ปฏิบัติการเก็บกวาด หลังแผ่นดินไหวถล่มกรุง 28 มีนาคม 68

หลังฝุ่นจางหาย ปฏิบัติการเก็บกวาด หลังแผ่นดินไหวถล่มกรุงก็เกิดขึ้น ป่วยการที่จะหาแพะกับภัยธรรมชาติครั้งนี้ แต่ควรรับรู้ว่าแต่ละหน่วยงานทั้งรัฐกับเอกชน ต่อมความรู้สึกอ่อนไหวมากน้อยแค่ไหนเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดีอีที่หารือร่วม ปภ.-กสทช.-โอเปอเรเตอร์ ปรับปรุงการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน พร้อมกับเร่งรัดการดำเนินการเรื่องระบบแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast) สำนักงาน กสทช. เปิดสายด่วน 1531 ให้กรมโยธาฯ รับแจ้งเหตุอาคารได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวฟรี  พร้อมถกบริษัท Apple เพื่อหารือแนวทางการปลดล็อคระบบเพื่อสนับสนุนการใช้งาน cell broadcastกับบริษัท LINE thailand มาหารือแนวทางการส่งข้อความสั้นเพื่อเตือนภัย ผ่านช่องทาง line ด้านทรูแจง Cell Broadcast Service (CBS)ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม (โอเปอเรเตอร์)เพื่อแก้ไขความผิดพลาดเรื่องระบบการแจ้งเตือนภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น 

ประเสริฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องของกระบวนการส่งข้อมูลการแจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย SMS ตามข้อสั่งการของแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ ปภ. และ กสทช.ดำเนินการส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนภัยถึงประชาชนให้เร็วขึ้น ทันเวลาและทั่วถึง ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องจากประชาชน โดยสามารถสรุปขั้นตอนได้ดังนี้

-เมื่อ ปภ. ได้รับการแจ้งเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา ปภ. โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะวิเคราะห์ข้อมูล พิจารณาแล้วแจ้งข้อความเตือน และ broadcast ไปให้ทางกสทช.ในทันที

-กสทช.แจ้งดำเนินการไปยังโอเปอเรเตอร์ เพื่อส่ง SMS ไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

-ปภ. เตรียมแผนปฏิบัติการสื่อสาร/แผนสำรองในการแจ้งเตือนภัย ให้มีการแจ้งสถานการณ์เบื้องต้น การปฏิบัติตนของประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และแจ้งสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสถานการณ์ได้สิ้นสุดลง

กสทช.แจงข้อเท็จจริง

ลำดับเหตุการณ์

13:20 เกิดเหตุ แผ่นดินไหว

13:27 รับรู้ได้ทั่ว กทม. และประเทศ

13:45 ประชุมร่วมระดับชาติ (นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน)

14:50 นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวและสั่งการ

14:40 ปภ.ส่งหนังสือไปยังกสทช.

14:44 กสทช แจ้ง operator ทางกลุ่มไลน์ ให้เริ่มส่ง SMS 

14:45 operator เริ่มส่ง SMS แต่ส่งได้เพียง 170,000-200,000 เลขหมายต่อครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที ทำให้ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะส่งได้ครบทุกเลขหมาย (จนถึง 30 มีนาคม บางเลขหมายก็ยังไม่ได้รับ SMS)

ข้อเท็จจริง คือ 

1.หน้าที่กสทช.คือกำกับดูแล และ ประสานงานระหว่างรัฐ กับโอเปอเรเตอร์ และกสทช.ตรวจสอบโอเปอเรเตอร์ว่าได้ดำเนินการตามรัฐร้องขอรึยัง

2. ระบบ CBC นั้นทางโครงสร้างพื้นฐานพร้อมแล้ว รอส่วนของระบบปฎิบัติการของรัฐที่จะพร้อมกลางปีนี้

“กสทช.ไม่สามารถส่งข้อความหรือออกแบบข้อความได้”

3.ระบบการส่งปัจจุบันผ่าน sms มีข้อจำกัดเยอะและไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่เห็นเราจึงต้องรอระบบใหม่ที่กำลังจะพร้อม

ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.)  กล่าวว่าสำนักงาน กสทช. ขอน้อมรับข้อท้วงติงจากประชาชนกรณีการสื่อสารจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 28 มี.ค.68 โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกสทช. ทุกคนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการประชุมเร่งด่วนทันที แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นผู้กำหนดข้อความ และส่งมายังสำนักงาน กสทช. ขอให้ประสานผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือช่วยส่งข้อความสั้น (SMS ) แจ้งเตือนประชาชน ดังนั้น หาก ปภ. ส่งข้อความมาล่าช้า หรือส่งข้อความหลายครั้งจำนวนมาก ก็จะทำให้การส่ง SMS มีความล่าช้าออกไปมากขึ้น เพราะระบบการส่ง  SMS ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีข้อจำกัดจำนวนการส่งต่อครั้งไม่เกินประมาณ 200,000 เลขหมาย

ไตรรัตน์ ยืนยันว่า การสื่อสารส่งต่อข้อความของ ปภ. ไปถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สำนักงาน กสทช. ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นเหตุการณ์ร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและได้มีการประสานผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในทันทีหลังได้รับข้อความจาก ปภ. เช่นกรณีเหตุการณ์ในวันนี้ปภ. ได้ส่งข้อความสั้นที่ต้องการให้ส่งต่อไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 ครั้ง คือ ครั้งแรก เวลา 14.30 น.  จากนั้นส่งมาอีกครั้งในเวลา 16.00 น. จำนวน 2 ข้อความ และครั้งสุดท้ายส่งมาในเวลา 16.30 น. ซึ่งสำนักงานกสทช. ก็ได้ส่งข้อความต่อให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในทันที

ส่วนกรณีระบบเตือนภัย (Cell Broadcast) ผู้ที่เป็นหลักในการจัดทำระบบ  จัดหาผู้ดำเนินการและผู้กำหนดข้อความ คือ ปภ.ส่วนสำนักงาน กสทช. เป็นเพียงผู้สนับสนุนงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ทางด้านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือพร้อมในเรื่องระบบแล้ว เหลือรอระบบจาก ปภ. หากยังดำเนินการไม่ได้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือก็ยังดำเนินการไม่ได้ เพราะระบบจะเชื่อมต่อกัน

ถกแอปเปิล ไลน์ หาทางส่งข้อความเตือนภัย

ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการกสทช.กล่าวว่า ตามที่ได้มีข่าวในสื่อออนไลน์กล่าวถึงกระบวนการทำงานส่งข้อความสั้น SMS ในสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมาในลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่า การดำเนินการส่ง SMS ที่มีความล่าช้าอาจมีผลมาจากการดำเนินการของประธานกสทช. หรือ กสทช. นั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

สำนักงาน กสทช. ขอชี้แจงว่า การปฏิบัติการเพื่อส่งข้อความสั้นเตือนภัยแผ่นดินไหว (SMS) เป็นการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ภายใต้การบริหารจัดการของเลขาธิการ กสทช. โดยไม่ต้องนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. หรือต้องนำเสนอประธาน กสทช. เพื่อพิจารณาก่อนดำเนินการแต่อย่างใด ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการประชุมทบทวนแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นสำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติในครั้งต่อไปเรียบร้อยแล้วโดยตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 30 มีนาคม 2568 สำนักงาน กสทช. ได้เปิดหมายเลขด่วนพิเศษ 1531 ให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับการโทรแจ้งเหตุอาคารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว (โทรฟรี) หลังจากมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 29 มีนาคม โดยการทำงานกรณีนี้ สำนักงาน กสทช. ดำเนินการบนหลักการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน 

ไตรรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในวันที่ 31 มีนาคม 2568 สำนักงาน กสทช. ได้เชิญ บริษัท Apple เพื่อหารือแนวทางการปลดล็อคระบบเพื่อสนับสนุนการใช้งาน cell broadcast รวมทั้งได้เชิญบริษัท LINE thailand มาหารือแนวทางการส่งข้อความสั้นเพื่อเตือนภัย ผ่านช่องทาง line และจะมีการทดสอบระบบ cell broadcast กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือต่อไป หากกระบวนการ SMS มีข้อจำกัดทางเทคนิคเรื่องจำนวนการส่ง และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแจ้งเตือนภัย สำนักงาน กสทช. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะหาแนวทางอื่นในการแก้ปัญหา จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทุกแห่งได้มีความพยายามร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สามารถรองรับวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด 

ค่ายมือถือพร้อมระบบเตือนภัย (Cell Broadcast) แล้วใครไม่พร้อม

ทรู เผยเป็นเอกชนรายแรกที่พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบเตือนภัยพิบัติ Cell Broadcast Service (CBS)ได้ทั่วประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมีแผนจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น จึงเร่งติดตั้งให้เร็วขึ้น โดยขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ติดตั้งอุปกรณ์อัปเกรดเปิดฟังก์ชั่น ครบทุกเสาสัญญาณแล้ว ทำให้สามารถกระจายข้อความเตือนภัยฉุกเฉินแบบ Cell Broadcast ผ่านเครือข่ายเสาสัญญาณ 4G และ 5G ส่งไปยังอุปกรณ์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการเตือนภัยได้พร้อมกันในช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งหากมือถืออยู่ในโหมด sleep หรือ standby  เปิดเครื่องไว้แต่ไม่ได้ใช้งานอยู่ ก็จะมีทั้งสัญญาณเสียงและข้อความแสดงขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ (Pop Up Notification) โดยไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชันใดๆ รองรับ 5 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย  ซึ่งทันทีที่ได้รับคำสั่งจากทางภาครัฐ ทรูพร้อมที่จะดำเนินการกระจายข้อความผ่านระบบ CBS เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้ซิมทรูและดีแทคได้รับข้อความเตือนเพื่อความปลอดภัย

จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นล่าสุด ทำให้เห็นว่าการเตือนภัยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย ล่าสุด ทรู เป็นเอกชนรายแรกที่ขณะนี้ได้ติดตั้งฟังก์ชั่น Cell Broadcast Service ครบทุกเสาสัญญาณ 4G, 5G ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการเร่งติดตั้งให้เร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้

แต่ด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งการสั่งการจากนายกรัฐมนตรี จึงเร่งติดตั้งให้เร็วขึ้นโดยขณะนี้ได้เสร็จพร้อมแล้วโดยฟังก์ชั่นที่ติดตั้งประกอบด้วยการบริหารระบบและการตั้งค่า(System & Configuration), การส่งต่อข้อความสื่อสารที่ได้รับมาผ่านโครงข่าย ( Message Deployment Function) และการบริหารโครงข่ายสื่อสาร ( Network Management) สำหรับระบบ Cell Broadcast Service นี้เป็นแผนงานที่ริเริ่มโดยภาครัฐ นำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงสำนักงาน กสทช. ที่สนับสนุนงบประมาณผ่านกองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมหรือกองทุนกทปส. (USO)โดยที่ผ่านมาได้มีการร่วมทดสอบระบบเสมือนจริงในพื้นที่สำคัญหลายแห่งทั้งที่สำนักงานใหญ่ทรู คอร์ปอเรชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม และที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา  และจากความพร้อมทั้งหมดของทรู คอร์ปอเรชั่นขณะนี้ ทำให้เราจะสามารถดำเนินการได้ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากทางภาครัฐ

สำหรับระบบ Cell Broadcast Service นี้จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน

ภาครัฐ  : โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นศูนย์บัญชาการกลาง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเตือนภัย หรือ Cell Broadcast Entity: CBE ที่ต้องกำหนดเนื้อหาและพื้นที่ในการจัดส่งข้อความ ที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการระบบ (Administrator) การจัดการข้อความที่จะสื่อสาร (Message Creator) และการอนุมัติยืนยันความถูกต้อง (Approver)

ภาคเอกชน : โอเปอเรเตอร์จะทำหน้าที่เป็น Cell Broadcast Center: CBC ซึ่งมีหน้าที่นำเนื้อหาข้อความที่ผ่านการออกแบบและได้รับการอนุมัติจากปภ.ไปกระจายจัดส่งผ่านสถานีฐานตามพื้นที่ที่ปภ.กำหนดให้ถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งการที่ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นรายแรกที่ติดตั้งฟังก์ชั่น Cell Broadcast Service ครบทุกเสาสัญญาณทั่วประเทศ จะทำให้ทรูมีความพร้อมที่จะกระจายข้อความเตือนภัยได้ครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทรูดีแทคทุกราย

ไขข้อข้องใจ: ทำไมระบบ Cell Broadcast Service (CBS) ยังไม่เกิด? เพราะ “ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง”

เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในไทย หลายๆ คนคงได้ยินคำว่า “Cell Broadcast Service” หรือ CBS วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าทำไมระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านมือถือระบบนี้ คือ ระบบที่ทุกคนรอคอย แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย แม้จะผ่านมากี่เหตุการณ์น้ำท่วม พายุ หรือภัยพิบัติมาแล้วก็ตาม

CBS คืออะไร? ทำงานยังไง?

Cell Broadcast Service คือระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินที่ส่งข้อความเตือนตรงถึงหน้าจอมือถือทุกเครื่องในพื้นที่เกิดเหตุ ผ่านเสาสัญญาณมือถือ โดยมีข้อดีแบบที่ SMS ธรรมดาทำไม่ได้

-ส่งข้อความถึงทุกเครื่องในพื้นที่พร้อมกันในครั้งเดียว (แบบ broadcast)

-มีเสียงเตือนดังพิเศษแม้เปิดโหมดเงียบ

-ข้อความจะ Pop-up ขึ้นมาบนหน้าจอทันที

-เจาะจงพื้นที่ได้ ส่งเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย

-ไม่ต้องโหลดแอปฯ เพิ่ม ทุกเครื่องรับได้เลย

-แม้เครือข่ายจะหนาแน่น ก็ส่งได้รู้พร้อมกันทันที

ทำไมต้อง “สองฝ่ายร่วมกัน” ถึงจะสำเร็จ?

นี่คือหัวใจสำคัญ! ระบบ CBS จะทำงานได้ต้องมีสององค์ประกอบหลักทำงานร่วมกัน (เหมือนปรบมือสองข้างถึงจะดัง)

1.CBC (Cell Broadcast Center) – ฝั่งผู้ให้บริการมือถือ เช่น ทรู ดีแทค

2.CBE (Cell Broadcast Entity) – ฝั่งหน่วยงานรัฐที่ออกประกาศเตือน (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.)

สถานการณ์ปัจจุบัน:

-CBC – ค่ายมือถือ (ทรู คอร์ปอเรชั่น) ติดตั้งระบบและทดสอบเรียบร้อยแล้ว

-CBE – กรม ปภ. ยังอยู่ระหว่างจัดตั้งระบบทำงานและทดสอบ

นี่เป็นเหตุผลว่าจะให้ดังต้องปรบมือสองข้าง

กระบวนการทำงานของระบบ CBS ทำงานอย่างไร?

1.เมื่อเกิดภัยพิบัติ – กรม ปภ. (CBE) วิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจส่งการแจ้งเตือน

2.ส่งคำสั่งแจ้งเตือน – ข้อมูลถูกส่งไปยังศูนย์ CBC ของค่ายมือถือ

3.กระจายสัญญาณ – CBC ส่งข้อมูลไปยังเสาสัญญาณในพื้นที่เป้าหมาย

4.แจ้งเตือนผู้ใช้ – ข้อความพร้อมเสียงเตือนปรากฏบนมือถือทุกเครื่องในพื้นที่นั้นๆ

ทำไม SMS ถึงไม่เหมาะกับการแจ้งเตือนภัยพิบัติ?

ปัจจุบันที่เราได้รับเป็นเพียง SMS ธรรมดา ซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย

-ส่งช้า เพราะต้องส่งทีละเบอร์ ไม่สามารถส่งพร้อมกันได้

-ต้องมีฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์

-ไม่มีเสียงเตือนพิเศษ อาจไม่ได้ยินหากเปิดโหมดเงียบ

-ระบบอาจต้องใช้เวลาเมื่อมีการส่งจำนวนมากในเวลาเดียวกัน

สรุป: รอไปอีกนานไหม?

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน “ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง” ค่ายมือถือพร้อมแล้ว เพียงแค่รอภาครัฐพร้อมก็เปิดให้บริการได้ ในระหว่างนี้ ทรูยังคงให้ความร่วมมือกับ กสทช. และ ปภ. ในการส่ง SMS เตือนภัยตามที่ได้รับการร้องขอ ระหว่างที่กำลังดำเนินการเปิดให้บริการ Cell Broadcast Service

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *