ทรู คอร์ปอเรชั่น เสริมแนวกั้นน้ำป้องกันชุมสายสื่อสารในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ จัดทีมวิศวกรประจำโซน พร้อมสำรองไฟฟ้าและเชื้อเพลิง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการสื่อสารและสนับสนุนการประสานความช่วยเหลือประชาชน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า บริษัทได้ยกระดับมาตรการฉุกเฉินดูแลโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่างๆ โดยระดมทีมวิศวกรภาคสนามเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือสถานการณ์และศูนย์ดูแลสัญญาณฉุกเฉินย่อยประจำภูมิภาค เพื่อให้สามารถส่งทีมงานและอุปกรณ์เข้าดูแลโครงข่ายได้รวดเร็วขึ้น





มาตรการสำคัญประกอบด้วยการติดตั้งแนวกั้นป้องกันน้ำท่วมบริเวณชุมสายหลักและชุมสายย่อย เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย พร้อมติดตามระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงต่อสถานีฐานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้แม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วม
บริษัทยังใช้มาตรการป้องกันที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่ การยกระดับอุปกรณ์สำคัญให้สูงจากพื้น การสร้างฐานยกระดับ รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในจุดเฝ้าระวัง เพื่อให้ทีมวิศวกรติดตามสถานการณ์และปรับมาตรการป้องกันได้ทันต่อระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับพื้นที่ที่การเดินทางได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทรูได้ปรับทีมภาคสนามเป็นทีมย่อย นำโดยวิศวกรประจำแต่ละโซน เพื่อให้การตัดสินใจ จัดสรรกำลังคน และส่งอุปกรณ์ทำได้ใกล้พื้นที่มากขึ้น ลดการเดินทางข้ามพื้นที่ และดูแลโครงข่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีมภาคสนามจะทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business Network Intelligence Center (BNIC) ซึ่งติดตามสถานะโครงข่ายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลจากสถานีฐาน สภาพอากาศ และสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญในการส่งทีมเข้าดูแล
ด้านระบบไฟฟ้า บริษัทได้เตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าสำรอง และเชื้อเพลิงไว้ในพื้นที่ รองรับกรณีไฟฟ้าหลักได้รับผลกระทบ พร้อมวางแผนเส้นทางขนส่งเชื้อเพลิงเพื่อเติมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องหากจำเป็น โดยปรับเส้นทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังเตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ Cell-On-Wheel (COW) รวมถึงรถและเรือสำหรับเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย โดยให้ความสำคัญกับสถานีฐานที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อสนับสนุนการติดต่อสื่อสารและการประสานความช่วยเหลือ
ทรูระบุว่า จะติดตามสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ ระบบไฟฟ้า และสถานะโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับกำลังทีมวิศวกร อุปกรณ์ และมาตรการป้องกันตามสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อครอบครัว เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง