NTT DATA เผยองค์กรธุรกิจไทยใช้ AI แล้วกว่า 72% การแข่งขันที่ทวีความเข้มข้น องค์กรไทยกำลังเร่งปรับตัวสู่การทรานส์ฟอร์มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ AI จะไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยหลักธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว AI สร้างการเติบโตของรายได้มากกว่า 10% สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า แนวโน้มรักษาอัตรากำไรในระดับ 15% ขึ้นไปสูงกว่า 3.6 เท่า NTT DATA แนะ ใช้ AI ต้องให้ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ชุจุดขาย NTT DATA ให้บริการครบวงจร ภายใต้แนวทาง “Agent First Strategy”
“ในยามที่ภาวะเศรษฐกิจดี ตลาดโดยรวมของประเทศดีตลาดไอทีก็ดีไปด้วย แต่เมื่อยามที่ภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก แต่ตลาดไอทีไทยก็ยังมีการเติบโตไปได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน” เป็นความเห็นของ ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA, Inc.
NTT DATA เป็นผู้นำด้านบริการเทคโนโลยีและธุรกิจระดับโลก มูลค่ามากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้บริการแก่ 75% ของบริษัทใน Fortune Global 100 เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ชั้นนำของโลก ครอบคลุมความสามารถด้าน AI ระดับองค์กร คลาวด์ ความปลอดภัย การเชื่อมต่อ ดาต้าเซ็นเตอร์ และบริการแอปพลิเคชัน มีทีมผู้เชี่ยวชาญในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และเครือข่ายพันธมิตรทั้งองค์กรชั้นนำและสตาร์ทอัพทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย โดย NTT DATA เป็นส่วนหนึ่งของ NTT Group ซึ่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

สิ่งที่ NTT DATA, Inc. ทำคือนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผสานความเข้าใจตลาดท้องถิ่น และวัฒนธรรมองค์กรแต่ละประเทศแบบ people-first เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยก้าวจากการเริ่มต้นใช้งาน AI ไปสู่การทรานส์ฟอร์มในระดับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะ “Trusted End-to-End Digital Transformation Partner” บริษัทฯ ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



ธนพงษ์ กล่าวว่า หลายอุตสาหกรรมของไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก การแพทย์ พลังงาน และโลจิสติกส์ ต่างเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน และยกระดับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยพบว่าองค๋กรธุรกิจปัจจุบันมีการนำ AI เข้ามาใช้แล้วกว่า 72%
องค์กรชั้นนำที่สามารถนำ AI ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลชี้ว่าองค์กรที่เป็นผู้นำด้าน AI มีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้มากกว่า 10% สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า และมีแนวโน้มรักษาอัตรากำไรในระดับ 15% ขึ้นไปได้สูงกว่า 3.6 เท่า
“ความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน คือการขยายการใช้งาน AI ให้ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ความปลอดภัย และธรรมาภิบาลที่เหมาะสม”
ธนพงษ์ มองว่า แม้องค์กรไทยจะเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่ยังคงเผชิญข้อจำกัดสำคัญในการขยายการใช้งานไปสู่ระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบไอทีแบบเดิม (Legacy Systems) โครงสร้างข้อมูลที่กระจัดกระจาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลและ AI
โดยความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใช้ AI อีกต่อไป แต่คือการขยายการใช้งาน AI ไปสู่ระดับองค์กร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้และยั่งยืน การทรานส์ฟอร์มที่ประสบความสำเร็จต้องตั้งอยู่บนรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยผสานเทคโนโลยี ข้อมูล และศักยภาพของบุคลากรเข้าด้วยกัน
ในส่วนของ NTT DATA ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มด้วยจุดแข็งด้านความสามารถแบบครบวงจร (Full-Stack Capabilities) ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ โมเดล AI โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยและธรรมาภิบาล โดยใช้แนวทาง “Agent First Strategy” และแพลตฟอร์ม “Agentic AI Factory” เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรม ขยายการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน

เมื่อ AI ก้าวสู่การใช้งานในระดับองค์กร องค์กรกำลังก้าวไปสู่รูปแบบ “AI-Native Enterprise” ที่เทคโนโลยี AI ถูกฝังอยู่ในกระบวนการหลักของธุรกิจ เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Agentic AI ซึ่งสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ มีเป้าหมาย และปรับตัวได้ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานสู่รูปแบบที่ชาญฉลาดและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ในฐานะผู้นำด้านบริการไอทีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน NTT DATA ชี้ว่า ความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการอย่างครบวงจร ทั้งด้านการให้คำปรึกษา แอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงาน
นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยี NTT DATA ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) โดยเน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการใช้งาน AI และข้อมูลในวงกว้าง โดยเฉพาะในองค์กรที่มีระบบสำคัญและข้อมูลอ่อนไหว
ในระยะยาว NTT DATA ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลระยะยาวให้กับองค์กรไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในภาคธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา โครงการฝึกงาน และโครงการพัฒนาทักษะและการยกระดับทักษะใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทยังพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชันด้านการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร เร่งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI และสร้างความเชี่ยวชาญภายในองค์กร เพื่อให้พร้อมสำหรับการทรานส์ฟอร์มอย่างต่อเนื่องในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากยิ่งขึ้น

“การลงทุนในตลาดไอทียังคงมี เม็ดเงินยังคงมีอยู่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหมว่าอยู่ตรงไหน ทำอย่างไรให้เกิดการนำเงินออกมาใช้ให้ได้ ในส่วนของ NTT DATA เรามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็เช่นกันคาดว่าจะมีการเติบโตดับเบิ้ลดีจิต ด้วยจุดแข็งที่เรามีการบริการครบวงจรในการนำเสนอลูกค้า”ผู้บริการ NTT DATA กล่าว