ทุกวันนี้ สายมิจฉาชีพเข้าถึงคนไทยได้ทุกพื้นที่ ตั้งแต่คอนโดใจกลางกรุง ไปจนถึงท้องนาภาคอีสาน บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความเชื่อมั่น (Trust-Tech) และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Whoscall จึงเลือกไม่สื่อสารกับคนไทยทั้งประเทศด้วยวิธีเดียวกัน แต่ลงไปทำ ความเข้าใจแต่ละพื้นที่ แล้วหยิบภาษา อาชีพ วิถีชีวิต และข้าวของที่คนคุ้นเคย มาสร้างเป็นแคมเปญ “ไหว้ล่ะ โหลดเถอะ จะได้รับสายถูก!” ผลลัพธ์คือยอดวิวรวมเกือบ 22 ล้านครั้งบนโซเชียลมีเดียภายในสัปดาห์แรก ของแคมเปญ
แนวคิดนี้เริ่มจากพฤติกรรมง่ายๆ เมื่อเบอร์ไม่คุ้นโทรเข้ามา สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือ “มิจฉาชีพ” และการตัดสายก็ดูเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งที่เบอร์นั้นอาจเป็นไรเดอร์ ช่างซ่อม หมอ เพื่อนที่เพิ่งเปลี่ยนเบอร์ หรือคนที่มีธุระสำคัญก็ได้ Whoscall จึงเปลี่ยนโจทย์จากการบอกให้คนตัดสายมาเป็นการช่วยให้คนไทยรู้ก่อนว่า ใครโทรมา แล้วค่อยตัดสินใจ ภายใต้แนวคิด “รับสายจริง ตัดสายโจร”
แคมเปญครั้งนี้ Whoscall ร่วมงานกับ SOUR Bangkok (เซาเออร์ บางกอก) เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทย ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย โดย SOUR Bangkok ติดอันดับ 5 ร่วมใน The One Show 2026 APAC Independent Agency Rankings และเป็นเอเจนซีไทยเพียงรายเดียวในห้าอันดับแรก ซึ่งทั้งสองแบรนด์นี้ เคยร่วมงานกันมาแล้วในปี 2023 และครั้งนี้ SOUR Bangkok ร่วมทำงานกับ Whoscall ตั้งแต่การค้นหาอินไซต์ ไปจนถึงการปล่อยแคมเปญต่อเนื่องเป็นระลอก



แคมเปญนี้เปิดตัวด้วยหนังโฆษณาที่เล่าเรื่องราวของคนจากปลายสายหลากหลายอาชีพ ที่มักถูกมองว่าเป็น เบอร์แปลก มายกมือไหว้ขอโอกาสถึงหน้าบ้าน ให้โหลด Whoscall คนไทยจะได้รู้ก่อนว่าใครโทรมาก่อนจะตัดสาย ทิ้ง จะได้แยกออกว่าสายไหนที่ควรรับ สายไหนที่ควรตัด
นอกจากนี้ Whoscall ยังจับมือกับพาร์ทเนอร์ “เบอร์ดี” ที่เจอปัญหาลูกค้าตัดสายเหมือนกันมาทำแคมเปญร่วมกัน พร้อมแจกโค้ด Whoscall พรีเมียมให้ลูกค้าของพาร์ทเนอร์ อาทิ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express) โรงพยาบาลกรุงเทพ (Bangkok Hospital) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ซิลค์สแปน (SILKSPAN) แคชจอย (Kashjoy) คินโตะ (KINTO) ธนาคารคลิกซ์ (CLICX) เอเทียร์ (Atier) อันริ เบเกอรี่ (Anri Bakery) และพาร์ทเนอร์อื่นๆ อีกมากมาย


จากนั้นแคมเปญได้ขยายไปสู่พื้นที่และบริบทที่แตกต่างกัน Whoscall จึงส่ง “หุ่นไหว้ไล่โจร” โดยหยิบหุ่นไล่กา ที่คนไทยคุ้นตากลางทุ่งนา มาเตือนใจพี่น้องเกษตรกรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่มีเงินก้อนจากผลผลิต และเป็นช่วงที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักฉวยโอกาสเข้ามาหลอกลวง มาปรับบทบาทเป็นหุ่นที่คอยไล่มิจฉาชีพ ยืนไหว้ ขอร้องให้โหลด Whoscall ในหลากหลายท่า ทั้งไหว้ยืน ไหว้ย่อ ชวนให้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นข้อความโดนใจที่เขียนด้วยภาษาถิ่นทั้ง 4 ภาค พร้อม QR Code ให้คนในพื้นที่โหลดแอปได้ทันที
ไม่หยุดแค่กลางทุ่ง แคมเปญยังพุ่งตรงถึงหน้าบ้านด้วย “รถไล่โจรพุ่มพวง” ที่เปลี่ยนรถกับข้าวคันคุ้นตา ของคนในชุมชน จากเดิมที่วิ่งเรียกลูกค้าออกมาซื้อกับข้าว ให้กลายเป็นรถที่เรียกคนออกมาโหลดแอป พร้อมแจกกับข้าวกว่า 20 รายการ วันละ 700 ถุง แต่ละอย่างมาพร้อมข้อความสุดกิมมิก เช่นแจกถุงสะตอ พร้อมข้อความ “โจรโทรมาสะตอ ก็ตัดสายถูก” แจกสาระแหน่ “กันเบอร์โจร ไม่ให้มาสาระแน” หรือแจกกะหล่ำปลี “ไม่โดนสายโจรทำชี…ช้ำกะหล่ำปลี“



รถคันนี้เปิดตัวที่แรกที่จังหวัดนครปฐม โดยได้ แม่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ขวัญใจ Gen Z มารับบทแม่ค้าประจำรถ เสียงประกาศขายกับข้าวที่ทุกคนคุ้นหูถูกปรับเป็นเสียงเตือนภัยมิจฉาชีพ สอดแทรกการเล่นคำจากของกินบนรถ จนรถกับข้าวคันเดิมกลายเป็นทั้งจุดแจกของและสื่อเตือนภัยประจำชุมชน
การสื่อสารที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นในครั้งนี้ไปไกลกว่าชุมชนที่แคมเปญลงพื้นที่ ภายในสัปดาห์แรก แคมเปญ มียอดวิวรวม 22ล้านครั้ง บนทุกแพลตฟอร์ม นำโดย Facebook และ Instagram รวม 18,020,644 ครั้ง ตามด้วย YouTube 2,614,616 ครั้ง และ TikTok 1,336,508 ครั้ง
ไม่ใช่แค่ในไทยกระแสของหนังโฆษณาเรื่องนี้ ยังดังข้ามประเทศไปถึงไต้หวันและเกาหลีใต้เมื่อปลายเดือนกันยายน สถานีโทรทัศน์ FTV News ของไต้หวันหยิบโฆษณาของ Whoscall ประเทศไทยไปนำเสนอในข่าว ในฐานะแคมเปญจากแบรนด์สัญชาติไต้หวันที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย โดยชูความฮาของสถานการณ์ ที่ใครก็เคยเจอ คือไม่รับสายเบอร์แปลกเพราะกลัวมิจ แต่สุดท้ายกลับพลาดสายสำคัญ
อ้างอิง: https://finance.ftvnews.com.tw/news/detail/2026927F02M1

ฐิตินันท์ สุทธินราพรรณ ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่ายการตลาดโกลบอล บริษัท โกโกลุก กล่าวว่า มิจฉาชีพไม่เลือกพื้นที่ วิธีรับมือของเราจึงใช้สูตรเดียวกันทุกที่ไม่ได้ เราเข้าใจว่าคนไทยไม่ได้อยากพลาด สายสำคัญ แต่ความกลัวมิจฉาชีพทำให้หลายคนเลือกไม่รับเบอร์ที่ไม่รู้จัก
โจทย์สำคัญของ Whoscall จึงเป็นการแนะนำ ชักชวนให้คนไทยมาใช้เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้คนมีข้อมูลก่อนตัดสินใจ โดยสื่อสารผ่านภาษา วิถีชีวิต และสิ่งที่คนในแต่ละพื้นที่คุ้นเคย ตั้งแต่หนังโฆษณาที่สะท้อนอินไซต์อย่างโดนใจ หุ่นไหว้ไล่โจรกลางท้องนาไปจนถึงรถกับข้าวหน้าบ้าน เราต้องการให้ความสนุกสร้างทั้งรอยยิ้มและการส่งต่อ พร้อมเปลี่ยนความเข้าใจ และความตระหนักรู้ ไปสู่การลงมือป้องกันตัวเองได้จริง ด้วยการดาวน์โหลด Whoscall ชวนคนในครอบครัวมาใช้งาน เพื่อให้ทุกคนมีเครื่องมือพร้อมใช้เมื่อเบอร์แปลกโทรเข้ามา และมีข้อมูล ช่วยตัดสินใจว่าสายไหนควรรับ และสายไหนควรตัด

มนประภา รัตนกนกพร หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) กล่าวว่า เมื่อเราได้พูดคุยกับไรเดอร์ส่งของ บุคลากรโรงพยาบาล และผู้ให้บริการรถโดยสาร เราพบว่าปัญหาเบอร์แปลก ไม่ได้กระทบแค่ผู้รับสาย แต่ยังส่งผลถึงคนที่ต้องติดต่อพวกเขาเพื่อส่งของ นัดหมาย หรือให้บริการที่สำคัญด้วย นี่ทำให้เราเห็นว่าปัญหานี้ใหญ่กว่าการป้องกันมิจฉาชีพในมุมของผู้ใช้เพียงฝ่ายเดียว พาร์ทเนอร์ที่เข้ามาร่วมแคมเปญ จึงไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุน แต่เป็นกลุ่มคนที่เผชิญปัญหาเดียวกัน และมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้คนไทยสามารถรับสายสำคัญได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เพราะการป้องกันมิจฉาชีพ ไม่ควรทำให้การติดต่อสื่อสารที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนต้องหวาดระแวง
ด้วยการปรับวิธีเล่าให้เข้ากับภาษา วิถีชีวิต และบริบทของแต่ละชุมชน Whoscall จึงพาเรื่องการป้องกันมิจฉาชีพ ออกจากหน้าจอมือถือ ไปอยู่ในพื้นที่ที่คนไทยใช้ชีวิตจริง เพราะในวันที่เบอร์แปลกอาจเป็นได้ทั้งสายสำคัญ และสายมิจฉาชีพ เป้าหมายไม่ใช่การเลิกรับสาย แต่คือการรับสายจริง ตัดสายโจร ได้ถูกคน
ช่องทางการรับชม: รับชมหนังโฆษณา “ไหว้ล่ะ โหลดเถอะ จะได้รับสายถูก!” ได้ทางช่องทางทางการของ Whoscall https://www.youtube.com/watch?v=p-ddGDao7nM
ดาวน์โหลด Whoscall ฟรี ทั้งระบบ iOS และ Android https://app.adjust.com/1f16qjtc