ไปรษณีย์ไทย ผนึกความร่วมมือ บขส. เสริมความแข็งแกร่งระบบโลจิสติกส์ภาครัฐ บูรณาการเครือข่ายและศักยภาพของทั้งสององค์กรให้บริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางในประเทศแบบ Hub to Door พร้อมเปิดจุดให้บริการเพื่อนพี่ไปรฯ EMS Point รับฝากสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ขานรับนโยบายเร่งด่วน (Quick Big Win) ของรัฐบาลในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ สนับสนุนภาคเกษตรกรรม ผู้ประกอบการ SMEs และ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่าไปรษณีย์ไทยและ บขส. ได้ผสานความร่วมมือนำศักยภาพทั้งเครือข่ายที่ครอบคลุม ความชำนาญด้านเส้นทาง และยานพาหนะที่สามารถรองรับการขนส่งได้ทั่วประเทศ มาพัฒนาบริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางในประเทศแบบ Hub to Door เป็นการต่อยอดมาจากการดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบHub to Hubโดยเป็นการนำพัสดุภัณฑ์ที่ฝากส่งและขนส่งโดยบขส.ไปสู่บริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางโดยไปรษณีย์ไทยแบบ Hub to Door
บริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางในประเทศแบบ Hub to Door จะเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถเชื่อมต่อสินค้าและพัสดุจากสถานีขนส่งของบขส. เข้าสู่เส้นทางไปรษณีย์ และพร้อมนำส่งสิ่งของถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการพร้อมทั้งยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์ของภาครัฐให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างแท้จริง




นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดจุดให้บริการเพื่อนพี่ไปรฯ EMS Point รับฝากสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ณ สถานีเดินรถประจำจังหวัด/อำเภอของ บขส. จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ พิจิตร ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายกสระแก้ว อรัญประเทศ ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม ถือเป็นอีกก้าวของการบูรณาการระบบโลจิสติกส์ภาครัฐที่สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศผ่านระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ทั้งยังคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นที่สามารถเข้าถึงช่องทางการจัดส่ง สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในมาตรการ Quick Big Win ที่รัฐบาลผลักดันเพื่อฟื้นเศรษฐกิจฐานรากในช่วงปลายปีนี้
อรรถวิท รักจํารูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่าบขส.ได้ดำเนินแผนพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการรับ–ส่งพัสดุภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และพัสดุถึงปลายทางอย่างปลอดภัย โดย บขส. และไปรษณีย์ไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนในการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนในการฝากส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
ทั้งนี้ บขส. ได้เปิดจุดบริการรับฝากพัสดุภัณฑ์ EMS Point จำนวน 10 แห่ง ซึ่งบขส. ทำหน้าที่รับฝากรวบรวมพัสดุภัณฑ์ ส่วนไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้รับมอบ พัสดุและนำจ่ายให้กับลูกค้าต่อไป นอกจากนี้ได้ดำเนินโครงการ “บขส. X ไปรษณีย์ไทย ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน” ส่งของ ฉับไว ปลอดภัยถึงบ้าน (Hub to Door) ผู้รับจะได้รับสินค้าภายในวันถัดไป โดยนำร่องให้บริการ ณ ศูนย์รับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ จำนวน 14 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ จำนวน 1 แห่ง และต่างจังหวัด จำนวน 13 แห่ง
การผนึกกำลังกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพในการให้บริการขนส่งรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ ให้ครอบคลุมที่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคเข้าด้วยกันผ่านจุดศูนย์กลางสำคัญ เช่น สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2, เอกมัย และสายใต้ใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของประเทศ ในการขนส่งผู้โดยสารและพัสดุในเส้นทางระยะไกล โดย บขส. จะทำหน้าที่เป็นโครงข่ายขนส่งระยะกลาง (Middle-Mile Transporter) เพื่อเชื่อมต่อพัสดุจากต้นทางของผู้ฝากในภูมิภาคต่างๆ เข้าสู่ระบบของไปรษณีย์ไทยอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน