สัปดาห์ที่ผ่านมา Google ใช้เวลาในงาน Made by Google นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ และหูฟังไร้สาย ในตระกูล Pixel ออกสู่ตลาด และเตรียมวางจำหน่ายในสหรัฐฯ รวมถึงประเทศใกล้เคียงบ้านเราอย่างสิงคโปร์ และมาเลเซีย ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

สิ่งที่น่าสนใจบนเวทีก็คือ Google ไม่ได้เน้นการนำเสนอถึงตัวโปรดักส์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน Pixel 9 ซีรีส์ หรือมือถือจอพับอย่าง Pixel 9 Pro Fold จนถึงนาฬิกา Pixel Watch 3 และหูฟัง Pixel Buds Pro 2 ที่แม้ว่าทั้งหมดจะมีการออกแบบด้านดีไซน์ที่สวยงาม กล้องคุณภาพสูง สเปกตัวเครื่องระดับท็อป

แต่กลายเป็นว่าจุดขายหลักของงานนี้ อยู่ที่กลายโชว์ศักยภาพของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่ Google พัฒนา Gemeni ขึ้นมา ความสำคัญของ Gemini ที่ Google เริ่มปักหมุดไว้ไม่ได้อยู่แค่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวเหมือนสมัยของ Google Assistant อีกต่อไป

เพราะ Gemini จะกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การสรุปบทสนทนาทางโทรศัพท์ ไปจนถึงการวางแผนการเดินทาง จุดเด่นสำคัญของ Gemini คือการที่ Google สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันอย่าง Gmail, Google Maps และ Google Calendar ได้แบบไร้รอยต่อ รวมถึงแอปฯ อื่นๆ อย่าง YouTube Music Keeps Tasks ในอนาคต
ทำให้ Gemini เป็นผู้ช่วยที่รู้ทั้งตารางปฏิทินส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไปจนถึงรายละเอียดการเดินทาง หรือความสนใจในสถานที่ต่างๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้คำสั่งเสียงสั่งงาน Gemini ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อรวมกับความสามารถในการค้นหาจากรูปภาพ ทำให้ในอนาคตเมื่อสงสัย หรือสนใจในเรื่องใดเป็นพิเศษ เพียงแค่วงภาพที่ต้องการ และให้ Gemini ไปค้นหาวิธีทำจาก YouTube ออกมาให้ดู ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากลำบากอีกต่อไป

อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Google เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android ที่เปิดทางให้พันธมิตรนำไปใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของแต่ละแบรนด์ ทำให้สินค้าของ Pixel ถูกวางตำแหน่งให้เป็นโชว์เคส เพื่อนำเสนอนวัตกรรมออกสู่ตลาด
ช่วยให้ทั้งแบรนด์ และผู้บริโภค เข้าใจในความสามารถของ Google มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคของ AI เมื่อ Gemini จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ทำให้ในเวทีงานเปิดตัวครั้งนี้ Google เลือกนำสมาร์ทโฟนจากพันธมิตรไม่ว่าจะเป็น Samsung หรือ OPPO มาเป็นตัวอย่างในการนำ Gemini ไปใช้งาน

ไฮไลท์สำคัญคือ Gemini Live ผู้ข่วย AI ที่สามารถสนทนากับผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์ เพียงแต่เบื้องหลังของการทำงานคือ Gemini Advance ที่ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงโมเดล AI ขั้นสูงนี้ ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้งานจำเป็นต้องสมัครสมาชิก Google One Ai Premium ในราคาเดือนละ 750 บาท ด้วย
หลังจากนี้ ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของคู่แข่งสำคัญอย่าง Apple ที่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมามีการนำเสนอบริการ AI อย่าง Apple Intelligence ซึ่งเตรียมเริ่มให้บริการในสหรัฐฯ ช่วงปลายปีนี้ และเป็นที่น่าสนใจว่าในงานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่เดือนกันยายนนี้ Apple จะนำเสนอออกมาในรูปแบบใด