“รองนายกฯ และรมว.ดีอีประเสริฐ” ติดตาม “โคราช มหานครดิจิทัลฯ” ชู “ปากช่อง สมาร์ทซิตี้” ยกระดับงานบริการ ด้วย e-Document พร้อมเยี่ยมชม @ View Share Farm ส่งเสริมการใช้งานดิจิทัลเพื่อผู้พิการ อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง ‘ปลัดวิศิษฏ์’ เตรียมหารือ NT สนับสนุนบรอดแบนด์เพื่อใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ IoT เต็มรูปแบบ
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการติดตามความคืบหน้าโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now – โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี อัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่จังหวัดนครราชสีมา
ประเสริฐ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา กระทรวง ดีอี ได้จัดโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now – โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบการทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) ให้ประชาชนและหน่วยงานราชการภายในท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 2,000 คน พร้อมการลงนาม MOU ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ในการขับเคลื่อนโครงการ โดยพบว่า หน่วยงานภายในจังหวัด มีความต้องการใช้ระบบจำนวน 343 หน่วยงาน มีจำนวนผู้ใช้งาน 15,219 บัญชี (users) และใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1,775 CA (Certification Authority)

สำหรับโครงการขับเคลื่อนและส่งเสริมการใช้ระบบงานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ผ่านระบบคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud Management) จังหวัดนครราชสีมามีหน่วยงานในจังหวัดให้ความสนใจและแจ้งความต้องการขอใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระยะที่ 1 จำนวน 341 หน่วยงาน ได้แก่ ส่วนราชการ 50 หน่วยงาน (จาก 231 หน่วยงาน) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 291 แห่ง (จาก 334 แห่ง) และมีจำนวนผู้ใช้งาน 15,219 บัญชีผู้ใช้งาน (users) ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1,775 CA (Certification Authority) การดำเนินการได้แบ่งกลุ่มผู้ขอใช้งานระบบออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1.ส่วนราชการ 1 กลุ่ม และ 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 291 แห่งออกเป็น 3 กลุ่ม
โดยมีการดำเนินงานดังนี้ 1.ดำเนินการ Kickoffโครงการเพื่อชี้แจงขอบเขตการดำเนินโครงการฯ ครบทั้ง 4 กลุ่ม : ส่วนราชการ 50 หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น291แห่งจำนวน 4 ครั้งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2567 2.อบรมชี้แจ้งการใช้ระบบงานให้แก่ ผู้ใช้งานระบบ(User) และผู้ดูแลระบบ (Admin)ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มที่ 1 ใน 9 อำเภอจำนวน 100 แห่งได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอเสิงสาง อำเภอคง อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอโชคชัย อำเภอขามสะแกแสง อำเภอประทาย อำเภอปากช่อง และอำเภอวังน้ำเขียว จำนวนบัญชีผู้ใช้งาน (user) จำนวน 4,505 บัญชี ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 512 CA เมื่อวันที่ 19-20 พ.ย. 2567 และจะเริ่มใช้งานระบบได้หลังจากอบรม 1 สัปดาห์ 3.เริ่มใช้งานระบบจริง จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองปากช่อง บัญชีผู้ใช้งาน (user) จำนวน 120 บัญชี user ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 CA
4.จังหวัดนครราชสีมามีแผนขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์(e-Office) ของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมในระยะที่ 1 ให้ใช้งานระบบได้ภายในเดือนธันวาคม 2567 และ5.จังหวัดนครราชสีมา มีแผนเชิญชวนส่วนราชการ อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เหลือเข้าร่วมขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในระยะที่2ในช่วงกลางเดือนธ.ค.2567จนครบทุกหน่วยงาน

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษในหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้สถิติจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดดำเนินการ ส่งเสริมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน) ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ทุกกระทรวง และทุกจังหวัด เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละหน่วยงาน
ในโอกาสนี้ กระทรวงดีอี ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now – โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ซึ่งถือเป็นต้นแบบ ก่อนขยายโครงการในลักษณะนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการการยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ณ วิสาหกิจชุมชน @ View Share Farm ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นการส่งเสริมการใช้งานดิจิทัลให้กับกลุ่มผู้พิการที่ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)
สำหรับเทศบาลเมืองปากช่อง เป็นอีกหนึ่งในหน่วยงานของจังหวัดนครราชสีมา ที่นำระบบ e-Document มาใช้ในหน่วยงานรัฐ เพื่อลดการใช้เอกสารกระดาษ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความโปร่งใสกระบวนการทำงาน รวมทั้งยกระดับการให้บริการแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว เช่น การออกเอกสารสำคัญ การจัดเก็บข้อมูลทะเบียน และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถลดภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานรวมทั้งมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลของภาครัฐ

ในส่วนของ วิสาหกิจชุมชน @ View Share Farm ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท(depa Digital Transformation Fund for Community) ในปี 2564 นั้น เป็นวิสาหกิจชุมชนที่บริหารจัดการโดยกลุ่มผู้พิการที่ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน โดยได้มีการนำเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะ พร้อมระบบ Smart Farm และตู้ควบคุมระบบน้ำเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยบริหารจัดการการให้น้ำ และปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อใช้สำหรับปลูกเมล่อน สายพันธุ์ Golden Pink และพืชผักสวนครัวบนพื้นที่ 2 ไร่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิตแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนและแรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถลดการสูญเสียผลผลิตได้มากถึง 70% พร้อมกับการนำเครื่องตั้งเวลาอัตโนมัติมาใช้ และติดตั้งโซล่ารูฟท็อป ผลิตกระแสไฟฟ้าในวิสาหกิจชุมชนบางส่วน ขณะเดียวกันดีป้า ยังได้เตรียมส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มการจัดการระบบบริหารจัดการโฮมสเตย์ ประกอบด้วยระบบการจอง ระบบการรับเงิน ให้กับทางวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับกลุ่มวิสาหกิจ @ View Share Farm เพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้นของผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง แต่ยังคงติดขัดปัญหาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ เรื่องของสัญญาณอินเทอร์เน็ต สัญญาณโทรคมนาคม รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งกระทรวงดีอี จะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป
‘ปัญหาเรื่องอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ IoT ผมจะประสานไปทาง NT ว่ามีโครงการอะไรที่สามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนได้หรือไม่ ‘ปลัดกระทรวงดีอีกล่าว
ประเสริฐ กล่าวสรุปว่ากระทรวงดีอี พร้อมขับเคลื่อนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษในหน่วยงานรัฐระดับภูมิภาคทั้งการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) การขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน) การวางโคงสร้างและยกระดับให้จังหวัดต่างๆ ที่มีศักยภาพ และความพร้อม ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง สร้างสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างองค์ความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์ให้กับประชาชน และบุคลากรหน่วยงานรัฐ ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงปลอดภัย ความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และยั่งยืน