ETDA โชว์แผนปี 68 เร่งขยายต่อ 4 โจทย์ใหญ่ ชูก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตดิจิทัลที่มั่นใจของทุกคน

ETDA เปิดแผนปี 2568 ลุยเข้ม 4 โจทย์ใหญ่ ย้ำบทบาท ‘Co-Creation Regulator และ Promoter’ ทั้งต่อยอด Ecosystem ธุรกรรมออนไลน์-เสริมกลไกกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัลและดันบทบาท AI Governance – ยกระดับ SMEs รัฐ เอกชน สู่ Digital Transform ผนวก Digital ID กับ e-Service และดัน Model ใหม่ที่ตอบโจทย์ในพื้นที่ เพิ่มคนคุณภาพฝั่งแรงงานดิจิทัลและเสริมเกราะให้คนไทยรู้ทัยภัยออนไลน์ สู่เป้าหมายปี 2570 ตามสูตร 30:30 การเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เพิ่มเป็น 30% ของ GDP และนำพาประเทศไทยขึ้นสู่ 30 อันดับแรกของโลกในด้านความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัล

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA  กล่าวว่า กว่า 14 ปี ของ ETDA กับการขับเคลื่อนอนาคตธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ให้ก้าวสู่สังคมดิจิทัลด้วยบทบาทสำคัญ ทั้ง ‘Co-Creation Regulator’ กำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัลภายใต้กฎหมาย 2 ฉบับ ควบคู่ไปกับบทบาท  ‘Promoter’ มุ่งส่งเสริม รัฐ เอกชน SMEs ผนวก Tech Provider ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพสู่เป้าหมายใหญ่ 30:30 ทั้งการเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เพิ่มเป็น 30% ของ GDP และนำพาประเทศไทยขึ้นสู่ 30 อันดับแรกของโลก ในด้านความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลภายในปี 2570

สำหรับแผนในปี 2568 ชูแนวคิด ‘ก้าวที่มั่นคง เพื่อชีวิตดิจิทัลที่มั่นใจ’โดยเน้น 4 เรื่องสำคัญประกอบด้วย 1. ต่อยอด Digital Infrastructure and Ecosystem – เน้นงาน 4 กลุ่มสำคัญ คือ Document Management  เสริมศักยภาพโครงสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ Digital Platform Services เพิ่มการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล AI Governance & Data Sharing เสริมการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ Legal & Standard พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน ที่เกี่ยวข้อง พร้อมมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผู้ให้บริการ (Service Provider) ผ่าน Innovation Sandbox 

2. เร่งกลไก Digital Service and Governance – ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมสำหรับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านกลไกทั้งมาตรฐาน แนวปฏิบัติ (Best Practices) เพื่อให้เกิด Ecosystem ที่จะช่วยลดความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการ ผนวกการวิเคราะห์ ผลกระทบ เช่น Labor Platform และ e-Commerce Platform เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเหมาะสม และสนับสนุนการมี Community ที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเกิด Self-regulation ในอนาคต พร้อมผนวกบทบาทสายด่วน 1212 ETDAเพื่อรองรับช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของแพลตฟอร์มขนาดเล็กเสริมศักยภาพขององค์กรด้วย AI Governance โดยศูนย์ AIGC
ทั้งการขยาย Sector สู่กลุ่ม Telecommunication และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ การมี AI Guideline & Tool ใหม่ๆ เช่น  AI Project Management, Data Governance for AI เตรียมออก Implementation Guidance ของไทยที่อ้างอิง UNESCO เกี่ยวกับจริยธรรมของ AI 

3. เสริมความเข้มข้น Digital Adoption and Transformation – โดยผลักดันให้เกิดการใช้ Digital ID เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐและเอกชนที่มากขึ้น โดยเฉพาะบริการรัฐที่ตั้งเป้าเชื่อมระบบให้ได้ 80% ภายในปี 2568 นี้ มีแนวทางการใช้งาน Digital Document Wallet สำหรับการทดลองใช้งาน พร้อมกับส่งเสริมการใช้งานผ่านแคมเปญ MEiD (มีไอดี)และติดสปีด SMEs ให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ โดยนำโมเดลการทำงานขยายลงพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่นอกจาก ภาคการค้า การบริการแล้ว ยังขยายต่อในภาคการเกษตร มุ่งเน้นการเพิ่มความรู้ เพิ่มรายได้ ขยายฐานลูกค้าและตลาดให้มากขึ้น

4. เพิ่มประสิทธิภาพ Digital Workforce, Literacy & Protection – ผ่านการดำเนินงาน 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 4.1 เพิ่มปริมาณแรงงานเฉพาะด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ ตั้งเป้า 90,000 คนในปี 2570 ผ่านหลักสูตรระดับผู้บริหาร e-Learning การรับรองทักษะดิจิทัล (DSPC) และการรับรอง
ทักษะโดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) 4.2 เพิ่มรายได้ชุมชนและลดอัตราการว่างงาน ตั้งเป้าปี 2570 มีชุมชนเข้าร่วม 1,000 ชุมชน โดยต่อยอด Model การพัฒนาชุมชนในระดับภูมิภาค จับมือพาร์ทเนอร์ ปั้นโค้ชดิจิทัลชุมชน ผนวกการพัฒนาชุมชนทั้งการเพิ่มความรู้ และการผนวกเครื่องมือทางออนไลน์ พร้อมผลักดันสู่การจัดตั้งกิจการเพื่อสังคม ก่อนส่งต่อพาร์ทเนอร์เพื่อส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง

4.3 เสริมสร้างให้คนไทยรู้เท่าทันเทคโนโลยีและภัยออนไลน์ ขยายต่อเนื่องในกลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้ามี EDC Trainer กระจายลงอำเภอเพิ่มขึ้นอีก 10% (ไม่น้อยกว่า 80 อำเภอ) และมี 2570 เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% พร้อมเผยแพร่ความรู้และสื่อ และเสริมการวัดผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ในเชิงพื้นที่ ไปพร้อมๆ กับการต่อยอดสร้าง Community เครือข่ายการทำงาน เพิ่มความยั่งยืนในการพัฒนาทักษะดิจิทัลคนไทย และปี 68 นี้ ETDA เตรียมพัฒนาแหล่งรวบรวมข้อมูลกลาง (Content Management) เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อและความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น 

ชัยชนะกล่าวถึงมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมว่าศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอีเป็นประธานคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐประมาณ 20 หน่วยงาน (อาทิกระทรวงดีอี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กรมการขนส่งทางบก สคบ.กสทช. และอื่นๆ)กับเอกชนที่เกี่ยวข้อง พิจารณาหลักการในการกำกับดูแล อย่างร่างประกาศฉบับแรกเกณฑ์ความเสี่ยงหรือการสร้างตะแกรงหากเป็นปลาตัวเล็กก็ไม่ต้องมีภาระเพิ่ม ฉบับสองประกาศให้รู้ตัวว่าแพลตฟอร์มชื่ออะไรบ้างว่ามีหน้าที่ ประกาศฉบับสามบอกให้รู้ว่ามีหน้าที่อะไรอย่างกลั่นกรองสินค้าว่าต้องมีมาตรฐานมอก.144รายการ มาตรฐานอย.ต้องมีกระบวนการตรวจสอบ เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มต่างชาติ ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าผู้ประกอบการไทย โดยคาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างประกาศนี้ภายในต้นเดือน ต.ค.67

ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะกำหนดเกณฑ์ความเสี่ยงและจัดทำรายชื่อแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่อาจเข้าข่ายความเสี่ยง รวมทั้งยังมีการวางมาตรฐานสินค้า เช่น มาตรฐาน มอก. และ อย. ที่แพลตฟอร์มต่างชาติต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถตรวจสอบและผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนได้ รวมทั้งยังอาจกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องจดทะเบียนในประเทศไทย โดยทั้งหมดต้องคำนึงถึงข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว ร่างประกาศจะถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม จากนั้นจะส่งต่อไปยังอนุกรรมการด้านกฎหมายเพื่อพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติเห็นชอบ ทั้งนี้ หลังจากประกาศบังคับใช้แล้ว จะมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มต่างชาติต้องปฏิบัติตามประกาศภายในกี่วัน เพื่อให้เจ้าของแพลตฟอร์มมีเวลาเพียงพอในการเตรียมระบบตรวจสอบและปรับปรุงให้สอดคล้องกับข้อกำหนด

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *