6 พันธกิจสำคัญ “จักรกฤษณ์” นายกสมาคมโทรคมฯคนใหม่

เปิด 6 พันธกิจสำคัญ “จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์” นายกสมาคมโทรคมฯคนใหม่ ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Digital Economy และ AI Nation , Regulatory Reform (การปฏิรูปกฎระเบียบ) , การยกระดับ Cyber security และการคุ้มครองข้อมูลประชาชน ,ลดการเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ,การสร้างความร่วมมือของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเปลี่ยนจากคู่อาฆาตมาเป็นความร่วมมือและการพัฒนาบุคลากรด้านโทรคมนาคมและ AI

จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สคท.) กล่าวถึงภารกิจสำคัญของสมาคมโทรคมฯว่า เรื่องแรกมุ่งยกระดับบทบาทของอุตสาหกรรมจาก “Telecom Operator” สู่ “Digital Infrastructure Industry” เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI Nation ของประเทศไทยในอนาคต

“เทคโนโลยีไร้สายไม่น่าเป็นห่วง 5G 4G คลุมพื้นที่กว่า 95% ส่วนเทคโนโลยีมีสายอย่างบรอดแบนด์ก็เข้าถึงประมาณ 90% ของครัวเรือน ยกเว้นพื้นที่ห่างไกลซึ่งกสทช.ผลักดันเพื่อให้บรอดแบนด์เข้าถึงในทุกพื้นที่ ถ้าไม่ใช่แค่เรื่อง connectivity ก็เป็นเรื่อง AI Cloud ดาต้าเซ็นเตอร์ ควอนตัม Cybersecurity เป็น 5 เรื่องสำคัญที่ต้องยกระดับของสมาชิก จากเดิมที่เป็นผู้ให้บริการจากเทเลคอมโอเปอเรเตอร์ ไปเป็น ดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ โพรวายเดอร์ ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ไปแล้วไม่ใช่การขายแค่ connectivity ในนามสมาคมโทรคมฯ ต้องช่วยผลักดันเพื่อนำไปสู่ Digital Economyและ AI Nation”

เรื่องที่ 2 คือสมาคมโทรคมฯ จะทำงานร่วมกับภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชน เพื่อผลักดัน Regulatory Reform ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ลดอุปสรรคต่อการลงทุนและนวัตกรรม รวมถึงสนับสนุนการแข่งขันที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว

“Regulatory Reform (การปฏิรูปกฎระเบียบ) เมื่อเทคโนโลยีไปไกลสุดขีดแล้ว แต่กติกามารยาทยังไม่มี อย่าง Responsible AI ก็ยังไม่มี (เช่นพูดคำหยาบ ทำสิ่งผิดกฎหมาย ไม่มีบัตรคอนเสิร์ต อยากเข้าไปดูฟรีต้องทำอย่างไร AI มันตอบได้ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร)” จักรกฤษณ์กล่าวและย้ำว่า “สมาคมโทรคมฯจะไม่เป็นผู้ร้องเรียน หรือ ต่อรองภาครัฐ อย่างต้องเอื้อประโยชน์ให้พวกผมอย่างโน้นอย่างนี้ มันไม่ใช่ แต่ควรจะร่วมมือกับองค์กรกำกับดูแลอย่างกสทช.หรือกระทรวงดีอี สกมช.ในการเอาเทคโนโลยีไปผลักดันให้เกิดกฎหมายที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีมากขึ้น”

เขายกตัวอย่างเช่น กสทช.สั่งมาว่าเกิด scam (การหลอกลวงหรือกลโกง มิจฉาชีพ) ขึ้นที่แม่สอดต้องไปปิดสัญญาณให้หมด ซึ่งต้องดูว่าเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายข้อไหน แล้วกสทช.ป้องกันระวังหลังให้หรือไม่ หากผู้ใช้บริการมีการร้องเรียนมา หรือการติดตั้งเซลไซต์ที่เก็บค่าธรรมเนียมคิดตามกำลังส่ง(วัตต์) ทุกปี ถึงเวลามีเสากี่ต้นก็ต้องไปต่อค่าธรรมเนียมทุกต้นทุกปี โอเปอเรเตอร์มีเสา 45,000 ต้นก็ต้องไปเสียค่าไลเซ่นต์ 45,000 ใบทุกปี(ใบอนุญาติตั้งใช้)

“เป็นการลดข้อจำกัดกฎระเบียบบางเรื่องที่อุปสรรคในการทำงานในการลงทุน เช่นการเอาคลื่นมาประมูลแล้วไม่สนับสนุนด้านอื่น อย่างคลื่น 28 GHz ที่ประมูลไปแล้วแต่กสทช.ไม่มีการสนับสนุนด้านอื่นให้เกิดการลงทุน แถมยังจะเอาคลื่น 26 GHz ไปทำ slicing แล้ว 28 GHz ที่ประมูลไปแล้วจะทำอย่างไร ต้องทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในทุกสาขาอุตสาหกรรม”

เรื่องที่ 3 การยกระดับมาตรฐาน Cybersecurity และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้าง Digital Trust ให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายของภัยคุกคามไซเบอร์และอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมโทรคมฯ มองว่า Cybersecurity คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจดิจิทัล

“การยกระดับ Cyber security และการคุ้มครองข้อมูลประชาชน วันนี้ต่างคนต่างทำ อย่างเรื่อง Cert(Computer Emergency Response Team) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือน Cell Broadcast แต่ Cert เป็นระบบแจ้งเตือนภัยในระบบ Cyber security ซึ่งเราไม่มีระบบที่จะตรวจจับ (Detect) ทั้งประเทศ สกมช.ผลักดันให้มี Cert ทุกอุตสาหกรรม สมาคมโทรคมฯ ทำ Cert ของโทรคมนาคม แต่ปรากฎเลิกทำไปแล้วเงินหมด เราจะผลักดันของบสนับสนุนจากกสทช.แค่ 20 กว่าล้านบาทเท่านั้น” จักรกฤษณ์กล่าวและย้ำว่า “บริษัทใหญ่ไม่ว่า TRUE AIS มี Cert ของตัวเองหมดแล้ว แต่บริษัทเล็กๆไม่มี แล้ววันนี้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นเยอะมาก ข้อมูลต้องเป็นดิจิทัลหมดโดยเฉพาะข้อมูลลูกค้า Cert จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความมั่นคงทางไซเบอร์คือความมั่นคงทางเศษฐกิจ”

เรื่องที่ 4 การลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การส่งเสริม Digital Literacy 

“Digital Literacy (ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล) อะไรคือความรู้ อะไรคือความสามารถในการเข้าถึง มีพรอมเพย์ถือว่าใช่หรือไม่ ลงทะเบียนคนละครึ่งถือว่ามีความรู้หรือไม่ วันนี้เราก้าวไปถึง AI Literacy แล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าคุณไม่รู้คุณจะถูกเอาเปรียบ ถูกหลอก ต้องทำอย่างไรให้ประชาชนรู้เรื่องพวกนี้ วิธีทำคือต้องรู้ผ่านสมาชิกในสมาคมฯว่าจะช่วยกันผลักดัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งสมาคมจะได้รับเชิญไปเป็นกรรรมการในแต่ละเรื่อง เป็นกรรมาธิการ หรือเป็นอนุกรรมการในกสทช. วันนี้สมาคมต้องทำหน้าที่นี้ ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการ”

จักรกฤษณ์ กล่าวว่า Action plan ที่จะเกิดขึ้นต้องอาศัยพลังความร่วมมือของสมาชิกผลักดัน แต่ละเรื่องสมาคมฯจะแบ่งเป็นคณะ แต่ละคณะจะร่วมกันคิด บางอันทำเป็นไวท์ เปเปอร์ส่งภาครัฐในนามสมาคมโทรคมฯ ซึ่งคงทำได้ในระดับประมาณนี้

เรื่องที่ 5 คือการสร้างความร่วมมือของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาเราแข่งขันกันเหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนไป หากแข่งกันทางธุรกิจก็ทำไป แต่เราจะมา “ลดภาพลบการแข่งขันในเชิงลบ” ล็อบบี้นั่น ล็อบบี้นี่ ต้องเป็นเจ้านี้เท่านั้น ในภาพรวมสมาคมโทรคมฯต้องยืนตรงกลาง ต้องทำให้สมาคมโทรคมฯ เป็นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แล้วเรื่องไหนเห็นว่าสำคัญ ก็ร่วมกันผลักดันในนามสมาคมโทรคมฯ เช่น การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน

เรื่องที่ 6 การพัฒนาบุคลากรด้าน Telecom & AI เพื่อเตรียมความพร้อมของคนไทยสู่โลกอนาคต โดยจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาคการศึกษา Startup และหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนา talent และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

“ทุกวันนี้คนต่างชาติเต็มตึก เทคโนโลยีเราเป็นแค่ผู้ใช้ไม่ได้เป็นผู้คิด ทำอย่างไรให้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยผลิต และบุคลากรที่อุตสาหกรรมต้องการ ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเรื่อง AI เราอาจไม่รู้การสร้าง AI แต่เราต้องรู้ว่าจะใ้ช้ AI อย่างไร ต้องให้คนในอุตสาหกรรมรู้เรื่องการใช้งาน สมาคมโทรคมฯ กำลังจะมีการจัดงานใหญ่ร่วมกับเวนเดอร์ในวันที่ 10 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ชื่องาน AIoT Global โดยมีคนทำงานด้าน AI และคนขายอุปกรณ์ IoT ต่างๆ สมาคมโทรคมฯ เป็นคนจัดงานเชิญทั้งโอเปอเรเตอร์และผู้ผลิตเจ้าของผลิตภัณฑ์ IoT มีการโชว์ผลิตภัณฑ์ มีการเสวนาในแต่ละเรื่อง มีต่างชาติสนใจกว่า 30 ประเทศแล้ว ทั้งหมดนี้เพื่อทำให้ไทยเป็น Hub ด้าน IoT ซึ่งในอาเซียนเราน่าจะรู้เยอะที่สุดแล้ว”

จักรกฤษณ์ กล่าวว่า เรื่อง IoT ต้องทำเรื่องคลาวด์ ข้อมูลให้อยู่ในประเทศ อย่างข้อมูลกล้อง cctv ซึ่งปัจจุบันข้อมูลอยู่นอกประเทศจำนวนมาก แนวคิดของสมาคมคืออุปกรณ์ IoT ต้องมีการรับรองว่าเก็บข้อมูลในประเทศ ซึ่งปัจจุบัน หากซื้อจากรายใหญ่ข้อมูลอยู่ในประเทศ ทั้งนี้แนวทางคือสมาคมโทรคมฯ จะเป็นหน่วยงานรับรองว่า cctv ยี่ห้อไหน เก็บข้อมูลในประเทศ รวมทั้งเรื่องการจัดระเบียบสายสื่อสาร ซึ่งรัฐควรเข้ามาสนับสนุน และผลักดันกสทช.ให้ Cert เกิดขึ้น 

“Telecom industry is now beyond connectivity วันนี้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านการเชื่อมต่ออีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตดิจิทัลที่มั่นคง ยั่งยืน และแข่งขันได้ในเวทีโลก”

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *