Brother ผู้นำโซลูชันด้านการพิมพ์ ปี 2567 เติบโตทะลุเป้า สร้างยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Transforming for a Sustainable Future” เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ดีไซน์ทันสมัย เทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ยกระดับบริการภายใต้กลยุทธ์ “CoSE” ตลอดจนกิจกรรม CSR ตามแนวคิด “At Your Side” และ “Brother Group Environmental Vision 2050” ตั้งเป้าธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 7% ภายในปีนี้

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มลดการใช้กระดาษ รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงจากรายงานของ Gartner ภาพรวมตลาด IT ในประเทศไทยปี 2567 มีการเติบโตอยู่ที่ 5.8% สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ Brother สามารถสร้างการเติบโตภาพรวมได้ถึง 9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเกือบ 2 เท่า และทำสถิติยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มใหม่ ๆ โดย Brother ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
“ แนวคิดการลดใช้กระดาษเป็นเรื่องที่พูดกันมานานแล้ว แต่ปัจจุบันธุรกิจการพิมพ์ก็ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องเพราะยังคงมีกลุ่มธุรกิจและภาครัฐที่ยังต้องการพริ้นเอกสารเพื่อการยืนยังความถูกต้องคู่ไปกันกับการเซ็นเอกสารอิเลคทรอนิกค์ ภาคการศึกษายังต้องการพิมพ์รายงานส่ง อาจารย์ ธุรกิจงานพิมพ์ยังเติบโตได้อีกมาก”
โดยปี 2568 Brother จะมุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับทิศทางตลาดและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล โดยยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมาย ตลอดจนส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตามปรัชญา “At your side”
เกี่ยวกับปัญหาปัจจัยภายนอกประเทศอย่างการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่มีความแน่นอน ผู้บริหาร บราเดอร์มองว่าไม่ส่งผลกระทบกับการทำตลาดของบราเดอร์ในประเทศไทย เพราะสินค้าเราผลิตจากฟิลิปินส์ ขณะที่การทำตลาดของบราเดอร์ไทยก็ดูแลลาว ไม่เกี่ยวกับตลาดสหรัฐอเมริกา

ด้าน กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Brother แตกต่างจากแบรนด์อื่นคือความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายภาคธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ทำให้มั่นใจว่า Brother ยังสามารถเติบโตต่อเนื่องได้แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก
“เรายังคงเห็นโอกาสจากกำลังซื้อของภาคประชาชนและภาคเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาล การศึกษา และการผลิต รวมถึงงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ”
ภายใต้กลยุทธ์ “Brother All” ในปีนี้เดินเกมรุกด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ครบวงจร ทั้ง เครื่องพิมพ์ เครื่องสแกน เครื่องพิมพ์ฉลาก จักรปัก เครื่องเสียงภายใต้แบรนด์ BMB เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล และเครื่องพิมพ์ฉลากดิจิทัลระบบ UV อิงค์เจ็ทความละเอียดสูงภายใต้แบรนด์ Domino เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

Brother ตั้งเป้าขยายธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 7% ภายในปีนี้ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำต่อเนื่องด้วยการ รักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในหลากหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์จากปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย
กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ (Printing Business)
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำ (45%)
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันขาวดำ (55%)
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์เลเซอร์สี (51%)
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันสี (45%)
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 ทั่วโลกต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจภาคขยาย (Business Expansion)
- อันดับ 1 จักรปักสำหรับ SME
- อันดับ 1 จักรเย็บผ้าภายในบ้าน
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์ฉลาก P-touch
- อันดับ 1 เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล Direct-to-Garment GTX
ในขณะด้านกลยุทธ์การขายและการสื่อสาร Brother มุ่งเน้นการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ทุกตัวเข้ากับทุกช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสร้าง Channel Synergy และเดินหน้าไปสู่การสร้าง Omni Channel อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ พร้อมการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในหลายแพลตฟอร์ม เช่น Facebook, Instagram, YouTube, TikTok, Line OA, และ X รวมถึงการใช้กลยุทธ์ SEO & SEM และ Lead Generation เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อ Out Of Home และ Digital Signage เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ อีกทั้งในปี 2568 ยังเตรียมเปิดตัว E-Commerce และ Loyalty Program เพื่อสร้างการสื่อสารที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดตามแนวทาง “At your side” ของ Brother อย่างแท้จริง
“เราไม่ได้แค่อยู่เคียงข้างลูกค้า แต่เดินหน้าไปพร้อมกับทุกธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน” กิตติพงศ์ กล่าวเสริม

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาปี 2565 – 2567 Brother ประสบความสำเร็จในการยกระดับบริการหลังการขายผ่านกลยุทธ์ที่ได้มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกลยุทธ์ 4C (Customer ,Channel ,Convenience and Community) ที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายของลูกค้า การขยายช่องทางบริการ และสร้างชุมชนผู้ใช้ให้แข็งแกร่ง ต่อมาได้พัฒนาเป็น S5 (Standard, Satisfaction, Superior Services, System and Sustainability) ซึ่งยกระดับมาตรฐานบริการให้มีความล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า รวมทั้งกลยุทธ์ 5 Keywords (Standardization, Specialization, Digitization, Modernization and Sustainability) ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยให้บริการสะดวกและทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Brother สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า เพิ่มความภักดี และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ
ล่าสุดเพื่อเป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งในการบริการลูกค้าของ Brother วางกลยุทธ์ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568 – 2570 ภายใต้ “CoSE” หรือ Center of Service Excellence ที่มุ่งเน้น 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพการบริการ (Service Quality Assurance) ด้วยมาตรฐาน ISO 18295-1 รวมถึงมาตรฐานด้านการให้บริการและการตรวจสอบครบทุกด้าน (BSQA) ไม่ว่าจะเป็น ระยะเวลาการซ่อมผลิตภัณฑ์ วิธีการตอบปัญหา รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้บริการ การให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ ตลอดจนทักษะความเชี่ยวชาญในการให้บริการแบบมืออาชีพ รวมถึงยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม (Digitalization & Innovation)
โดยเสริมสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล รวมถึงการบูรณาการ AI และแชทบอท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าให้ครอบคลุมและทันสมัย อีกด้านสำคัญคือการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Engagement) ซึ่ง Brother จะมุ่งเน้นโปรแกรมเชิงรุกที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพื่อเพิ่มความภักดีและการรักษาฐานลูกค้าให้แข็งแกร่ง ส่วนสุดท้ายคือการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ที่จะเน้นการเติบโตทางธุรกิจและการขยายบริการ รวมถึงการมีส่วนร่วมกับสังคม ชุมชน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ส่วน พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Brother มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยให้ความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เดินหน้าขับเคลื่อนหลากหลายกิจกรรมขององค์กรตามแนวคิด “At Your Side ” และ “Brother Group Environmental Vision 2050” ซึ่งปีนี้ ยังคงมุ่งดำเนินกิจกรรม CSR ต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้าน ESG และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้ 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมปลูกป่าชายเลน (Mangrove Reforestation) ที่ตั้งเป้าหมายการรอดของต้นกล้ามากกว่า 80% และกิจกรรม “Brother Beat Cancer Run” ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 12 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และสร้างความตระหนักด้านการดูแลสุขภาพ สอดคล้องไปกับ Golden Ring Project พันธกิจระดับโลกของ Brother ประเทศญี่ปุ่น ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
ซึ่งในปีที่ผ่านมากิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนได้กว่า 16.3 ล้านบาท สามารถช่วยผู้ป่วยมะเร็งได้กว่า 975 ราย นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น “No Ocean Waste” และการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบและพร้อมเติบโตร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ที่ใส่ใจลูกค้า สังคมและสิ่งแวดล้อม
“ Brother ตั้งเป้าการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสิทธิภาพงานให้ได้มากกว่าการคำนึงถึงงบประมาณในแต่ละปี” พรภัค กล่าวในตอนท้าย