ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับการเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ของหัวเว่ย (Huawei) ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ล่าสุดเจ้าพ่อโทรคมนาคมจีนประกาศชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของฮับ R&D นี้ว่า ”ศูนย์วิจัยและพัฒนา Huawei Lianqiu Lake” โดยตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซี่ยงไฮ้ ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 30 ไมล์
หนึ่งในความพิเศษของศูนย์นี้คือขนาด ต้นทุน และเนื้องานของนักวิจัย ข้อมูลระบุว่าศูนย์นี้จะครอบคลุมพื้นที่ 2,600 เอเคอร์ ซึ่งใหญ่กว่าศูนย์วิจัยของคู่แข่งสัญชาติอเมริกันทั้ง Apple Park และ Redmond Campus ของ Microsoft รวมกัน บนต้นทุนที่มากกว่า 10,000 ล้านหยวนหรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท

พื้นที่กว้างใหญ่สะท้อนความอลังการของศูนย์วิจัยใหม่ Huawei คาดว่า Huawei Lianqiu Lake จะรวมสำนักงานมากกว่า 40,000 แห่งไว้ภายใน โดยจะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 เขตที่เชื่อมต่อกันด้วยถนน รถไฟ และสะพานลอย คาดว่าจะรองรับบุคลากรได้ 35,000 คน
5 ส่วนโฟกัสหลักงานวิจัย

สื่อมวลชนจีนวิเคราะห์ว่าโฟกัสการวิจัยของศูนย์ R&D นี้จะกระจายในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ส่วน และทุกส่วนสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของ Huawei คาดว่าส่วนแรกคือการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ HiSilicon
ที่ผ่านมา เจ้าพ่อ Huawei แสดงมุมมองชัดเจนว่าการพัฒนาโซลูชันชิปภายในบริษัทถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่จำกัดการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของ Huawei ยังมีอยู่ ดังนั้นการวิจัยที่ศูนย์ใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะมุ่งพัฒนาความสามารถของ Huawei ในการออกแบบชิปประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ
ส่วนที่ 2 คือเทคโนโลยีไร้สายที่เป็นภาคต่อจาก 5G ทั้ง 5G-A (5G แอดวานซ์) และ 5.5G ที่ Huawei เริ่มทำตลาดเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในปี 2024 รวมถึง 6G ที่ Huawei มุ่งหวังเป็นผู้นำด้านมาตรฐานไร้สายต่อเนื่อง ซึ่งจะเสริมกับจุดยืนที่แข็งแกร่งของ Huawei ในตลาดโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม
ส่วนที่ 3 คือการพัฒนาสมาร์ทโฟน Huawei ส่วนนี้นักสังเกตการณ์ชี้ว่านับตั้งแต่การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จน Huawei เผชิญกับความท้าทายในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก แต่ Huawei ก็ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในสมรภูมินี้ต่อแบบไม่หยุด จึงเป็นไปได้ว่าการวิจัยในศูนย์ใหม่อาจมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพ และอาจสร้างทางเลือกอื่นแทนบริการแอนดรอยด์ของกูเกิล (Google) ก็ได้
ส่วนที่ 4 คือเทคโนโลยียานยนต์ ที่ผ่านมา โลกได้สัมผัสถึงความสนใจของ Huawei ในตลาดรถยนต์อัจฉริยะและรถยนต์ไร้คนขับที่กำลังเติบโต ไม่แน่ การวิจัยของศูนย์ R&D ใหม่อาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบในรถยนต์ ทั้งเซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์สำหรับยานยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และรถยนต์ไร้คนขับ
ส่วนที่ 5 คือเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล มีความเป็นไปได้ 100% ว่าการวิจัยในศูนย์นี้จะครอบคลุมถึงเทคโนโลยีสมาร์ทกริด รวมถึงการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน และระบบการจัดการพลังงาน ซึ่งผลการวิจัยที่ได้ จะเป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของ Huawei ในฐานะบริษัทที่ไม่ได้เด่นแต่ในตลาดโทรคมนาคมเท่านั้น

3 ปีที่รอคอย
จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าไทม์ไลน์ของโครงการนี้ยาวนานช่วงก่อนโควิด-19 นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2021 เบ็ดเสร็จแล้ว Huawei Lianqiu Lake เป็นศูนย์วิจัยที่ใช้เวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 3 ปี
หากมองในมุมความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ศูนย์วิจัยนี้สามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ความพยายามของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ ซึ่งจะสามารถตอบเรื่องการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และ “สงครามชิป” ที่ยังคงดำเนินอยู่ ขณะเดียวกัน Huawei อาจจะมุ่งหวังที่จะปรับปรุงกระบวนการทำงานและอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกต่างๆ พร้อมกับสร้างพลังดึงดูดผู้มีความสามารถให้มาร่วมงานที่ศูนย์วิจัยนี้
รายงานระบุว่า Huawei เตรียมเสนอแพ็คเกจเงินเดือนในระดับที่สามารถแข่งขันได้ และมุ่งดึงดูดผู้มีความสามารถชาวจีนจากต่างประเทศด้วย ทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของ Huawei ในช่วงที่ยังมีความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนานี้จะเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซีเฉินหรือ Xicen Science and Technology Innovation Center และตั้งอยู่ในเขตสาธิตการบูรณาการแห่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta Integration Demonstration Zone)
ใหญ่กว่า Apple Park และ Microsoft Redmond Campus รวมกัน
หากเปรียบเทียบขนาด ศูนย์วิจัยและพัฒนา Huawei Lianqiu Lake ที่กินพื้นที่ 2,600 เอเคอร์ถือว่ากว้างกว่า Apple Parkที่กว้าง 175 เอเคอร์และ Microsoft Redmond Campus ที่กว้าง 502 เอเคอร์ โดยหากรวมขนาดของศูนย์วิจัยหลักของ Apple และ Microsoft จะมีขนาด 677 เอเคอร์ ดังนั้นศูนย์วิจัยใหม่ของ Huawei จะใหญ่กว่า Apple Park และ Redmond Campus ของ Microsoft รวมกันเกือบ 4 เท่าตัว กลายเป็นสถิติที่เน้นย้ำถึงขนาดการลงทุนของ Huawei ในงานวิจัยและพัฒนา และยังไฮไลท์ขนาดของ Huawei ที่เป็นผู้เล่นหลักบนเวทีเทคโนโลยีระดับโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ขนาดของศูนย์วิจัยใหม่จะไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับผลงานวิจัยหรือการสร้างสรรค์นวัตกรรม แต่ก็แสดงให้เห็นถึงทรัพยากรและความมุ่งมั่นที่ Huawei ทุ่มเทให้กับความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภูมิทัศน์เทคโนโลยีระดับโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อย่างน้อย ขนาดที่ใหญ่โตได้บอกใบ้ถึงแผนการเติบโตและทิศทางการขยายตัวในอนาคตของ Huawei ในภาคส่วนเทคโนโลยีต่างๆ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเทคโนโลยี 6G และอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งอาจแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชาติตะวันตกได้เรียบร้อยโรงเรียนจีน.