่มกันที่ขนาดของหน้าจอ HUAWEI Mate XT ที่เป็นสมาร์ทโฟนจอพับแบบ 3 ทบ ได้เปรียบตรงที่สามารถเลือกใช้ได้ 3 ขนาดด้วยกันคือ ใช้เป็นสมาร์ทโฟนปกติ 6.4 นิ้ว กางออกมา 1 พับ กลายเป็นหน้าจอ 7.9 นิ้วให้ใช้งาน เทียบได้ใกล้เคียงกับ iPad mini ที่หน้าจอ 8.3 นิ้ว ซึ่งนับเป็นขนาดที่ถือใช้งานมือเดียวสะดวก
เมื่อกางเพิ่มอีก 1 พับ จะได้หน้าจอใหญ่เป็นแท็บเล็ตขนาด 10.2 นิ้วให้ใช้งาน บนเทคโนโลยีหน้าจอ OLED LTPO ความละเอียด 3K อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 92% ในสัดส่วน 16:11 แต่ก็ยังเป็นจอแสดงผลแบบ 90 Hz

ในขณะที่ iPhone 16 Pro Max รอบนี้ ปรับเพิ่มขนาดหน้าจอ พร้อมลดความบางขอบหน้าจอ ทำให้กลายเป็นไอโฟนรุ่นที่มีขนาดจอใหญ่ที่สุดเวลานี้ จาก 6.7 นิ้ว เป็น 6.9 นิ้ว โดยที่มากับเทคโนโลยีจออย่าง ProMotion 120 Hz ให้ใช้งาน
ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว จอ iPhone จะได้เทคโนโลยีจอแสดงผลที่ดีกว่า ในขณะที่ Mate XT จะได้เปรียบในแง่ของขนาดให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ 6.4 นิ้ว 7.9 นิ้ว ไปจนถึง 10.2 นิ้ว
กล้องระดับโปร ถ่ายเยี่ยมทั้งภาพนิ่ง-วิดีโอ

ในแง่ของการถ่ายภาพ HUAWEI Mate XT มากับกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ 1/1.56 นิ้ว ที่มีการนำเทคโนโลยีปรับรูรับแสงระหว่าง f/1.4 – f/4.0 มาให้เลือกปรับใช้งาน ตามด้วยเลนส์ซูมแบบ Periscope ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สามารถซูมได้ 50 เท่า
ขณะที่ เลนส์มุมกว้าง 12 ล้านพิกเซล รวมกับเลเซอร์โฟกัส ขณะที่กล้องหน้าอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ในการถ่ายภาพ HUAWEI มีการนำเทคโนโลยีอย่าง XMAGE มาช่วยปรับคุณภาพให้ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการยอมรับเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มสมาร์ทโฟนถ่ายภาพอยู่แล้ว

ส่วน iPhone 16 Pro Max มากับกล้องหลัก และกล้องมุมกว้าง 48 ล้านพิกเซล และเลนส์ซูม 5 เท่า เทียบเท่าระยะ 120 มม. ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่เลนส์หลักสามารถซูม 2 เท่า ทำให้ได้ความละเอียดสูง 12 ล้านพิกเซลได้ และรองรับการถ่ายวิดีโอสำหรับ Vision Pro
การอัปเกดกล้องของ iPhone 16 Pro Max ในรอบนี้ จะอยู่ที่การรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K120fps ทำให้สามารถปรับแต่งวิดีโอแบบสโลว์โมชันหลังถ่ายเพิ่มเติมได้ รวมถึงการเก็บเสียงเชิงมิติพื้นที่จากไมโครโฟน 4 ทิศทางที่ติดตั้งมา ช่วยแยกเสียงหน้ากล้อง หลังกล้องให้คมชัดมากขึ้น
แบตฯ ใหญ่ใช้นานทั้งวัน

สุดท้ายในเรื่องของแบตเตอรี แม้ว่า HUAWEI Mate XT จะให้แบตฯ มาใหญ่ถึง 5,600 mAh แต่ในความเป็นจริงเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ 10.2 นิ้ว อาจจะถือว่าไม่ได้เยอะเพียงพอ แต่ถ้าไม่ได้กางใช้งานหน้าจอตลอดเวลาก็มีโอกาสที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องทั้งวัน เพราะยังมีอีกประเด็นที่ต้องคำนึงถึงคือชิปเซ็ตของ Mate XT ยังไม่ได้พัฒนาบนสถาปัตยกรรมล่าสุด ทำให้ต้องใช้พลังงานสูงกว่า

ในขณะที่ iPhone 16 Pro Max แม้ว่าจะให้จอใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว กับแบตเตอรีขนาดประมาณ 4,422 mAh ที่แอปเปิล เคลมว่าสามารถใช้งานเล่นวิดีโอแบบสตรีมต่อเนื่อง 29 ชั่วโมง ก็ถือว่าเพียงพอใช้งานตลอดทั้งวัน
เมื่อดูในภาพรวมแล้วการเปิดตัว HUAWEI Mate XT ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับของหัวเว่ย อย่างแท้จริง และพร้อมที่จะชนกับสหรัฐฯ อย่างมั่นใจในอีโคซิสเตมส์ ขณะที่การเปิดตัว iPhone 16 ในรอบนี้ ไม่ได้มีนวัตกรรมที่เห็นได้ชัดเจน และยังต้องรอใช้งาน Apple Intelligence ที่พร้อมจะให้ใช้งานในอนาคตอีก
น่าเสียดายที่ HUAWEI Mate XT ยังไม่มีแผนการทำตลาดนอกประเทศจีน และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ยังมีผลต่อเนื่องทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปยังไม่สะดวกในการใช้งาน HarmonyOS แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อหลายๆ อย่างผ่อนคลายลง HUAWEI จะกลับมาผงาดอีกครั้งในตลาดสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน