“ด้าหัว เทคโนโลยี ”(DAHUA TECHNOLOGY) เห็นศักยภาพในการทำตลาดในประเทศไทยที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้ ประกาศพร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงเทคโนโลยีอันทันสมัย ทุ่มงบกว่า 35 ล้านบาทเปิดโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นที่ประเทศไทย จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยโซลูชันเอไอโอที (AIoT) ที่ผสมผสานปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ต ออฟ ติงค์โชว์ศักยภาพล้ำหน้าของ ด้าหัว หวังผู้ใช้เข้าสู่สังคมที่ปลอดภัยและชีวิตที่ดีขึ้น
แม้ภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ดูเหมือนยังคลุมเครือไม่ขยายตัวมากนัก แต่ดูเหมือน “ด้าหัว เทคโนโลยี” จะคิดต่าง ว่าไทยยังคงเป็นประเทศที่มีโอกาสทางการตลาดอีกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน
“ด้าหัว เทคโนโลยี” เข้ามาเปิดธุรกิจในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2016 ด้วยการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเอไอโอที(AIoT) ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับอินเทอร์เน็ตออฟติงค์ที่เกี่ยวกับวิดีโอ
หยู ฉีจวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ด้าหัว เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้าหัวในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด8 ปีที่ผ่านมา รายได้เป็นไปตามเป้าหมายทุกปี ส่งผลให้ทางบริษัทตั้งเป้าหมายขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยโดยล่าสุดเปิดโชว์รูม ด้าหัว เทคโนโลยี ประเทศไทย (Dahua Technology Thailand Showroom) ซึ่งเป็นโชว์รูมใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นที่ขนาด 260 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุนกว่า 35 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ บริษัท ด้าหัว เทคโนโลยี(ประเทศไทย) จำกัด ชั้น 29 อาคารเอไอเอ แคปปิตอลเซ็นเตอร์ ถนนรัชดาภิเษก

โชว์รูม ด้าหัว เทคโนโลยี ประเทศไทย แห่งนี้ได้จัดแสดงโซลูชันอันทันสมัย เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของสังคมที่ปลอดภัยและชีวิตที่ดีขึ้นได้แก่เมืองอัจฉริยะ(Smart City) พลังงานอัจฉริยะ(Smart Energy) อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) การจราจรและการจอดรถอัจฉริยะ(Smart Parking & Traffic) โทรศัพท์อัจฉริยะ(Smart Mobile) ค้าปลีกอัจฉริยะ(Smart Retail) และธนาคารอัจฉริยะ(Smart Banking)
ผู้บริหารด้าหัวยกตัวอย่างโซลูชันที่จัดแสดงในโชว์รูม ด้าหัว เทคโนโลยีอย่างเมืองดิจิทัลหรือเมืองอัจฉริยะ(Smart City)ว่าเป็นการเน้นที่เมืองปลอดภัยเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายคือการเพิ่มความปลอดภัยในเมือง ดังนั้น เนื้อหาของพื้นที่จัดนิทรรศการนี้จึงเกี่ยวข้องกับด้าหัวใช้ความสามารถในการรับรู้ส่วนหน้าและการวิเคราะห์ส่วนหลังอันทรงพลังเพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มความปลอดภัยให้กับเมือง โดยใช้กล้องวงจรปิดอันทันสมัยและโซลูชันที่ผสมผสานปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอของด้าหัว ทำให้เมืองมีความปลอดภัยมากขึ้นและบังคับใช้กฎหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อีกโซลูชันที่น่าสนใจคือ การจราจรอัจฉริยะ(Smart Traffic) ที่จะมาช่วยให้ลดอุบัติเหตุในการจราจรในเมือง ได้แก่ ยานพาหนะ รถจักรยานยนต์ และคนเดินถนนเพราะมุ่งไปที่การละเมิดกฎจราจรที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยการจับภาพการละเมิดกฎจราจรเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สามารถตรวจจับรถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยเน้นที่การตรวจจับการใช้เข็มขัดนิรภัยและการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ รวมถึงการใช้หมวกกันน็อคและการบรรทุกเกินพิกัดอีกด้วย
ส่วนอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ด้าหัว มีกล้องจดจำใบหน้าสามารถตรวจจับการสัญจรของรถยนต์และคนเดินเท้าได้โดยไม่รู้สึกตัวและใช้กล้องตรวจจับพื้นที่จอดรถและระบบนำทางเพื่อดูแลพื้นที่จอดรถและนำทางพื้นที่ที่เหลืออย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างระบบนำทางยานพาหนะภาคพื้นดินโดยอิงตามการจัดการกริด โซลูชันนี้ทำให้สามารถควบคุมพื้นที่จอดรถหลายพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาดแบบเรียลไทม์
“โซลูชันส่วนใหญ่ที่จัดแสดงได้รับการตอบรับที่ดีมีการใช้งานจริงแล้วในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย”
หยู ฉีจวินกล่าวว่า โปรดักส์ทุกตัวของด้าหัวรองรับ AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการเทรนนิ่งเพื่อให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นหลักพร้อมเผยถึงทิศทางของ ด้าหัว เทคโนโลยี ในการเป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านบริการและโซลูชันเอไอโอที (AIoT) ที่ผสมผสานระหว่างปัญญาประดิษฐ์ และอินเทอร์เน็ต ออฟ ติงส์ ที่เกี่ยวกับวิดีโอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลอัจฉริยะของเมืองและองค์กรเป็นเป้าหมายหลัก
“ด้าหัว ยกระดับกลยุทธ์องค์กรที่เรียกว่า Dahua Think# 2.0 จาก Intelligence เป็น Integrated Intelligence สำหรับธุรกิจเมือง (City Business) บริษัทฯยังคงส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงจากการจัดการเมืองที่ดีขึ้นไปสู่การกำกับดูแลเมืองที่มีประสิทธิภาพจากการดำเนินการที่เป็นระเบียบไปสู่การเป็นอิสระในการดำเนินงาน จากความปลอดภัยสาธารณะที่เพิ่มขึ้นไปสู่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการยกระดับ และจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางนิเวศไปสู่การกำกับดูแลร่วมกันทางนิเวศ”
นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจองค์กร(Enterprise Business) ด้าหัวได้เปลี่ยนจากการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมไปสู่การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุม จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไปสู่การสร้างกำลังการผลิตดิจิทัลอัจฉริยะ และจากการช่วยเหลือในการจัดการไปสู่การเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ
บริษัท ด้าหัว เทคโนโลยี มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 23,000 คน มีรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญ พนักงานมากกว่า 50% เป็นช่างเทคนิคด้านการวิจัยและพัฒนา ด้าหัวมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยลงทุนประมาณ 10%ของรายได้จากการขายในการวิจัยและพัฒนาทุกปี บริษัทฯ ยังได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยหลัก 5 แห่ง ได้แก่สถาบันเทคโนโลยีขั้นสูง สถาบันบิ๊กดาต้า สถาบันวิจัยกลาง สถาบันไซเบอร์ซีเคียวริตี้และสถาบันการสื่อสารแห่งอนาคต บริษัทฯยังคงสำรวจสาขาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกและโครงสร้างของ AIoT และได้ขยายธุรกิจด้านนวัตกรรมหลากหลาย
ด้วยเครือข่ายการตลาดและบริการระดับโลก ด้าหัวได้ก่อตั้งสำนักงานในประเทศจีนมากกว่า 200 แห่ง รวมถึงบริษัทในเครือ สาขา และสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ 69 แห่ง ครอบคลุมเอเชีย อเมริกาเหนืออเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา โอเชียเนีย และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อมอบบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพสูงให้กับลูกค้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ชาญฉลาดและชีวิตที่ดีขึ้น ด้าหัว ได้นำผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และบริการไปใช้ในกว่า 180 ประเทศ ครอบคลุมถึงการขนส่ง การผลิต การศึกษา การค้าปลีก ธนาคารและการเงิน พลังงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมต่างๆ

“สร้างสังคมที่ชาญฉลาดและชีวิตที่ดีขึ้น”เป็นพันธกิจของด้าหัว เทคโนโลยี ที่ยึดมั่นในค่านิยมหลักของตนซึ่งได้แก่ “ความสำเร็จของลูกค้า ความสำเร็จของพนักงาน”และต้องการมอบคุณภาพและบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการสร้างโลกที่ปลอดภัย
“จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด ด้าหัว ประเทศไทย คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ประมาณ 50 ล้านเหรียญ”