ไปรษณีย์ไทยเดินหน้ายกระดับบริการขนส่งระหว่างประเทศ เปิดทางเลือก Courier Post Plus หนุนผู้ประกอบการ SMEs และร้านค้าออนไลน์ขยายตลาดต่างประเทศ รองรับการส่งสินค้าหลายชิ้นในครั้งเดียว น้ำหนักรวมสูงสุด 5,000 กิโลกรัม พร้อมทางเลือกชำระภาษีต้นทางหรือปลายทาง ครอบคลุมสูงสุด 51 ประเทศ ชูเครือข่ายพันธมิตรโลจิสติกส์ระดับโลก เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารต้นทุนและลดอุปสรรคการส่งออก รองรับการเติบโตของการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross-Border E-Commerce) พร้อมผลักดันระบบโลจิสติกส์ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมสินค้าไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการค้าระหว่างประเทศกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และผู้ค้าออนไลน์ที่มีศักยภาพในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดโลก
ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งยกระดับบริการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นมากกว่าการส่งสินค้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุน วางแผนการขาย และเข้าถึงตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านบริการ Courier Post Plus ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจส่งออกที่มีความหลากหลาย
บริการดังกล่าวสามารถจัดส่งสินค้าได้หลายชิ้นในครั้งเดียว (Multi Piece) รองรับสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งของเหลว แบตเตอรี่ และอาหาร ภายใต้เงื่อนไขการจัดส่งที่กำหนด พร้อมรองรับการขนส่งไปยังตลาดสำคัญ ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย

ชู 2 ทางเลือกจัดการภาษี เพิ่มความคล่องตัวผู้ส่งออก
จุดเด่นสำคัญของ Courier Post Plus คือการเปิดทางเลือกให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการภาษีและค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศได้ 2 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจและข้อตกลงทางการค้ากับลูกค้าปลายทาง ได้แก่
1. DDP (Delivered Duty Paid) รูปแบบที่ผู้ส่งเป็นผู้ชำระภาษีและค่าธรรมเนียมตั้งแต่ต้นทาง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณและควบคุมต้นทุนการส่งออกได้ชัดเจน ลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขณะที่ผู้รับปลายทางได้รับความสะดวกตามเงื่อนไขการจัดส่ง
2. DDU (Delivered Duty Unpaid) รูปแบบที่ผู้รับปลายทางเป็นผู้รับผิดชอบภาษีและค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของประเทศปลายทาง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการบริหารต้นทุนค่าขนส่งและกำหนดความรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรูปแบบการขายสินค้า
ทั้งสองรูปแบบช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนธุรกิจ โดยผู้ใช้บริการสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเลือกซื้อวงเงินประกันสินค้าเพิ่มเติมได้สูงสุด 100,000 บาท พร้อมใช้บริการผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ





ดัน Courier Post Plus สู่ Trusted Gateway เชื่อมสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
ดร.ดนันท์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีเป้าหมายยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการขนส่งสู่การเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ที่ช่วยเชื่อมธุรกิจไทยกับตลาดโลก โดยผลักดัน Courier Post Plus ให้เป็น Trusted Gateway หรือประตูการขนส่งที่ผู้ประกอบการไทยไว้วางใจ ผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน
ด้านแรก Trusted System การพัฒนาระบบจัดส่งที่มีความน่าเชื่อถือ ผ่านเครือข่ายกว่า 500 แห่ง พร้อมระบบติดตามสถานะพัสดุ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการและลูกค้าปลายทาง
ด้านที่สอง Trusted Global Partners การสร้างเครือข่ายพันธมิตรโลจิสติกส์ระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งและรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศ
ด้านที่สาม Trusted Dynamic & Agility การเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเส้นทางขนส่ง เพื่อให้การจัดส่งสินค้ามีความต่อเนื่อง และช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ
สหรัฐฯ ครองตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง 45% เล็งขยายตลาดเอเชีย
สำหรับภาพรวมตลาดปลายทางของบริการ Courier Post Plus ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาครองสัดส่วนสูงสุด 45% รองลงมาคือเยอรมนี 11% และออสเตรเลีย 5% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ
สินค้าที่ได้รับความนิยมประกอบด้วย อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ผ้าไทย และวัตถุมงคล สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของสินค้าไทยในการเข้าถึงผู้บริโภคต่างชาติ
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะประเทศกาตาร์และคูเวต ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทยบางประเภท
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียเพิ่มเติม ได้แก่ สปป.ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา บรูไน และฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้หลากหลายมากขึ้น
รองรับส่งออกครั้งละ 5,000 กิโลกรัม จัดโปรโมชันลด 5% ถึงสิ้นพฤศจิกายน
สำหรับขีดความสามารถของบริการ Courier Post Plus สามารถรองรับการจัดส่งสินค้าน้ำหนักรวมสูงสุด 5,000 กิโลกรัมต่อครั้ง และฝากส่งสินค้าหลายชิ้นพร้อมกันได้ โดยรูปแบบ DDU ที่ผู้รับชำระภาษีปลายทางครอบคลุม 51 ประเทศ ส่วนรูปแบบ DDP ที่ผู้ส่งชำระภาษีและค่าธรรมเนียมตั้งแต่ต้นทางครอบคลุม 33 ประเทศ
พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการ โดยมอบส่วนลดค่าบริการ 5% สำหรับผู้ใช้บริการ Courier Post Plus รูปแบบ DDP เพียงแชร์โพสต์ที่ปักหมุดบน Facebook ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ไปยังโซเชียลมีเดียของตนเอง พร้อมตั้งค่าการมองเห็นเป็นสาธารณะ (Public) และแสดงโพสต์ที่แชร์ให้เจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยลดต้นทุนการจัดส่งสินค้าและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดต่างประเทศ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center โทร. 1545 หรือเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th
การขับเคลื่อนบริการ Courier Post Plus สะท้อนทิศทางของไปรษณีย์ไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศให้ตอบโจทย์ธุรกิจยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และร้านค้าออนไลน์ไทยให้สามารถบริหารต้นทุนการส่งออก เพิ่มช่องทางการจำหน่าย และขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง