ทรู เสริมแกร่ง 5G ครอบคลุม 19 จุดริมเจ้าพระยา รับประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พ.ย.

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับเครือข่าย 5G ครอบคลุม 19 จุดสำคัญสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม รองรับประชาชนร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 6 พฤศจิกายนนี้ ระดมทีมวิศวกรเสริมสถานีฐาน พร้อมใช้ AI และศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ BNIC ดูแลสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสาร ถ่ายภาพ วิดีโอ และถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย

ทรู เดินหน้าตรวจสอบความพร้อมของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หลังดำเนินการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนำข้อมูลการใช้งานจริงจากการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 รวมถึงการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 และ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา มาวิเคราะห์และปรับแต่งประสิทธิภาพเครือข่ายให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และรูปแบบการใช้งานของประชาชน

การเตรียมความพร้อมดังกล่าวมุ่งรองรับปริมาณการใช้งานดาต้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในวันพระราชพิธี โดยเฉพาะบริเวณจุดชมขบวนที่มีประชาชนรวมตัวหนาแน่น ซึ่งอาจมีการใช้งานเครือข่ายพร้อมกันจำนวนมาก ทั้งการติดต่อสื่อสาร การบันทึกภาพและวิดีโอ ตลอดจนการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

คูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูมีความภาคภูมิใจที่ได้นำศักยภาพด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีการสื่อสารมาสนับสนุนการเตรียมความพร้อมในโอกาสพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ โดยทีมวิศวกรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณและวิเคราะห์การใช้งานจริงตลอดเส้นทางและแนวแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง

บริษัทได้วางแผนเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายในพื้นที่สำคัญรวม 19 จุด ผ่านมาตรการต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีฐานเดิม การติดตั้งสถานีฐานเฉพาะกิจ และการเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อรองรับประชาชนจำนวนมากที่คาดว่าจะเดินทางมาร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่อาจเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องบริหารจัดการเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้งานในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

เสริมเครือข่าย 19 จุดสำคัญ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับพื้นที่เป้าหมายในการเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G จำนวน 19 จุดสำคัญ ครอบคลุมทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี โดยเน้นบริเวณที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมารวมตัวเพื่อรับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นจำนวนมาก

พื้นที่ ฝั่งพระนคร ประกอบด้วยบริเวณสะพานพระราม 8 สวนสันติชัยปราการ ท่าพระอาทิตย์ ท่ามหาราช ท่าช้าง ท่าราชวรดิฐ ลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สวนสราญรมย์ ท่าเตียน และท่าเรือวัดโพธิ์

ส่วนพื้นที่ ฝั่งธนบุรี ประกอบด้วยบริเวณสะพานพระราม 8 สะพานพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลศิริราช วัดระฆังโฆสิตาราม หอประชุมกองทัพเรือ กรมอู่ทหารเรือ วัดอรุณราชวราราม และวัดกัลยาณมิตร

การเพิ่มศักยภาพเครือข่ายในพื้นที่เหล่านี้มุ่งรองรับการใช้งานของประชาชนที่กระจายตัวตามจุดชมขบวนตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ริมฝั่งที่มีข้อจำกัดด้านการติดตั้งอุปกรณ์และการกระจายสัญญาณ

ใช้ AI วิเคราะห์ความหนาแน่น ดูแลคุณภาพสัญญาณแบบเรียลไทม์

คูรัมกล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลเครือข่ายบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความท้าทายหลายด้าน ทั้งข้อจำกัดในการติดตั้งอุปกรณ์ ทิศทางการกระจายสัญญาณ และการกระจายตัวของประชาชนตามจุดชมขบวน ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการใช้งานเครือข่ายในแต่ละช่วงเวลา

ด้วยเหตุนี้ ทีมวิศวกรจึงนำข้อมูลจากการฝึกซ้อมและการใช้งานจริงมาปรับแต่งเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และระบบบริหารเครือข่ายอัจฉริยะ เพื่อช่วยวิเคราะห์ปริมาณการใช้งาน ประเมินความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ และติดตามคุณภาพสัญญาณในพื้นที่สำคัญแบบเรียลไทม์

ข้อมูลที่ได้จะนำมาประกอบการบริหารขีดความสามารถของเครือข่ายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นพร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนขบวนผ่านจุดชมสำคัญต่างๆ

ศูนย์ BNIC ผนึกวิศวกรภาคสนาม เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังใช้ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ BNIC ทำงานร่วมกับทีมวิศวกรภาคสนามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบคุณภาพสัญญาณอย่างต่อเนื่อง

ระบบดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการช่วยวิเคราะห์ปริมาณการใช้งาน และเตรียมความพร้อมสำหรับบริหารจัดการความหนาแน่นของทราฟฟิกที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสำคัญ รวมถึงช่วยให้ทีมวิศวกรสามารถปรับแต่งเครือข่ายให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ การประสานงานระหว่างศูนย์ปฏิบัติการและทีมภาคสนามจะช่วยสนับสนุนการดูแลคุณภาพบริการ ทั้งการโทรศัพท์ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การส่งภาพและวิดีโอ ตลอดจนการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารและแบ่งปันภาพความประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง

คูรัมระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเครือข่าย ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนประชาชนและช่วงเวลาของพระราชพิธี

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยืนยันความมุ่งมั่นในการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีการสื่อสารมาสนับสนุนการจัดงานสำคัญของประเทศ พร้อมดูแลคุณภาพเครือข่าย 5G เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมาร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมบันทึกภาพแห่งความประทับใจในโอกาสสำคัญครั้งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *