กลายเป็นว่าหลังการเปิดตัวของ HONOR 600 ซีรีส์ ในไทยช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนภาพของการเป็นสมาร์ทโฟนแฟลกชิปของ HONOR ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน HONOR Magic ซีรีส์ ก็สามารถเข้าถึงสเปกระดับแฟลกชิปบนมือถือได้ โดยเฉพาะในรุ่น HONOR 600 Pro เครื่องนี้
HONOR 600 Pro โดดเด่นในเรื่องของการเป็นสมาร์ทโฟนที่ให้สเปกระดับท็อปใกล้เคียงกับรุ่นแฟลกชิป เสริมด้วยความสามารถทางด้าน AI ที่มาทำให้การถ่ายภาพจากกล้อง 200MP สนุกขึ้น และยังได้แบตเตอรีขนาดใหญ่ 7000 mAh ในราคา 29,999 บาท

สำหรับ HONOR 600 Series เข้ามาทำตลาดพร้อมกัน 3 รุ่นครอบคลุมระดับราคาตั้งแต่หมื่นกลางๆ จนถึงเกือบ 3 หมื่นบาท
- HONOR 600 Pro 12GB + 512GB ในราคา 29,999 บาท
- HONOR 600 12GB + 256GB 19,999 บาท
- HONOR 600 Lite 8GB + 256GB 13,999 บาท
ดีไซน์ Unibody หน้าจอสว่าง 8,000 nits

HONOR 600 Pro ใช้การผลิตแบบ Unibody Cold-Carving ขึ้นรูปอะลูมิเนียมชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ ให้ขอบเครื่องโลหะผิวแมตต์ ฝาหลังกระจกคาร์บอนเย็นลดรอยนิ้วมือ ตัวเครื่องบางเพียง 7.8 มม. น้ำหนัก 200 กรัม แต่จับถือถนัดมือด้วยมุมโค้งมนขนาดใหญ่

จุดที่น่าสนใจคือ HONOR 600 Pro ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นถึกพิเศษ IP68 / IP69 / IP69K ทนน้ำลึก 1.5 เมตร และทนแรงฉีดน้ำร้อนดันสูงได้ พร้อมการันตีกันกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS
หน้าจอป้องกันตาอัจฉริยะ

หน้าจอที่ให้มาเป็น AMOLED 10-bit ขนาด 6.57 นิ้ว รองรับอัตราการแสดงผล 120Hz แบบแปรผัน ขอบจอบาง 0.98 มม. สู้แสงสบายด้วยความสว่างสูงสุด HDR 8,000 nits พร้อมฟีเจอร์ HONOR AI Eye Comfort Display ช่วยถนอมสายตาร ทั้งลดการกะพริบจอในที่มืด มีระบบ AI ช่วยลดอาการเมารถ หรือเวียนหัวขณะดูจอบนรถได้ถึง 89%

รอบตัวเครื่องทางฝั่งขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มเปิดเครื่อง และปุ่มเรียกใช้งาน AI ที่สามารปรับตั้งค่าให้กลายเป็นปุ่มลัดสำหรับเรียกใช้งานแอปพลิเคชันอื่่นๆ อย่างเช่นเรียกโหมดถ่ายภาพขึ้นมาใช้งาน หรือเปิดไฟฉายได้ด้วย
แม้ตัวเครื่องจะบางไม่ถึง 8 มม. แต่ HONOR สามารถยัดความจุแบตเตอรี่มาได้สูงถึง 7,000 mAh ด้วยเทคโนโลยี Silicon-Carbon รองรับการใช้งานทั่วไปได้ยาวนานสูงสุดถึง 2 วันเต็ม และทนทานในสภาพอากาศหนาวจัดถึง -20°C
พอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาเป็น USB-C ที่ใช้ทั้งการเชื่อมต่อเพื่อถ่ายโอนข้อมูล จนถึงการชาร์จที่ให้ระบบชาร์จเร็ว 80W HONOR SuperCharge มาให้ ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จไร้สาย 50W Wireless Honor SuperCharge และใช้เป็น 27W Wired Reverse Charging ในการชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ด้วย
กล้องโปร 200MP พร้อมโหมดสตูดิโอ และ AI

ในส่วนของกล้อง HONOR 600 Pro มาพร้อมกล้อง 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์หลัก 200MP เซนเซอร์ 1/1.4 นิ้ว, รูรับแสง f/1.9, กันสั่นระดับโปร CIPA 6.0 OIS ตามด้วยเลนส์ซูม Periscope 50MP รองรับซูมออปติคอล 3.5x
ส่วนเลนส์มุมกว้างและมาโครให้มา 12MP มุมกว้าง 112 องศา ถ่ายมาโครใกล้สุด 2 ซม. ซึ่งเป็นจุดที่น่าเสียดายเล็กน้อย ขณะที่กล้องหน้าให้มา 50MP เลนส์มุมกว้างปรับได้ 21-24 มม. โดยเป็นแบบฟิกซ์โฟกัส

ที่น่าสนใจคือ Harcourt Portrait Mode ฟีเจอร์เด่นที่ร่วมมือกับสตูดิโอระดับโลก ถ่ายภาพบุคคลได้แสงเงาและโบเก้สวยงามประดุจถ่ายด้วยอุปกรณ์สตูดิโอแท้ มีให้เลือก 3 โทนสี (Colour, Classic, Vibrant)
รวมถึงฟีเจอร์ที่สามารถเปลี่ยนภาพนิ่งสูงสุด 3 ภาพ (เช่น ภาพคน + สถานที่ + สัตว์เลี้ยง) ร่วมกับการพิมพ์ Prompt คำสั่ง หรือบันทึกเสียงสั่งการ เพื่อให้ AI เนรมิตภาพเคลื่อนไหวออกมาเป็นคลิปวิดีโอสไตล์ภาพยนตร์ความยาว 3-8 วินาทีได้
นอกจากนี้ยังมี AI Photos Agent สั่งลบคนหรือแต่งภาพด้วยภาษาธรรมชาติ และระบบตรวจจับ Deepfake เพื่อความปลอดภัย โดยการใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อประมวลผลบนคลาวด์ร่วมด้วย และปัจจุบันยังเป็นช่วงจำลองให้ทดลองใช้ฟรี
ชิปเซ็ตตัวท็อป รับการใช้งาน AI

HONOR 600 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรรุ่นท็อป อย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite มากับ RAM 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB ให้ประสิทธิภาพ Multi-core แรงขึ้น 45% และกราฟิกดีขึ้น 40% รันบน MagicOS 10 Android 16 การันตีอัปเดตยาวนานถึง 6 ปีเต็ม

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HONOR Connect ช่วยให้สามารถแตะเพื่อแชร์ไฟล์ ลากและวางข้อมูล หรือแชร์หน้าจอกับ iPhone, Mac และ Apple Watch ได้อย่างลื่นไหลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงสามารถส่งไฟล์ข้ามระบบปฏิบัติการได้ด้วย
สรุป

HONOR 600 Pro คือหนึ่งในตัวเลือกสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 30,000 บาท ที่ให้ความคุ้มค่า โดยเฉพาะผู้ที่มองหาความครบเครื่องรอบด้าน เข้ามาแก้โจทย์ทั้งเรื่องแบตเตอรี่หมดไว ชิปเซ็ตตัวแรง หน้าจอสว่าง และกล้องใช้งานได้หลากหลาย นับเป็นอีกรุ่นที่น่าประทับใจ













