เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม(สำนักงาน กสทช.)ได้จัดงานการประชุมชี้แจงขั้นตอนการประมูล (Bidder Information Session) และการประมูลรอบสาธิต (Mock auction) โดยมี บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นผู้เข้าร่วมงานการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz

สุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า วันนี้ผู้เข้าร่วมการประมูล จะได้รับทราบถึงขั้นตอน กระบวนการ การปฏิบัติตนในระหว่างการประมูล (Bidder Information Session) และจะได้ซักซ้อมทดลองใช้งานโปรแกรม Auction Software สำหรับการใช้ระบบจัดการใบอนุญาตสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ฯ (Mock auction)
การประมูลครั้งนี้จะใช้วิธีการประมูลในรูปแบบ Simultaneous Clock Auction ซึ่งเป็นการประมูลคลื่นความถี่ทุกกลุ่มในคราวเดียวกัน แตกต่างจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา ที่ใช้วิธีการประมูลทีละย่าน โดยผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถเลือกสลับคลื่นความถี่ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันได้ การประมูลลักษณะนี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถแสดงมูลค่าที่แท้จริงของคลื่นความถี่ที่ตนเสนอราคาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ความยืดหยุ่นนี้จะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการจัดสรร และเป็นรูปแบบการประมูลที่เอื้อให้มีการแข่งขันมากขึ้นในทุกชุดคลื่นความถี่ จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ได้รับรายได้จากการประมูลมากขึ้น อย่างไรก็ดีรูปแบบการเคาะราคาจะเหมือนกับการประมูลครั้งที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องกดรับราคาในรอบแรก ซึ่งเป็นราคาที่มาจากราคาขั้นต่ำรวมกับขั้นราคา 1 ขั้น


สำหรับคลื่นความถี่ที่นำออกมาประมูลในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. คลื่นความถี่ย่านต่ำ (Low Band) ได้แก่ คลื่นความถี่ ย่าน 850 MHz 2. คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz 2300 MHz เป็นคลื่นความถี่ย่านที่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน และ 3.คลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ย่าน 1500 MHz ซึ่งไม่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน
โดยคลื่นความถี่ย่านต่ำ (Low Band) ย่าน 850 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 824 – 834 MHz คู่กับ 869 – 879 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 7,738.23 ล้านบาท จำนวน 2 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz
ส่วนคลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ย่าน 2100 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1965 – 1980 MHz คู่กับ 2155 – 2170 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 4,500 ล้านบาท จำนวน 3 ชุด ชุดละ 2 x 5 MHz และย่าน 2300 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 2300 – 2370 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุดเป็นจำนวนเงิน 2,596.15 ล้านบาท จำนวน 7 ชุด ชุดละ 10 MHz
และคลื่นความถี่ย่านกลาง (Mid Band) ที่ไม่มีการใช้งานสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ย่าน 1500 MHz ช่วงความถี่วิทยุ 1452 – 1507 MHz มีราคาขั้นต่ำต่อชุด เป็นจำนวนเงิน 1,057.49 ล้านบาท จำนวน 11 ชุด ชุดละ 5 MHz

การจัดงานการประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการประมูล มีความคุ้นชินกับระบบการแจ้งเตือนในระหว่างการประมูล หรือแถบเมนูต่างๆ ในโปรแกรม โดยจะเป็นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 สำหรับการออกแบบการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการการสื่อสารความเร็วสูงของประเทศ สำนักงาน กสทช. จึงได้คำนึงถึงหลักการแข่งขัน และการกระจายทรัพยากรของชาติอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่สำหรับการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ