TECNO ประเทศไทย รุกตลาดสมาร์ตโฟน 5G เปิดตัว CAMON Slim 5G ภายใต้แนวคิด “สวยพริ้งในบลิ้งเดียว” ตัวเครื่องบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร กล้อง Sony 50MP พร้อมเทคโนโลยี Super-Zoom FlashSnap ตรวจจับการเคลื่อนไหวและถ่ายภาพอัตโนมัติ เสริมประสิทธิภาพด้วยชิป Dimensity 7300e หน้าจอ 144Hz แบตเตอรี่ 6,000mAh พร้อมเปิดตัว “ฟอส–บุ๊ค” และ “JMNK” (JustmineNika) ในฐานะ TECNO’s Friends เริ่มต้น 14,999 บาท
ภายในงาน TECNO ได้เปิดตัวศิลปินและนักแสดง 4 คน ได้แก่ “ฟอส–บุ๊ค” และ “JMNK” (JustmineNika) ในฐานะ TECNO’s Friends เพื่อร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และสะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ โดยทั้ง 4 คนได้ร่วมสร้างสีสันผ่านการแสดงและกิจกรรมพิเศษ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานฟีเจอร์ถ่ายภาพของ CAMON Slim 5G


หนึ่งในฟีเจอร์ที่นำมาแสดงภายในงานคือ Super-Zoom FlashSnap ซึ่งสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวและบันทึกภาพอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งาน ช่วยให้ผู้ใช้เก็บภาพช่วงเวลาสำคัญได้โดยไม่จำเป็นต้องกดชัตเตอร์ในทุกจังหวะ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล สัตว์เลี้ยง และกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ชูดีไซน์บาง 6.39 มิลลิเมตร พร้อมสีสันสะท้อนตัวตน
TECNO CAMON Slim 5G ได้รับการออกแบบให้มีความบางเพียง 6.39 มิลลิเมตร น้ำหนัก 175 กรัม เน้นความสะดวกในการพกพาและจับถือ พร้อมดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะ โดยมีสี Rebel Pink ซึ่งผสมผสานสีชมพูกับตัวเครื่องสีดำเป็นหนึ่งในสีเด่นของรุ่น
นอกจากนี้ยังมีสี Matisse Black โทนดำ-เขียว สี Burgundy Red โทนแดง และสีพิเศษ Glossamer White สีขาว เพื่อรองรับความชื่นชอบและสไตล์ที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน
กล้อง Sony 50MP จับภาพเคลื่อนไหวอัตโนมัติ พร้อมฟีเจอร์ถ่ายภาพใต้น้ำ

ด้านการถ่ายภาพ CAMON Slim 5G มาพร้อมกล้องหลัก Sony LYTIA 700C ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS/EIS และ Flick Sensor เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพ โดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย
เสริมด้วยกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 112 องศา รูรับแสง f/2.2 และกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่และวิดีโอคอล
ขณะที่เทคโนโลยี FlashSnap 2.0 และ Super-Zoom FlashSnap ช่วยให้สามารถจับภาพวัตถุเคลื่อนไหวได้โดยอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน Auto Zoom และ Live Photo ที่บันทึกภาพพร้อมเสียงและช่วงเวลาที่เกิดขึ้น สามารถส่งออกเป็นวิดีโอ GIF หรือภาพเคลื่อนไหวแบบสโลว์โมชั่นได้
นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ Multi-Focal Length Portrait สำหรับการถ่ายภาพบุคคลในระยะ 24 มม. 35 มม. และ 50 มม. รวมถึง Super Night Mode สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน และ Underwater Photography ที่รองรับการถ่ายภาพใต้น้ำที่ความลึกสูงสุด 2 เมตร เป็นระยะเวลาสูงสุด 30 นาที ตามเงื่อนไขการใช้งานที่กำหนด



ขุมพลัง Dimensity 7300e จอ 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz
ด้านประสิทธิภาพ CAMON Slim 5G ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300e 5G ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร พร้อม CPU แบบ 8 แกน ประกอบด้วย Arm Cortex-A78 ความเร็ว 2.5GHz จำนวน 4 แกน และ Arm Cortex-A55 ความเร็ว 2.0GHz จำนวน 4 แกน ทำงานร่วมกับ GPU Arm Mali-G610 MC2
ตัวเครื่องมาพร้อมหน่วยความจำ RAM 8GB เทคโนโลยี LPDDR5 รองรับ Extended RAM เพิ่มได้อีก 16GB รวมเป็น 24GB ตามการระบุของบริษัท พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมาตรฐาน UFS 3.1 มีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 128GB และ 256GB
หน้าจอมีขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz เพื่อการแสดงผลที่ลื่นไหล พร้อมเทคโนโลยี 2160Hz PWM High-Frequency Dimming ช่วยเพิ่มความสบายตาเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
ด้านพลังงานมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 45W และการรับประกันสุขภาพแบตเตอรี่ยาวนาน 5 ปี ตามเงื่อนไขของบริษัท
บางแต่ทนทาน รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K
แม้ตัวเครื่องจะมีดีไซน์บางเฉียบ แต่ TECNO ระบุว่า CAMON Slim 5G ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่ง โดยผ่านมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP69K, IP69, IP68 และ IP66 รวมถึงการรับรองความทนทานตามมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810
ตัวเครื่องผ่านการทดสอบแรงบิดและการยกจำนวน 3,000 ครั้ง การทดสอบการตกกระแทกระดับ Micro Drop จำนวน 22,000 ครั้ง และการทดสอบแรงกดแบบ Soft Extrusion จำนวน 1,500 ครั้ง โดยรองรับแรงกดสูงสุด 25 กิโลกรัม
นอกจากนี้ ยังผ่านการทดสอบแรงดันน้ำสูง 100 บาร์ และความทนทานต่อน้ำร้อนอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส สะท้อนแนวทางการพัฒนาสมาร์ตโฟนที่เน้นทั้งดีไซน์และความทนทานในการใช้งาน
จัดเต็มฟีเจอร์ TECNO AI พร้อมระบบ HiOS 16
CAMON Slim 5G ยังมาพร้อมชุดฟีเจอร์ TECNO AI เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย AI Snap Poster สำหรับสร้างโปสเตอร์ AI Pet Together สำหรับสร้างภาพร่วมกับสัตว์เลี้ยง AI Eraser สำหรับลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพ AI Art Gallery และ Image to Video สำหรับเปลี่ยนภาพนิ่งให้เป็นวิดีโอ
ด้านระบบปฏิบัติการใช้ HiOS 16 บนพื้นฐาน Android มาพร้อมฟังก์ชัน 3D Wallpapers และ Depth-Effect Homescreen เพิ่มมิติให้การแสดงผลบนหน้าจอหลัก พร้อมรองรับ Touch Transfer with iOS สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสมาร์ทโฟน CAMON กับ iPhone ผ่าน NFC รวมถึง OneLeap สำหรับการเชื่อมต่อและส่งต่องานระหว่างอุปกรณ์
นอกจากนี้ ยังมี App Flash Launch 2.0 รองรับการเปิดใช้งาน 30 แอปอย่างลื่นไหล และ Sensory Scheduling 3.0 สำหรับบริหารจัดกาเพิ่มความเร็วในการทำงานของโหมดหน้าต่างลอยได้ 20% ขณะเดียวกัน ยังมีเทคโนโลยี FreeLink 2.0 รองรับการเชื่อมต่อในระยะทางสูงสุด 1.5 กิโลเมตร พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน TECNO Cloud ฟรี 256GB เป็นระยะเวลา 3 ปี




เปิดตัว MagBadge พร้อมหูฟัง FreeHear 2 และสมาร์ตวอทช์ Watch Neo
ภายในงาน TECNO ยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมและผลิตภัณฑ์ AIoT เพื่อขยายประสบการณ์การใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน โดยมี TECNO MagBadge อุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 1.73 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดองค์ประกอบภาพและโพสท่าถ่ายเซลฟี่ผ่านกล้องหลังได้สะดวกขึ้น
MagBadge ยังสามารถทำหน้าที่เป็นรีโมตชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอจากระยะไกลสูงสุด 10 เมตร พร้อมมินิเกมสำหรับความบันเทิงระหว่างวัน โดยมีราคาปกติ 2,399 บาท
สำหรับหูฟัง TECNO FreeHear 2 เป็นหูฟังไร้สายแบบ Open-Ear Clip เน้นความสบายในการสวมใส่ มาพร้อมระบบเสียง 3D Audio ระบบลดเสียงรบกวนระหว่างสนทนาด้วย AI ระบบป้องกันเสียงรั่วไหล และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 46 ชั่วโมง วางจำหน่ายในราคา 1,999 บาท
ขณะที่ TECNO Watch Neo เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว กรอบตัวเรือนโลหะ รองรับโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 รูปแบบ ระบบติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน และมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP68 วางจำหน่ายในราคา 2,599 บาท
เคาะราคาเริ่มต้น 14,999 บาท พรีออเดอร์รับฟรี MagBadge
TECNO CAMON Slim 5G เปิดตัวในประเทศไทยด้วย 2 รุ่นความจุ ได้แก่
RAM 8GB + Extended RAM 16GB / ROM 128GB ราคา 14,999 บาท
RAM 8GB + Extended RAM 16GB / ROM 256GB ราคา 15,999 บาท