TKC เปิดบริการ “ThaiCA” ใบรับรองดิจิทัล ตอบโจทย์การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐและเอกชน ชิงตลาด 3 ปี 500 ล้านบาท

TKC ประกาศเปิดตัว “ThaiCA” ให้บริการ “ใบรับรองดิจิทัล” ในกลุ่มลงนามเอกสารเจ้าแรกในไทย มุ่งตอบโจทย์การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนยกระดับความมั่นคงปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล เผยความต้องการมากกว่า 4 ล้านคน ตั้งเป้าส่วนแบ่งมาร์เก็ตแชร์ปีแรก 30% จากขนาดตลาดปี 67 ที่ 140 ล้านบาทและคาดอีก 3 ปีขนาดตลาดโตถึง 500 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ TKC เปิดตัวบริการใหม่ภายใต้ชื่อ “ThaiCA” ซึ่งเป็นบริการที่ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เป็นการตอบโจทย์การใช้งานทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับแนวคิดหลักของ ThaiCA เป็นการมุ่งเน้นสร้างรากฐานความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ หรือระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันที่ลงนามในสัญญามูลค่าสูงระหว่างภาคธุรกิจ

“ThaiCA” ใช้สำหรับการออกใบรับรองดิจิทัลให้กับบุคคลทั่วไป องค์กร หรือพนักงานองค์กร เวลามีการลงนามตรวจเอกสารออนไลน์ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลนั้นๆ จริง ใช้งานคู่กับระบบลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signing Software) เป็นบริการที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนกระบวนการยืนยันตัวตน และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร สร้างความเชื่อมั่นในธุรกรรมสำคัญ ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และถูกต้องครบถ้วน ป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันบุคคลที่สามที่เข้ามาโดยไม่สุจริต

ปิยะ จิราภาพงศา รองกรรมการผู้จัดการ TKC กล่าวว่า ThaiCA คล้ายกับการออกบัตรประชาชนให้ไปยืนยันตัวตนเวลาทำธุรกรรม แต่เมื่อมาอยู่บนออนไลน์จึงเป็นรูปแบบดิจิทัล ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ธุรกรรมดิจิทัลของไทย

ทั้งนี้กรอบการทำงานของThaiCA เป็นการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัย ซึ่งการให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของThaiCA แบ่งได้ 3 ประเภทหลักได้แก่

1.ใบรับรองสำหรับบุคคล(Personal Certificate)เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้บุคคลมีตัวตนดิจิทัลที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้

2.ใบรับรองนิติบุคคล(Enterprise Certificate)เพื่อรับรองตัวตนขององค์กรและหน่วยงานภาครัฐ

3.ใบรับรองสำหรับบุคลากรในองค์กร(Enterprise User Certificate)เพื่อให้พนักงานขององค์กรสามารถลงนามในเอกสารในนามขององค์กรได้อย่างปลอดภัย

การออกใบรับรองของ ThaiCA สอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยและมาตรฐานเทคโนโลยีสากล เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเซ็นใบรับรองทางดิจิทัล มีความปลอดภัยสูง และมีผลผูกผันทางกฎหมาย ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

ปิยะ กล่าวอีกว่าจากการสำรวจตลาดของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ETDA)พบว่าปี 2567 ที่ผ่านมาตลาดการออกใบรับรองดิจิทัลมีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท และจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆโดยความต้องการของภาครัฐในเรื่องนี้ปีละ 4 ล้านคน เพราะฉะนั้นทั้งภาครัฐและพนักงานภาครัฐจึงเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีการคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2569- 2571) มูลค่าตลาดจะสูงถึง 400 – 500 ล้านบาท เพราะปัจจุบันโตปีละ 700% แล้วสำหรับส่วนแบ่งตลาดของ TKC ปีแรกตั้งเป้ากว่า 30%  

“TKC เชื่อมั่นว่า ThaiCA ไม่เพียงเป็นระบบเทคโนโลยี แต่ยังเป็นความไว้วางใจที่จับต้องได้ จะเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการวางรากฐาน Digital Trust ที่แข็งแกร่งช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความโปร่งใสในทุกระดับของธุรกิจยุคดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน หรือประชาชนทั่วไปเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่มีความเชื่อมั่นและยั่งยืนในระยะยาว”

ด้านเอกพล พรหมรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยสาธารณะ บริษัท TKC กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการมี 2 รูปแบบ โดยปีแรกจะเป็นแบบบีทูบี คือระหว่างองค์กรกับองค์กร ส่วนปีถัดไปจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อใบรับรองผ่านเว็บไซต์ได้ ใบรับรองนี้สามารถนำไปใช้การรับรอง e-Receipt ใบเสร็จรับเงิน หรือ e-Tax Invoice ใบกำกับภาษี ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการจัดทำและลงลายมือชื่อโดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเจรจากับกรมสรรพากร

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *