“ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ” ประธานกสทช.เผยมีขบวนการเร่งรัดกดดันให้พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช. พร้อมชี้พิรุธค่ายมือถือยื้อส่งข้อมูล กกต. ปมเงินสดตึกออลซีซั่นส์อาจเป็นหัวเชื้อสำคัญต้องเร่งมือจัดการ ยันปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติถึงที่สุด และขอเดินหน้าทำงานหนักเพราะ “กสทช. ไม่ใช่สนามขัดแย้งการเมือง”
ไม่มีมูลฝอย สุนัขไม่ขี้ ไม่ใช่การกล่าวเกินจริงไปสำหรับกระบวนการกำจัดประธานกสทช. ‘นพ.สรณหรือหมอไห่’ ให้หลุดพ้นวงจรอำนาจที่ดูแลธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศ เพราะรูปแบบมีให้เห็นทั้งการรวมหัวกันภายในองค์กรและการร่วมมือกับองค์กรภายนอกเคลื่อนไหวกดดัน รวมทั้งการประสานกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังคนใหญ่คนโตที่ซอยสายลม เมื่อมีข้อมูลจากนพ.สรณว่ามีร่องรอยที่ไม่ชอบมาพากลของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ที่สะเทือนมาถึงเก้าอี้ประธานกสทช.
เมื่อมีใครบางคนในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สนง.ประธาน กสทช. ส่วนงานเลขานุการฯ) เผยแพร่เอกสารที่ทำให้มองเห็นอีกด้านของเกมชิงอำนาจในกสทช.
โดยระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอย้ำความสำคัญบทบาทหลักในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายและกระแสข่าวต่างๆ ของสำนักงาน ภายใต้การนำของ ศาสตรจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
เพื่อให้ภารกิจสำคัญเพื่อประโยชน์ของประชาชนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สะดุด จึงขอแสดงถึงความพร้อมในการประสานความร่วมมือและการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐและกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการประสานงานและตรวจสอบข้อมูลตามที่หน่วยงานต่างๆ ร้องขอ เช่น การสนับสนุนข้อมูลเพื่อประกอบการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ทางสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เป็นการแสดงความพร้อมในการสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบภาครัฐด้วยความโปร่งใส ขณะเดียวกัน นพ.สรณ แสดงจุดยืนในการทำหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. ดำเนินไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากการยอมจำนนต่อกลุ่มทุนหรือผลประโยชน์อื่นใด ท่ามกลางอุปสรรคจากความพยายามของบุคคลบางกลุ่มที่สร้างเงื่อนไขคว่ำบาตรการประชุมหลายครั้งจนส่งผลกระทบต่อวาระสำคัญของประเทศ
ขณะที่กระแสสังคมและคำถามถึงความเร่งร้อนผิดปกติในการพยายามกดดันให้ “นพ. สรณ ประธาน กสทช.” พ้นจากตำแหน่ง โดยเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงหลายประเด็น ซึ่งมีบางประเด็นเกี่ยวเนื่องกับคดีสำคัญของ กกต. ที่กำลังตรวจสอบปมการถอนเงินสดจำนวนมหาศาลซึ่งพบความผิดปกติ ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาออลซีซั่นส์ เพลส ระหว่างวันที่ 9 ถึง 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยการดำเนินการตรวจสอบต้องใช้ข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่และพิกัดเสาสัญญาณย้อนหลังในการพิสูจน์ความจริง แต่กลับปรากฎข้อพิรุธว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ยื้อเวลา และบ่ายเบี่ยงการจัดส่งข้อมูลตามกำหนด โดยที่ผู้บริหารสำนักงานบางรายนิ่งเฉยต่อการกวดขันจัดการ ซึ่งขัดกับความสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างโปร่งใส
นพ.สรณกล่าวเน้นย้ำว่า “ถ้าผมไม่ยืนหยัดนั่งทำงานตรงนี้และถ้าผมถูกบีบให้พ้นจากเก้าอี้ไปตามเกมกดดันความลับเรื่องเส้นทางผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างกลุ่มทุนกับอำนาจมืดจะถูกซุกไว้ใต้พรมใช่หรือไม่” พร้อมระบุว่าเป้าหมายสูงสุดในฐานะผู้นำองค์กรคือการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติจนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะคลี่คลายความจริงทั้งหมดออกมาให้สังคมประจักษ์
บางคนในกสทช.ระบุว่าเอกสารที่ทำให้รู้ว่าค่ายมือถือยักษ์ใหญ่เป็นใคร หมายเลขโทรศัพท์มือถือเป็นของใคร บริษัทไหน หาได้ไม่ยาก ป่านนี้รู้กันไปทั่วแล้ว