LINE วางทิศทางนักพัฒนาไทยยุค AI Agent เปิดแผนสร้างรายได้ผ่าน MINI App

LINE ประเทศไทย รวมพลคนเทคโนโลยีกว่า 1,000 คน ในงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2026 เปิดทิศทางแพลตฟอร์มรองรับ AI Agent พร้อมแผนเพิ่มระบบโฆษณาและซื้อขายดิจิทัลคอนเทนต์บน LINE MINI App ด้าน LINE MAN Wongnai เผย AI มีส่วนช่วยเขียนโค้ดถึง 80% ชี้นักพัฒนาต้องยกระดับทักษะจากการเขียนโปรแกรมสู่การแก้ปัญหาและสร้างคุณค่าทางธุรกิจ

LINE ประเทศไทย จัดงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2026 ภายใต้แนวคิด “Build the Next-Frontier” โดยมีนักพัฒนาและบุคลากรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าร่วมกว่า 1,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตการพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนบทบาทนักพัฒนาจากผู้เขียนโค้ดไปสู่ผู้สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ภายในงานมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทย และองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และประสบการณ์ ครอบคลุมทิศทาง AI Agent การปรับองค์กรสู่ AI-Native การอัปเดต LINE API โอกาสทางธุรกิจบน LINE MINI App ตลอดจนกรณีศึกษาการพัฒนาบริการดิจิทัลและการแข่งขันสร้างเกมด้วย AI

เตรียมพัฒนา LINE เป็นพื้นที่สร้างและเชื่อมต่อ AI Agent

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นผู้คิดค้นรายแรกเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ได้จริง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่านักพัฒนาไทยมีทั้งทักษะและความคิดสร้างสรรค์ที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก

ด้านวีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE ประเทศไทย เปิดเผยทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มสู่ยุค AI Agent ซึ่งสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้มากกว่าการตอบคำถามแบบแชตบอตทั่วไป โดยจำนวนบอทที่ใช้งาน LINE Bot MCP Server เติบโตจากหลักสิบสู่หลักพันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี สะท้อนความสนใจของนักพัฒนาในการนำ AI Agent มาต่อยอดบริการรูปแบบใหม่

LINE จึงเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นพื้นที่สำหรับสร้างและเชื่อมต่อ AI Agent เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้และธุรกิจที่หลากหลาย พร้อมเตรียมเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์และนักพัฒนาที่มีศักยภาพเข้าร่วมทดลองเทคโนโลยีใหม่ก่อนเปิดใช้งานจริง รวมถึงวางแนวทางให้การแข่งขัน LINE HACK ในปี 2570 เป็นพื้นที่ทดลองและต่อยอดนวัตกรรมของชุมชนนักพัฒนาไทย

ผู้นำเทคโนโลยีชี้ทักษะนักพัฒนาต้องก้าวพ้นการเขียนโค้ด

เวทีเสวนา “NEXT-GEN Survival Guides from Tech Leaders” มีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง 3 คน ได้แก่ วีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE ประเทศไทย ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Vice President of AI จาก LINE MAN Wongnai และกษิดิศ สตางค์มงคล นักวิเคราะห์ข้อมูลและเจ้าของเพจ DataRockie

ผู้ร่วมเสวนามองว่า เมื่อ AI ช่วยเขียนโค้ดและทำงานพื้นฐานได้รวดเร็วขึ้น ความคาดหวังขององค์กรต่อบุคลากรด้านเทคโนโลยีย่อมเปลี่ยนไป โดยเฉพาะนักพัฒนารุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญการแข่งขันสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้ทำให้โอกาสของคนรุ่นใหม่หมดไป แต่กำลังยกระดับมาตรฐานทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

ทักษะสำคัญจึงครอบคลุมตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การทำความเข้าใจปัญหา การออกแบบโซลูชัน และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ไปจนถึงการมองเห็นคุณค่าทางธุรกิจของสิ่งที่พัฒนา นักพัฒนาต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือ ควบคู่กับการกำหนดทิศทางและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง

LINE MAN Wongnai เผย AI ช่วยเขียนโค้ดถึง 80% เดินหน้าสู่องค์กร AI-Native

LINE MAN Wongnai ถ่ายทอดประสบการณ์การนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเริ่มทดลองใช้ AI Agent กับนักพัฒนากลุ่มแรก 36 คน ก่อนขยายสู่กว่า 400 คนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ปัจจุบัน AI มีส่วนช่วยเขียนโค้ดในการพัฒนาซอฟต์แวร์มากถึง 80% ขณะที่กลุ่มผู้ใช้งาน AI มีอัตราการใช้งานรายสัปดาห์สูงถึง 94%

อย่างไรก็ตาม บทเรียนสำคัญคือความเร็วในการเขียนโค้ดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้การส่งมอบผลิตภัณฑ์เร็วขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบ การตัดสินใจ และการประสานงานระหว่างทีมยังมีผลต่อประสิทธิภาพโดยรวม

บริษัทจึงเดินหน้าปรับรูปแบบการทำงานสู่ AI-Native Organization โดยยกระดับบทบาทบุคลากรจากผู้ลงมือสร้างงานเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย กำกับดูแล และตรวจสอบคุณภาพงานที่ AI สร้างขึ้น พร้อมพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลและองค์ความรู้ภายในองค์กร เพื่อให้ AI สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างทีมได้

แนวทางดังกล่าวยังต่อยอดไปสู่แนวคิด AI Software Factory ที่ให้ AI Agent ช่วยพัฒนา ทดสอบ และปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ โดยบริษัทมองว่าความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านด้วย AI ควรวัดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจ ทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความรวดเร็วในการส่งมอบคุณค่า และประสิทธิภาพขององค์กร มากกว่าพิจารณาเฉพาะปริมาณโค้ดหรือจำนวนผู้ใช้ AI

ชุมชนนักพัฒนา LINE ทะลุ 64,000 คน MINI App ที่ใช้งานแตะ 1,500 แอป

จิรวัฒน์ กรันต์วิทยาการ Tech Evangelist และวริศ วรรณวิธู Developer Relations จาก LINE ประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าของระบบนิเวศนักพัฒนาบน LINE ว่า ปัจจุบันชุมชนนักพัฒนามีสมาชิกกว่า 64,000 คน

จำนวน LINE MINI App ที่พัฒนาโดยนักพัฒนาไทยและมีการใช้งานอยู่เพิ่มขึ้นเป็น 1,500 แอปในเดือนตุลาคม 2569 เติบโตเกือบ 300% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม ขณะที่แชตบอตที่พัฒนาผ่าน Messaging API มีมากกว่า 805,000 ตัว เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน

ภายในงานยังมีการเปิดเผยความสามารถใหม่ของ LINE API เพื่อช่วยให้นักพัฒนาต่อยอดบริการได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ Edit Event Webhook สำหรับรับข้อมูลการแก้ไขข้อความในกลุ่ม LINE ผ่าน Webhook เพื่อนำไปพัฒนาการทำงานของ AI และแชตบอต และ Rich Menu Insight API สำหรับดึงสถิติประสิทธิภาพของ Rich Menu ที่สร้างผ่าน API มาวิเคราะห์ได้โดยตรง

อีกฟีเจอร์คือ Request Friendship ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสร้างหน้าต่างป๊อปอัปภายใน LIFF หรือ MINI App เพื่อให้ผู้ใช้กดเพิ่มเพื่อนหรือปลดบล็อก LINE Official Account ได้ทันที โดยไม่ต้องสลับหน้าจอ

วางแผนเพิ่มโฆษณาและระบบซื้อขายดิจิทัลคอนเทนต์บน MINI App

LINE เปิดเผยแผนเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้แก่นักพัฒนา LINE MINI App ผ่านระบบ In-app Ads สำหรับสร้างรายได้จากโฆษณา และ In-app Purchase สำหรับซื้อขายดิจิทัลคอนเทนต์ภายในแอป ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาในอนาคต

ทิศทางดังกล่าวจะขยายบทบาทของ LINE MINI App จากเครื่องมือสำหรับสร้างบริการดิจิทัล ไปสู่แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสร้างโมเดลธุรกิจและช่องทางรายได้เพิ่มเติม

เปิดเบื้องหลัง LINE MINI Eats เชื่อมสั่งอาหาร ชำระเงิน และระบบร้านค้า

กรณีศึกษาสำคัญภายในงานคือการพัฒนา LINE MINI Eats โซลูชันสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่าน LINE MINI App ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง LINE ประเทศไทย และ LINE MAN Wongnai โดยนำเทคโนโลยีและศักยภาพของแพลตฟอร์มที่มีอยู่มาต่อยอดร่วมกัน

LINE MINI Eats ช่วยให้ผู้บริโภคสั่งอาหารผ่าน LINE ได้ด้วยการสแกน QR Code หรือสั่งล่วงหน้าก่อนเดินทางมารับสินค้า รองรับตั้งแต่การเลือกเมนู การชำระเงิน ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ CRM และระบบบริหารจัดการร้านค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

การพัฒนาโซลูชันนี้ยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ Seamless Experience การออกแบบประสบการณ์ใช้งานให้ต่อเนื่อง Collaborative Ownership การผสานความเชี่ยวชาญของทีมต่างองค์กรภายใต้ความรับผิดชอบที่ชัดเจน และ Leverage การนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ เช่น LINE MINI App, LIFF และระบบบริหารจัดการร้านค้าของ LINE MAN Wongnai มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทีมพัฒนายังนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตามแนวคิด “10x Faster” เพื่อลดความซับซ้อนและระยะเวลาในการสร้างโซลูชัน ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและประสบการณ์ผู้ใช้

Hackathon 15 ทีมใช้ AI สร้างเกม ทีมเร็วสุดมีต้นแบบใน 20 นาที

ภายในงานยังจัดการแข่งขัน Hackathon ให้นักพัฒนาสร้างเกมที่รองรับผู้เล่นหลายคน หรือ Multiplayer Game บน LINE MINI App โดยเชื่อมต่อ LINE Login เพื่อยืนยันตัวตนผู้เล่นก่อนเข้าสู่เกม

การแข่งขันมีผู้เข้าร่วม 15 ทีม และทุกทีมเลือกใช้ AI เป็นผู้ช่วยพัฒนา โดยทีมที่ทำได้เร็วที่สุดสามารถสร้างเกมต้นแบบพร้อมทดสอบภายใน 20 นาที ส่วนทุกทีมพัฒนาเกมที่เล่นได้ภายใน 1 ชั่วโมง เทียบกับการแข่งขันปีก่อนที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพียงเพื่อสร้างโครงสร้างแอปเบื้องต้น

ผู้เข้าแข่งขันบางทีมไม่เคยมีประสบการณ์พัฒนา LINE MINI App มาก่อน แต่สามารถใช้ AI ช่วยเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และสร้างผลงานภายในเวลาจำกัด ก่อนนำเวลาที่เหลือไปปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มลูกเล่นให้เกม ผลการแข่งขันจึงสะท้อนบทบาทของ AI ทั้งในการช่วยเขียนโค้ดและลดข้อจำกัดด้านการเรียนรู้และทดลองเทคโนโลยีใหม่

LINE ประเทศไทย ระบุว่าจะเดินหน้าสนับสนุนระบบนิเวศนักพัฒนาไทยผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเปิดพื้นที่ทดลองสร้างนวัตกรรม เพื่อให้นักพัฒนาต่อยอดการใช้ AI ไปสู่การสร้างบริการและโอกาสทางธุรกิจ

ผู้สนใจติดตามข่าวสารเทคโนโลยีและกิจกรรมสำหรับนักพัฒนาได้ทาง LINE Official Account @linedevth และเฟซบุ๊กเพจ LINE Developers Thailand

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *