“กลุ่มสามารถ” โชว์ผลงานปี 68 กำไรพุ่ง 260% หรือที่ 480 ล้านบาทตั้งเป้าปี 69 กำไรเติบโต 70-80% พร้อมประกาศจ่ายปันผล พ.ค.นี้

กลุ่มสามารถ สะท้อนความแข็งแกร่งด้วยผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ทำกำไรสูงถึง 177 ล้านบาท หนุนภาพรวมทั้งปีมีรายได้รวม 10,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 480 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 260% จากระดับ 133 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนการฟื้นตัวของทุกสายธุรกิจควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มยังอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 3,118 ล้านบาท กำไร 177 ล้านบาทโดยทุกสายธุรกิจสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้งปี 68 กลุ่มสามารถ มีรายได้หลักจากการขาย งานตามสัญญา และรายได้จากการบริการ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งจาก 133 ล้านบาท เป็น 480 ล้านบาท เติบโตถึง 260% และมี Backlog รวมทั้งกลุ่มอยูที่ 15,686 ล้านบาท เติบโตถึง 18% จากปี 2567 สะท้อนรายได้ในอนาคตที่มั่นคง และโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยมีรายละเอียดของแต่ละสายธุรกิจดังนี้

สายธุรกิจ Digital ICT Solution ภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL เร่งรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ โดยไตรมาส 4 ทำรายได้สูงถึง 1,862 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่หลังโควิด จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการที่เซ็นสัญญาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ปี 2568 SAMTEL มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,440 ล้านบาท เติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งมีผลกระทบจากการตั้งสำรองคดีความ จำนวน 105 ล้านบาท แต่หากตัดรายการการตั้งสำรองออก กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 205 ล้านบาท เติบโตประมาณ 78% จากปีก่อน ที่สำคัญยังมี Backlog เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 54% จาก 4,361 ล้านบาท เป็น 6,694 ล้านบาท นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังมีแผนเข้าประมูลงานเพิ่มเติมอีกหลักหลายพันล้านบาทด้วย

สายธุรกิจ Utilities and Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV มีรายได้จากการขาย งานตามสัญญาและบริการ รวม 4,972 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ ในเขตน่านฟ้าประเทศกัมพูชา ของบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) มีการเติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 มีรายได้รวม 506 ล้านบาท และกำไร 146 ล้านบาท 

ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 มีจำนวนเที่ยวบินที่บริหารจัดการโดยส่วนธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ จำนวนรวม 123,659 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19,772 เที่ยวบิน หรือคิดเป็น 19% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะเที่ยวบินประเภทบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาของเส้นทางเวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีน ที่เติบโตถึง 23% ประกอบกับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศที่เติบโต ขึ้นประมาณ 12% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 SAV มีรายได้รวม 2,075 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับปีก่อน เติบโตประมาณ 18% และมีกำไร 546 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18% 

นอกจากนี้ SAV ยังเตรียมเข้าประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทในไตรมาสแรก และประกาศเพิ่มอัตราเงินปันผลจาก 0.80 บาทของปี 2024 เป็น 0.90 บาทต่อหุ้นในปี 2025 ซึ่งมีการจ่ายไปแล้วในเดือนกันยายน 2025 อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น พร้อมจ่ายเพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหุ้นสะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล หรือ SDC แสดงทิศทางฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่มีกำไร 11 ล้านบาท แม้รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 543 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มจาก 5 ล้านบาท เป็น 62 ล้านบาท เติบโตถึง 1,122% จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น

ปี 2568 ถือเป็นปีแรกที่ Samart จ่ายเงินปันผล โดยได้จ่ายไปแล้ว 0.10 บาทต่อหุ้นในเดือนกันยายน และเตรียมจ่ายเพิ่มอีก 0.14 บาทต่อหุ้นในรอบสิ้นปี ขณะที่ SAV เพิ่มอัตราปันผลต่อเนื่อง จาก 0.80 บาทเป็น 0.90 บาท สะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยจะจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนพฤษภาคม พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังมีซื้อหุ้นคืนจนถึงเดือนมิถุนายนอีกด้วย

วัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลประกอบการปี 2568 ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตเชิงตัวเลข แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของกลุ่มสามารถ ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพโครงการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และวินัยทางการเงิน มาในปีนี้บริษัทจึงมั่นใจตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง 70-80% ของปีที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจในทุกกลุ่ม พร้อมเดินหน้าขยายงานและต่อยอดโครงการใหม่ๆ ตอกย้ำศักยภาพของเราในการกลับสู่เส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคงอีกครั้ง”

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *