Quantum Club Thailand เดินหน้า 3 กลไกสร้างคนและพัฒนาโจทย์ควอนตัม นำร่องโทรคมนาคม–พลังงาน

Quantum Club Thailand เดินหน้ายกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่ Quantum Academy, Quantum Industry และ Quantum Lab เชื่อมการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย และการทดลองใช้ในภาคอุตสาหกรรม พร้อมเปิดหลักสูตรพื้นฐานรุ่นแรก 50 ที่นั่ง เรียนฟรี รับสมัครถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีควอนตัมกำลังพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง และมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พลังงาน การเงิน สาธารณสุข และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร งานวิจัย การทดลองใช้งาน และเครือข่ายความร่วมมือควบคู่กัน

Quantum Club Thailand เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น QTRic และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา โดยมีสมาชิกกว่า 130 รายจาก 6 กลุ่มหลัก ครอบคลุมภาครัฐ ภาคการศึกษา นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม สตาร์ทอัพ และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับนานาชาติ

เอกราชกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ Quantum Club Thailand คือการสร้างบุคลากรที่มีทักษะ พัฒนากรณีใช้งานจริง เสริมขีดความสามารถด้านการวิจัย และสร้างระบบนิเวศที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีควอนตัม โดยเชื่อมการสร้างคน การพัฒนาองค์ความรู้และโจทย์วิจัย เข้ากับการทดลองใช้ในอุตสาหกรรม แล้วนำบทเรียนกลับมาพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

กลไกแรก Quantum Academy มุ่งพัฒนาบุคลากรตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้และออกแบบระบบ ผ่านการรับรอง Quantum Ready Thailand หรือ QRT Certification 4 ระดับ ได้แก่ Foundation, Practitioner, Specialist และ Architect โดยหลักสูตร Foundation รุ่นแรกเปิดรับ 50 ที่นั่ง ไม่มีค่าใช้จ่าย สมัครได้ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ประกาศผลวันที่ 10 ตุลาคม และเริ่มเรียนวันที่ 16 ตุลาคม 2569 พร้อมการเรียนรู้ผ่านหน่วยประมวลผลควอนตัม หรือ QPU และแพลตฟอร์ม qBraid

กลไกที่สอง Quantum Industry มุ่งเชื่อมเทคโนโลยีควอนตัมกับโจทย์ที่ประเทศไทยและภาคอุตสาหกรรมต้องการแก้ไข โดยเริ่มจากการพัฒนากรณีใช้งาน การพิสูจน์แนวคิด และโครงการนำร่อง พร้อมวัดผลเปรียบเทียบกับวิธีประมวลผลแบบดั้งเดิมหรือแบบผสมผสาน ก่อนพิจารณาต่อยอดเมื่อสามารถพิสูจน์คุณค่าที่เกิดขึ้นได้

โครงการนำร่องครอบคลุมด้านโทรคมนาคม ทั้งการวางแผนโครงข่าย 5G และ 6G การเรียนรู้ของเครื่องด้วยเทคโนโลยีควอนตัม และการเตรียมความพร้อมด้านการเข้ารหัสลับที่รองรับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) รวมถึงด้านพลังงาน ซึ่งมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน การจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด และการวางแผนระบบกักเก็บพลังงาน

ส่วนกลไกที่สาม Quantum Lab เป็นพื้นที่เชื่อมโยงบุคลากร องค์ความรู้ งานวิจัย และโจทย์จากภาคอุตสาหกรรม โดยกิจกรรม Q’Lab Open Circle #001 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คนจากหลายภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาส ความท้าทาย และแนวทางความร่วมมือด้านควอนตัมของประเทศไทย

เอกราชกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อคิดเห็นจากกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงจุดแข็งของไทย ทั้งฐานการศึกษาและงานวิจัย ทำเลยุทธศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ตลอดจนทรัพยากรข้อมูลที่หลากหลาย ขณะเดียวกัน ยังต้องเร่งเชื่อมโยงบุคลากร งานวิจัย การเข้าถึงเทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมให้ทำงานต่อเนื่องกัน พร้อมลดการทำงานแยกส่วนและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้

กลุ่มโจทย์ที่ได้รับความสนใจครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานและความยั่งยืน ตลอดจนอวกาศและอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยแนวทางสำคัญคือการคัดเลือกโครงการหลักที่วัดผลได้ และสร้างเส้นทางนำงานวิจัยไปสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน Quantum Club Thailand ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่ Quantum Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้โจทย์ซับซ้อน Quantum Simulation เพื่อจำลองระบบและวัสดุ Quantum AI เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และ Quantum Security เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ระยะต่อไปจะเดินหน้าเปิดหลักสูตร Foundation รุ่นแรก พัฒนาชุมชนบุคลากรด้านควอนตัม และขับเคลื่อนโครงการนำร่องด้านโทรคมนาคมและพลังงาน ควบคู่กับการต่อยอดเวที Open Circle สู่ Focus Circle และ Build Lab เพื่อพัฒนาข้อเสนอให้เป็นโจทย์เฉพาะและโครงการร่วมที่ลงมือทำได้จริง พร้อมขยายความร่วมมือด้านการวิจัย PQC และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมไทย เพื่อยกระดับจากการสร้างความเข้าใจสู่ขีดความสามารถและผลลัพธ์ที่วัดได้

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *