ไปรษณีย์ไทย 141 ปีมุ่งสู่ Information Logistic

141 ปีไปรษณีย์ไทย เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยแนวทาง ESG+E ตามวิสัยทัศน์ Delivering Sustainable Growth through Postal Network – ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ พร้อมแผนเดินหน้าธุรกิจดิจิทัลที่ต่อยอดมาจากธุรกิจดั้งเดิม สู่การเป็น Information Logistics และแผนตั้งรับ Temu

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว 141ปี แห่งความยั่งยืนไปรษณีย์ไทยว่าการเข้ามาของ Temu แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซสัญชาติจีน ถือว่าส่งผลกระทบกับไปรษณีย์ไทยเพราะทำให้ยอดการขนส่งของแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซลดลงมาก อย่าง TikTok ที่ใช้เวลาเจรจา 2 ปีกว่าจะได้เป็นพันธมิตร ในช่วงระยะเวลาแค่ 2 เดือน(มิ.ย.-ก.ค.)มียอดการขนส่งลดลง 50% ในขณะที่ยอดขนส่งจาก Shopee ลดลง 20%

ความได้เปรียบของ Temu คือการตัดคนกลางออกเป็นการสั่งซื้อตรงจากโรงงานผู้ผลิตในจีนในขณะที่ผู้ประกอบการคนไทยจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่รวบรวมหาสินค้ามาขายให้ผู้ซื้อที่อาจเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งต้นทุนที่ถูกกว่ามากของสินค้าบนแพลตฟอร์มTemuกำลังทำให้ผู้ประกอบการคนไทยอยู่ไม่ได้

‘การทุ่มตลาดผิดปกติ มันคือการฆ่า’

การแก้ปัญหา Temu เป็นเรื่องใหญ่ระดับรัฐบาลที่ต้องหาทางบูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาในขณะที่ไปรษณีย์ไทย ก็ต้องใช้กลยุทธ์ ‘อัตตาหิ อัตตโนนาโถ หรือ ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน’เพื่ออยู่ให้รอดท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเดือนหน้าไปรษณีย์ไทยจะมีการเจรจากับผู้บริหาร Temu ด้วยท่าทีที่พร้อมเป็นพันธมิตรเพื่อให้ ผู้ประกอบการไทยสามารถทำธุรกิจกับTemuได้ ในขณะเดียวกันไปรษณีย์ไทย ก็มีแผนที่จะช่วยผู้ประกอบการไทย ตามแนวทางแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ที่ลุยขับเคลื่อนองค์กร สู่ความยั่งยืนผ่านการพัฒนาระบบงานต่างๆ ด้วยหลัก ESG+E ตามวิสัยทัศน์ Delivering Sustainable Growth through Postal Network – ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ พร้อมแผนเดินหน้าธุรกิจดิจิทัล ที่ต่อยอดมาจากธุรกิจดั้งเดิม สู่การเป็น Information Logistics

ทั้งนี้ไปรษณีย์ไทยได้วางกรอบการดำเนินงานที่จะเป็นผู้ให้บริการขนส่งและสื่อสารที่ขับเคลื่อนระบบงานต่างๆ ด้วยหลัก ESG+E คือ Environment, Social, Governance และ Economy ผ่านแผนงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

ด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2573 และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 และในไตรมาส 4 ของปีนี้จะมีการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ในระบบงานไปรษณีย์เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 85% ภายในปี 2573 และครบทั้งหมด 100% ภายในปี 2583 และยังอยู่ระหว่างยังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้กับระบบขนส่งเพิ่มเติม

ด้านสังคม สร้างชุมชนที่ยั่งยืนด้วยโครงการ “ไปรษณีย์เชื่อมสุข” ที่มุ่งสร้างงาน สร้างอาชีพ และเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังชุมชนที่สำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ รวมถึงขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า ให้กลุ่มเกษตร กลุ่ม SMEs และกลุ่มเปราะบางทางสังคมผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart โดยที่ผ่านมาช่วยสร้างรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางไปรษณีย์ไทย ทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์มากกว่า 600 ล้านบาท/ปี และตลอดระยะเวลา 3 ปี ได้สนับสนุนเกษตรกรไทย ในการขนส่งผลไม้และพืชผลทางการเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 100,000 ตันโดยครึ่งแรกของปี 2567 นี้มีปริมาณการฝากส่งผลไม้ไทยยอดนิยมผ่านบริการ EMS ส่งด่วนทั่วไทย กว่า 18 ล้านกิโลกรัม 

ด้านการกำกับดูแลกิจการ ให้ความสำคัญกับการรักษาปกป้องและใช้ข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาลเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน พร้อมมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร และพัฒนาธุรกิจเพื่อสนับสนุนการดำรงชีวิตในสังคมยุคดิจิทัล

ดนันท์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมุ่งสู่การเป็น Information Logistics ด้วยบริการ Prompt Post การบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการยุคดิจิทัล โดยมี 4 บริการหลัก คือ 1.Trust Service การรับรองและลงลายมือชื่อบนเอกสารดิจิทัลด้วยใบรับรองดิจิทัลและกุญแจส่วนบุคคล 2.Digital Postbox การจัดเก็บเอกสารสำคัญได้อย่างรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ 3.One-stop service การสนับสนุนการให้บริการของภาครัฐและภาคเอกชนผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 4.Prompt pass บริการจัดเก็บเอกสารสำคัญส่วนบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งข้อมูลระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 

นอกจากนี้ยังมีบริการ Postman Cloud ที่ใช้ความเชี่ยวชาญของบุรุษไปรษณีย์ที่มีกว่า 25,000 คนทั่วประเทศ ให้บริการในรูปแบบ Postman as a Service เช่น Survey บริการเก็บข้อมูลและสำรวจทรัพย์ Express บริการ รับ-ส่ง สิ่งของ แบบ Point to Point ตามความต้องการของลูกค้า/พันธมิตร Matching บริการเชื่อมโยง Demand และ Supply 

รวมทั้งอีกหนึ่งบริการสำคัญ คือ D/ID (ดีไอดี) ซึ่งเป็น Digital Post ID ส่วนบุคคล ในรูปแบบการจ่าหน้าแบบใช้รหัส ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการจัดส่งสิ่งของ บอกพิกัดแนวดิ่งได้ทำให้สามารถระบุที่อยู่สำหรับผู้ที่อยู่ในอาคารสูง และเมื่อผู้ใช้งานมีการแก้ไขข้อมูลที่อยู่ในระบบ D/ID ข้อมูลที่อยู่ซึ่งเดิมไว้ใช้ติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ไปยังหน่วยงานปลายทางโดยอัตโนมัติ

‘ระบบ D/ID จะเปิดให้บริการราวไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้ รวมทั้งจะมีบริการ Broadcasting & Poll แจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งสามารถรับทำโพลล์เรื่องต่างๆ ผ่าน Prompt Post ด้วย Digital mailbox ซึ่งจะให้บริการในไตรมาส 4 เช่นเดียวกัน’

นอกจาก ธุรกิจใหม่ที่ไปรษณีย์ไทย พร้อมเดินหน้าแล้ว กลุ่มธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลัก ยังเน้นการรักษากลุ่มลูกค้าเดิมและมองหาลูกค้าใหม่ รวมทั้งการเข้าไปเป็นผู้ขนส่งให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น แพลตฟอร์ม Tiktok Shopee และ Lazada โดยบริการที่มีการเติบโตโดดเด่นสุดคือ บริการส่งด่วน EMS ในประเทศ ที่มีปริมาณสิ่งของฝากส่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 12.92% จากแรงบวกของการค้าออนไลน์ ค้าปลีก และความน่าเชื่อถือของบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย ตอบสนองรูปแบบการส่งได้หลากหลายประเภท  และยังเติบโตในด้านเครือข่ายจุดให้บริการที่มีถึง  50,000 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของภาคเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

‘ผมตั้งใจว่าไปรษณีย์ไทยจะต้องดีกว่าปีที่แล้วทั้งรายได้และผลกำไร’

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *