AIS เผยผลวิจัย Thailand Cyber Wellness Index 2026 จากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ พบสุขภาวะดิจิทัลคนไทยขยับสู่ระดับก้าวหน้า ด้วยคะแนน 0.724 แต่ยังมีคนไทย 1 ใน 6 ต้องเร่งพัฒนาทักษะ ขณะที่ 20.7% เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์ เด็ก Gen Alpha มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ และความเข้าใจ AI ยังแตกต่างระหว่างช่วงวัย เตรียมนำผลสำรวจพัฒนาการเรียนรู้ให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละกลุ่ม
ผลวิจัยดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index 2026 (TCWI 2026) จัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสำรวจและติดตามความพร้อมของคนไทยในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัล พบว่าคะแนนสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มขึ้นจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 สูงที่สุดในรอบ 4 ปี และทำให้ภาพรวมของประเทศขยับสู่ระดับก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม ทักษะการรู้เท่าทันและการตรวจสอบข้อมูลยังเป็นประเด็นที่ต้องเร่งพัฒนาควบคู่กับความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยี การศึกษาครั้งนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ โดยวัดสุขภาวะดิจิทัลครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การใช้งานดิจิทัล ทักษะดิจิทัล การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน อัตลักษณ์และสิทธิบนโลกดิจิทัล ความปลอดภัยและความมั่นคง การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และความสัมพันธ์ดิจิทัล

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ผลการศึกษาสะท้อนสัญญาณบวกว่าคนไทยมีความพร้อมในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้เทคโนโลยีได้คล่องไม่ได้หมายความว่าจะรู้เท่าทันข้อมูลและความเสี่ยงบนโลกออนไลน์เสมอไป ประเทศไทยจึงต้องพัฒนาจากการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีเป็น ไปสู่การคิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล ดูแลความปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผู้อื่น โดยเฉพาะในยุคที่ AI ข้อมูลข่าวสาร และภัยออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ผลวิจัย TCWI 2026 สะท้อนสถานการณ์สำคัญ 5 ประเด็น ดังนี้

1.สุขภาวะดิจิทัลดีขึ้น แต่คนไทย 1 ใน 6 ยังต้องเร่งพัฒนา
แม้คะแนนเฉลี่ยสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนอยู่ที่ 0.724 ในปี 2569 และขยับสู่ระดับก้าวหน้า แต่ยังมีคนไทยประมาณ 1 ใน 6 อยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลเพิ่มเติม สะท้อนความจำเป็นในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและรับมือความเสี่ยงได้อย่างทั่วถึง
2.ใช้เทคโนโลยีคล่อง แต่การรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลยังตามไม่ทัน

เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าความสามารถในการใช้งานดิจิทัลมีคะแนนเฉลี่ย 0.720 ขณะที่ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลมีคะแนนต่ำที่สุดที่ 0.653 แสดงให้เห็นช่องว่างระหว่างความคล่องตัวในการใช้อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม และบริการดิจิทัล กับความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล
ช่องว่างดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นในยุค Generative AI ซึ่งสามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอที่ดูสมจริงได้อย่างรวดเร็ว การหยุดคิดและตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือส่งต่อจึงเป็นทักษะที่ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยจำเป็นต้องพัฒนา
3.คนไทย 20.7% เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์

ผลสำรวจพบว่า คนไทย 20.7% หรือประมาณ 1 ใน 5 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ ทั้งลิงก์ปลอม ข้อความหลอกลวง การปลอมตัวเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน ตลอดจนการชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงิน
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าความปลอดภัยดิจิทัลต้องครอบคลุมมากกว่าการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากหรือการป้องกันมัลแวร์ โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการตัดสินใจด้วย ตั้งแต่การตรวจสอบตัวตนของผู้ติดต่อ แหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ไปจนถึงการหยุดคิดก่อนคลิกลิงก์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงิน
4.เด็ก Gen Alpha มีสุขภาวะดิจิทัลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ

กลุ่ม Gen Alpha อายุ 10–15 ปี มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ย 0.61 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ แม้เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี โดย 29.4% หรือเกือบ 3 ใน 10 อยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะการรู้เท่าทันข้อมูล ความปลอดภัย ความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ และความเข้าใจเรื่องร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint
เมื่อพิจารณาคะแนนสุขภาวะด้านการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ หรือ Cyberbullying ตามช่วงวัย พบว่าคะแนนลดลงจาก 0.82 ในกลุ่มอายุ 10–12 ปี เป็น 0.76 ในกลุ่มอายุ 13–15 ปี และ 0.75 ในกลุ่มอายุ 16–22 ปี ผลการศึกษาจึงชี้ถึงความสำคัญของการวางพื้นฐานตั้งแต่อายุ 10–12 ปี เพื่อให้เด็กเข้าใจว่าทุกโพสต์ ความคิดเห็น และการส่งต่อข้อมูลสามารถสร้างผลกระทบและทิ้งร่องรอยบนโลกออนไลน์ได้
ทักษะที่ควรส่งเสริมประกอบด้วยการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การคิดก่อนโพสต์หรือแชร์ การเคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น การไม่ร่วมขยายความรุนแรงบนโลกออนไลน์ และการกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์
5.ความเข้าใจ AI เพิ่มขึ้น แต่ช่องว่างระหว่างวัยยังชัดเจน

คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้และความเข้าใจ AI ของคนไทยในปี 2569 อยู่ที่ 3.30 จากคะแนนเต็ม 5 เพิ่มขึ้นจาก 3.18 ในปี 2568 สะท้อนว่าคนไทยมีความคุ้นเคยและนำ AI มาใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มอายุ 23–29 ปี มีคะแนนสูงที่สุดที่ 3.61 ขณะที่ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีคะแนนต่ำที่สุดที่ 2.53
ความแตกต่างนี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำทาง AI หรือ AI Divide ซึ่งครอบคลุมทั้งโอกาสในการเข้าถึง ความรู้ และความสามารถในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ AI ให้เหมาะกับงาน การตั้งคำถาม การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ และความเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี โดยผู้ใช้งานยังจำเป็นต้องคิด วิเคราะห์ ตรวจสอบ และตัดสินใจด้วยตนเอง
สายชลกล่าวว่า การสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันกับประชาชนทุกกลุ่ม เนื่องจากเด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ มีพฤติกรรมและความเสี่ยงแตกต่างกัน AIS จึงจะนำผลวิจัยมาใช้เป็นฐานในการออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ผ่าน Digital Health Check หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ

แนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมการวางรากฐานด้านการรู้เท่าทันข้อมูล ร่องรอยดิจิทัล และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสำหรับเด็ก การรับมือ Cyberbullying และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชน การใช้ AI และป้องกันภัยหลอกลวงสำหรับวัยทำงาน ตลอดจนการเสริมความมั่นใจในการใช้ AI และการดูแลความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
AIS ระบุว่าจะทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ครอบครัว สื่อมวลชน และพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลสำรวจไปสู่การปฏิบัติ ตั้งแต่การค้นหาช่องว่างของทักษะผ่าน Digital Health Check การพัฒนาความรู้ผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ โดยมุ่งให้คนไทยใช้เทคโนโลยีเป็น คิดเป็น ตรวจสอบเป็น ดูแลความปลอดภัยเป็น และรับผิดชอบต่อผู้อื่นได้
ผู้สนใจพัฒนาทักษะการใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน สามารถเรียนรู้ผ่าน หลักสูตร AI Literacy เพื่อเสริมความเข้าใจในการเลือกใช้ AI ตรวจสอบข้อมูล และใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และรับผิดชอบ