REDMI Note 17 Series ของเสียวหมี่ สมาร์ทโฟนเจเนอเรชันล่าสุดของไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุด เปิดตัวทั้งหมด 4 รุ่น รวมถึงรุ่น Pro Max เป็นครั้งแรก REDMI Note 17 Pro Max 5G แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ชาร์จที่เร็วขึ้น ใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น ทนน้ำและการตกกระแทก ออกแบบในรูปแบบใหม่ทั้งหมด ใช้งานในระยะยาวนานหลายปี


REDMI Note Series นั้นมียอดจัดส่งทั่วโลกทะลุ 500 ล้านเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การพัฒนาในแต่ละเจเนอเรชันที่ผ่านมาคงแนวคิด“ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่สามารถเข้าถึงได้ และคุณภาพระดับพรีเมียมในทุกผลิตภัณฑ์” พัฒนาและอัปเกรดในทุกๆ ด้าน
รุ่นท็อปของซีรีส์คือ REDMI Note 17 Pro Max 5G รุ่นแรกของ REDMI Note Series ที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณภาพแข็งแกร่งขั้นสุด ะแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนความจุ 10000mAh ซึ่งถือเป็นความจุสูงสุดเท่าที่เสียวหมี่เคยมีมา และเมื่อรวมเข้ากับอีกสามรุ่นได้แก่ REDMI Note 17 Pro 5G, REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ทำให้ไลน์อัปทั้ง 4 รุ่นนี้สามารถถ่ายทอดแนวคิดสร้างมาเพื่อความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ของ REDMI ไปสู่ผู้ใช้ที่มีความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน
การพัฒนาภายใต้แนวคิดคุณภาพสุดแข็งแกร่งในแบบฉบับของ REDMI สมาร์ทโฟนให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจตลอดระยะเวลาหลายปีของการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัปเดตด้านความปลอดภัยนานสูงสุด 6 ปี ในสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ ในขณะที่บางรุ่นยังมาพร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่คงประสิทธิภาพได้นานสูงสุด 6 ปี สำหรับ REDMI Note 17 Pro Max 5G ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วย ประสบการณ์การใช้งานซอฟต์แวร์ที่คงความลื่นไหลเสมือนใหม่ตลอด 6 ปี ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ถึง ความลื่นไหลและความน่าเชื่อถือในการใช้งานที่ยาวนาน
REDMI Note 17 Pro Max 5G และ REDMI Note 17 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตราฐานด้านคุณภาพความแข็งแกร่ง TÜV SÜD 5-star Titan Quality Certification ถึง 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านคุณภาพรูปแบบใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ TÜV SÜD ภายใต้แนวคิด “สร้างมาให้ทนทาน ใช้งานได้อย่างมั่นใจ” การรับรองนี้เป็นการยืนยันถึง ปัจจัยสำคัญด้านความน่าเชื่อถือในระยะยาว ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดทั้งในห้องปฏิบัติการและสถานการณ์การใช้งานจริง ได้แก่ ความทนทานต่อการตกและแรงกระแทก ครอบคลุมการทดสอบแรงกระแทกทางกล การสั่นสะเทือน การชน รวมถึงอายุการใช้งานของพอร์ตและปุ่มต่างๆ, ความทนทานต่อน้ำ ครอบคลุมการทดสอบการจมน้ำและการแช่น้ำเป็นเวลานานในรูปแบบการทดสอบ, ประสิทธิภาพและความทนทานของแบตเตอรี่ ครอบคลุมการทดสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การกระแทกทางกล การชาร์จในจำนวนรอบสูง และความทนทานในการใช้งานเป็นเวลานาน


ขณะที่ REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ได้รับการรับรองมาตราฐานด้านประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ TÜV SÜD 5-star Battery Performance Certification7 ถึง 5 ดาว โดยความทนทานและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานการทดสอบที่เข้มงวด ตั้งแต่ในด้านความพร้อมของแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนการใช้งานในทุกวัน ไปจนถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับการตกหล่นในแต่ละครั้ง
REDMI Note 17 Pro Max 5G ใช้งานได้นานสูงสุด 3 วันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว และใช้เวลาชาร์จเพียง 20 นาทีทุกรุ่นมาพร้อมระบบแบตเตอรี่สุดทนทานจาก REDMI ซึ่งถูกพัฒนามาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ซิลิคอน-คาร์บอนขั้นสูง ที่โดดเด่นใน 2 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษและระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ
แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความอึดของแบตเตอรี่ยังคงถูกนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ โดย REDMI Note 17 Pro 5G ให้แบตเตอรี่ความจุ 8340mAh และรองรับการชาร์จเร็ว 67W ในขณะที่ REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 ให้แบตเตอรี่ความจุ 7700mAh และรองรับการชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging
สมาร์ทโฟนซีรีย์นี้ยังรองรับการทำงานของระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ โดยแบตเตอรี่จะยังคงรักษาความจุที่ 80% ขึ้นไปแม้ผ่านการชาร์จมาแล้ว 1,600 รอบซึ่งเทียบเท่ากับการใช้งานทั่วไปประมาณ 6 ปี
REDMI Note 17 Pro Max 5G และ REDMI Note 17 Pro 5G มีโครงสร้างที่แกร่งเหนือมาตราฐานระดับ REDMI ด้วยสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์เสริมความแข็งแกร่งที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพิ่มความทนทานต่อการตกหล่น พร้อมการป้องกันฝุ่นและน้ำอย่างรอบด้าน ทำให้สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นสามารถรับมือกับแรงกระแทก การโดนน้ำกระเซ็น และสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในการใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ

สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นในตระกูล Pro สามารถทนต่อการแช่น้ำที่ความลึก 2 เมตรเป็นเวลา 72 ชั่วโมง พร้อมเปิดตัว Underwater Mode เป็นครั้งแรก ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์นั้นสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องน้ำกระเซ็นที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้เทคโนโลยี Wet Touch Technology 2.0 ยังช่วยตรวจจับน้ำ น้ำมัน โฟม และเหงื่อได้อย่างชาญฉลาด จึงช่วยให้คุณสัมผัสหน้าจอได้อย่างแม่นยำและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว


REDMI Note 17 Pro Max 5G มาในเฉดสีพิเศษ Cloud Blush ฝาหลังแบบ Photochromic ที่สามารถเปลี่ยนสีจากสีขาวคล้ายก้อนเมฆมาเป็นโทนชมพูอมส้มสุดอบอุ่นเมื่อสัมผัสกับแสง UV16 ในขณะที่ REDMI Note 17 Pro 5G มากับ 2 เฉดพิเศษสีที่สะท้อนสไตล์อันโดดเด่นได้แก่ Satin Orange และ Sky Blue โดยสี Satin Orange ใช้กระบวนการผลิตแบบใหม่ Glitter Process ที่สร้างลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละเครื่อง ส่วน Sky Blue โดดเด่นด้วยสีฟ้าอ่อนละมุนที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับดีไซน์ของตัวเครื่ิอง
REDMI Note 17 Pro Max 5G ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon® 6 Gen 5 Mobile Platform รองรับการเล่นเกมที่ใช้พลังงานสูง คอนเทนต์ระดับ 4K รวมถึงการใช้งานหลายแอปพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล ส่วน REDMI Note 17 Pro 5G มอบประสิทธิภาพที่ไหลลื่นและเชื่อถือได้ รองรับทั้งความบันเทิงและการทำงานในชีวิตประจำวัน โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นรองรับ RAM สูงสุด 24GB ผ่านฟีเจอร์ Memory Extension ช่วยให้แอปต่างๆ ยังคงทำงานอยู่เบื้องหลังได้อย่างราบรื่น ขณะที่ REDMI Note 17 5G และ REDMI Note 17 เติมเต็มไลน์อัปด้วยประสิทธิภาพที่เน้นการประหยัดพลังงานและได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างราบรื่น
สำหรับในด้านความสามารถของ AI บน REDMI Note 17 Pro Max 5G และ REDMI Note 17 Pro 5G ช่วยเพิ่มความอัจฉริยะให้กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย REDMI Note 17 Pro Max 5G มาพร้อม Xiaomi HyperAI20 เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ นอกจากนี้ REDMI Note 17 Series ทุกรุ่นยังรองรับ Google Gemini21 และ Circle to Search with Google22 จึงมอบประสบการณ์การใช้งานที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเป็นธรรมชาติและใช้งานง่ายในทุกโมเดล
สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์นี้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ Dual-Video ช่วยให้การเล่าเรื่องมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยการบันทึกภาพจากหลากหลายมุมมองในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ REDMI Note 17 Pro Max 5G ยังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ที่ 30fps เพื่อมอบภาพที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่โหมด Professional Video และฟังก์ชัน Live Moment บน REDMI Note 17 Pro Max 5G และ REDMI Note 17 Pro 5G ช่วยให้การถ่าย ตัดต่อ และแชร์คอนเทนต์ทำได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ AI Creativity Assistant ช่วยให้การแต่งภาพเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะที่หลากหลายสำหรับการปรับปรุงภาพ สำหรับรุ่น Pro ยังยกระดับความสามารถไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ AI Glare Removal สำหรับลบแสงสะท้อนจากภาพ พร้อมด้วย AI Erase Pro, AI Beautify, AI Image Enhancement และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย ช่วยให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์ผลงานมากยิ่งขึ้นในขั้นตอนการตกแต่งหลังจากการถ่ายภาพ
REDMI Note 17 Pro Max 5G มาใน 2 สีสวย ได้แก่ Cloud Blush และ Black24 พร้อมให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม 2569 – 4 กันยายน 2569 โดยรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 17,999 บาท และรุ่นความจุ 8GB + 512GB วางจำหน่ายในราคา 19,999 บาท
REDMI Note 17 Pro 5G มาใน 2 สีสวย ได้แก่ Sky Blue และ Black24 พร้อมให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม 2569 – 4 กันยายน 2569 โดยรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 15,999 บาทและรุ่นความจุ 6GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 14,999 บาท
REDMI Note 17 5G มาใน 2 สีสวย ได้แก่ Celestrial Purple และ Black24 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยรุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 12,999 บาทและรุ่นความจุ 6GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 11,999 บาท
REDMI Note 17 มาใน 2 สีสวย ได้แก่ Celestrial Purple และ Black24 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในรุ่นความจุ 6GB+128GB ในราคา 8,499 บาท
ผู้ที่ซื้อ REDMI Note 17 Series ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ การทดลองใช้ Google One ฟรี 6 เดือน พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 200GB และการทดลองใช้ YouTube Premium ฟรี 2 เดือน
