7 สิ่งที่ชอบ ใน ‘iPhone 16 Plus’ หลังใช้มา 1 เดือน

ในตัวเลือก iPhone 16 ที่เปิดตัวมาใหม่ของปีนี้ เชื่อว่า iPhone 16 Plus นับเป็นรุ่นที่ให้ความคุ้มค่าของการใช้งานมากที่สุด เพราะกลายเป็นว่าปีนี้ Apple อัปเกรดเทคโนโลยีมาให้ใช้งานในรุ่นเริ่มต้นได้ครบถ้วน และเพียงพอกับการใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปอยู่แล้ว

นี่คือ 7 สิ่งที่ชื่นชอบหลังจากได้ใช้งาน iPhone 16 Plus ต่อเดือนมากว่า 1 เดือน รวมถึงหลังจากอัปเดต iOS 18.1 เปิดให้ได้เข้าถึงฟีเจอร์ Apple Intelligence เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาด้วย

1.จอใหญ่ เข้าถึงคอนเทนต์เต็มตา

ขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว ที่ให้มาใน iPhone 16 Plus แม้ว่าจะไม่ได้ขยับขนาดเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า แต่ก็ถือว่าเป็นขนาดที่เหมาะกับการถือใช้งาน ในตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่ และหนักจนเกินไป

เทคโนโลยีจอภาพที่ใช้ใน iPhone 16 Plus เป็นหน้าจอ OLED ที่แอปเปิลเรียกว่า Super Retina XDR ให้ความละเอียด 2796 x 1290 พิกเซล 460 ppi ให้ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 1,600 นิต และเร่งขึ้นไปได้ถึง 2,000 นิต เมื่อใช้งานกลางแจ้ง และเพิ่มความสว่างต่ำสุด 1 นิต มาให้ด้วย

ถ้าดูจากเรื่องของเทคโนโลยี อาจจะยังติดในเรื่องของอัตราการแสดงผลที่ให้เป็นจอ 60 Hz แต่เชื่อว่าด้วยความลื่นไหลของ iOS ทำให้ในการใช้งานทั่วๆ ไป หน้าจอ ProMotion 120 Hz ก็ยังไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน

ดังนั้น ถ้าชอบหน้าจอขนาดใหญ่ iPhone 16 Plus ที่มากับ 6.7 นิ้ว ตัวเครื่องอะลูมิเนียม น้ำหนักไม่ถึง 200 กรัม มีให้เลือกหลากหลายสีทั้ง ชมพู น้ำเงิน เขียว ขาว และดำ

2.อัปเกรดกล้อง รองรับการถ่ายมาโคร

ในส่วนของกล้องหลักที่ให้มาเป็น Fusion 48 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายภาพบุคคลเจนเนอเรชันถัดไป มาช่วยให้การใช้งาน iPhone 16 Plus สนุกขึ้น เพราะนอกจากสามารถไว้ใจในการถ่ายภาพมุมมองปกติแล้ว การที่ตัวเลนส์สามารถปรับเลือกระยะ 2x มาช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้มุมมองที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันเลนส์มุมกว้าง 0.5x ในรอบนี้ ยังรองรับการถ่ายภาพมาโคร ซึ่งแต่เดิมจะใช้งานได้เฉพาะในรุ่น Pro เท่านั้น ยิ่งทำให้การอัปเดตเรื่องการถ่ายภาพใน iPhone 16 Plus ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่ได้มีเลนส์ซูมมาเหมือนในรุ่น Pro ทำให้ ถ้าเป็นกลุ่มที่ชอบใช้งานทั่วไป ไม่ได้เน้นการถ่ายภาพซูมเพื่อนำไปใช้งานต่อ ก็สามารถใช้เลนส์หลักถ่าย และซูมภาพดูรายละเอียดเอาแทนได้

จุดเด่นอีกอย่างของ iPhone 16 ทุกรุ่นก็คือการถ่ายวิดีโอที่รองรับการถ่าย Spatial Video ที่ในอนาคตเมื่อโลกเสมือนได้รับความนิยมมากขึ้น การถ่ายวิดีโอให้มีมิติจะเปลี่ยนรูปแบบของการถ่ายวิดีโอในอนาคตก็ว่าได้

3.ปรับแต่งภาพ-วิดีโอง่ายๆ

ใน iPhone 16 พร้อมกับ iOS 18 เปิดให้เราสามารถปรับแต่งสไตล์ของภาพถ่ายได้เองแบบง่ายๆ ซึ่งเลือกได้ทั้งก่อนถ่ายภาพ หรือจะถ่ายก่อนแล้วค่อยมาปรับแต่งทีหลังก็ได้ ซึ่งด้วยรูปแบบการปรับแต่งที่ง่ายแค่เลือกโทนสีที่ต้องการ และปรับเลื่อนจุดตามโทนที่ต้องการก็จะได้ภาพออกมาสวยงาม

นอกจากนี้ ในโหมดการถ่ายวิดีโอ iPhone 16 ทุกรุ่น ยังมากับฟีเจอร์อย่าง Audio Mix ที่ให้เราปรับแต่งหลังการถ่ายวิดีโอได้ว่า จะใช้เสียงที่เก็บจากทั้งบรรยากาศรอบข้าง หรือเฉพาะในเฟรมภาพ ทำให้การนำไฟล์วิดีโอไปใช้งานสะดวก และง่ายในการปรับแต่งเสียงขึ้นมาก

4.ชิป A18 แรงเหลือให้ใช้ยาว

อีกส่วนที่่ทำให้ iPhone 16 Plus คุ้มคือรอบนี้ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus ได้ชิปประมวลผล Apple A18 ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวท็อปอย่าง A18 Pro ที่อยู่ในซีรีส์ของ Pro แต่ A18 ก็ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานแล้ว เพราะจากเดิมในยุคของ iPhone 15 จะใช้ชิปแฟลกชิปจากรุ่นก่อนมาใช้

ความสามารถที่ได้เพิ่มเติมจาก A18 คือในเรื่องของหน่วยประมวลผล AI หรือ Neural Engine ที่มาช่วยให้การใช้งาน Apple Intelligence ทำได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยยืดระยะเวลาแบตเตอรีให้ใช้งานได้นานขึ้น สูงสุดที่ 27 ชั่วโมง ซึ่งเท่าที่ใช้งานมาไม่เจอปัญหาแบตฯ หมดระหว่างวันมากวนใจ

ตัวชิปนอกจากช่วยเรื่อง AI แล้ว การเล่นเกมบน iPhone 16 Plus ก็ตอบโจทย์สุดๆ เรียกได้ว่ารองรับทุกเกมที่มีให้เล่นบน Apple Store เวลานี้อยู่แล้ว หรือถ้าเป็นสายทำงานตัดคลิปสั้นๆ ผ่าน CapCut ก็ใช้งานได้ลื่นไหลสบายๆ

5.Camera Control – Action Button

หลังจากที่ไม่ได้อัปเกรด iPhone มานาน รอบนี้พอเปลี่ยนมาใช้ iPhone 16 ก็มีจุดที่เปลี่ยนแปลงในส่วนของปุ่มควบคุมเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ 1 แต่ให้มาถึง 2 คือ iPhone 16 Plus ปีนี้ ได้การเปลี่ยนปุ่มเปิดปิดเสียงจากรุ่นก่อนๆ มาเป็น Action Button ไว้ให้เราตั้งค่าเป็นปุ่มลัดในการเรียกใช้งานแอปฯ ต่างๆ ได้เอง อย่างที่ตั้วไว้ตอนนี้ก็คือเปิด-ปิดไฟฉาย ให้ใช้ได้สะดวกๆ

นอกจากนี้ ใน iOS 18 แอปเปิล ยังเปิดให้เราเปลี่ยนไอค่อนลัดที่อยู่บนหน้าจอล็อกสกรีนได้แล้วด้วย จากเดิมที่มีแค่ไฟฉาย กับ กล้อง ให้เรากด ตอนนี้ใครอยากตั้งเป็นปุ่มเรียกแอปฯ อะไรก็ตามใจเราได้เลย

ส่วน Camera Control หลายคนอาจจะมองว่าไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่ แต่กลายเป็นว่า หลังจากได้ถือใช้งานมา Camera Control มาช่วยในจังหวะที่ต้องการถ่ายภาพเร็วๆ แล้วอีกมือไม่สะดวก ก็สามารถใช้มือข้างใด ข้างหนึ่งหยิบขึ้นมาแล้วกดถ่ายภาพได้ทันที

ถ้าในอนาคตมีการปรับปรุงให้ใช้งานกับกล้องได้หลากหลายขึ้น หรือปรับตำแหน่งให้เข้านิ้วกว่านี้ เชื่อว่า Camera Control น่าจะอยู่กับ iPhone ไปอีกหลายรุ่น แต่ถ้าไม่เวิร์ก แล้วนักพัฒนาไม่ได้ใช้งาน อาจจะเป็นปุ่มที่มาแล้วหายไปในไม่ช้านี้ก็ได้

6.พอร์ต USB-C ให้ใช้ได้สะดวกขึ้น

อีกจุดที่ปรับมาตั้งแต่รุ่นที่แล้วคือการเชื่อมต่อกับพอร์ตที่เป็นมาตรฐานอย่าง USB-C ทำให้เวลาใช้งานแล้วต้องการไฟล์จากตัวเครื่องด่วนๆ สามารถเสียบแฟลชไดร์ฟที่รองรับ USB-C เข้าไปแล้วโอนย้ายข้อมูลได้ทันที ตรงจุดนี้ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้นมาก

ไม่นับรวมกับการที่ตัวเครื่องรองรับไปถึงการเชื่อมต่อ WiFi 7 ที่แม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่ได้เริ่มใช้งานกัน แต่ถ้าในอนาคตมีการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ iPhone 16 ก็พร้อมใช้งานอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการใช้งาน 2 ซิม ที่เป็นนาโนซิม คู่กับ eSIM ช่วยให้เวลาเดินทางไปต่างประเทศเลือกใช้ซิมโรมมิ่งได้สะดวกขึ้น การเชื่อมต่อทั้ง 5G 4G ต่างๆ ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ได้มีจุดที่ต้องกังวลอะไร

7.มาสักที Apple Intelligence

สุดท้าย AI ของ Apple ที่เรียกกันว่า Apple Intelligence ที่แม้ว่าในตอนนี้ จะรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ ใน iOS 18.1 โดยต้องตั้งค่าภาษาตัวเครื่องเป็นอังกฤษ ถึงจะเปิดใช้งานได้ และยังไม่มีแผนที่ประกาศออกมาว่าใช้งานภาษาไทยได้เมื่อไหร่

เท่าที่ได้ลองใช้งานกับฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการสรุปเนื้อหาใน Safari ช่วยย่นระยะเวลาในการอ่านเนื้อหาได้จริง หรือถ้าต้องเขียนข้อมูล หรืออีเมลภาษาอังกฤษ Apple Intelligence ก็มาช่วยเกลาคำให้สวยงามได้

ส่วนการใช้เครื่องมือช่วยลบวัตถุในภาพ Image Clean Up ถือว่าทำออกมาให้ใช้งานได้เร็วๆ แต่ยังไม่เนียนมากนัก ถ้าเป็นภาพที่มีความซับซ้อน พื้นหลังบริเวณที่ลบวัตถุมีรายละเอียดมากๆ Apple Intelligence ยังทำได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับเครื่องมือในฝั่งของ Android แต่อย่างน้อยก็เริ่มมีให้ใช้งานแล้ว

โดยรวมแล้วกลายเป็นว่า การเลือก iPhone 16 Plus ที่ราคาเริ่มต้น 34,900 บาท ในปีนี้ ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการที่ได้มือถือจอใหญ่ กล้องไว้ใจได้ทั้งภาพนิ่ง และการถ่ายวิดีโอ และที่สำคัญคือใช้งานได้ต่อเนื่องไปอีกยาวๆ หรือถ้าใครไม่ชอบเครื่องจอใหญ่ iPhone 16 กับราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *