“ไชยชนก” ขับเคลื่อนดีอี  “เชื่อมไทยให้เป็นหนึ่ง” ควง “แนน บุณย์ธิดา” พร้อมลุยบูรณาการข้อมูล สวัสดิการ-มาตรการรัฐ ดูแลคนไทย  

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม 

ไชยชนก รมว.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอี ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการดูแลและแก้ไขปัญหา 4 ภัย คือ ภัยธรรมชาติ ภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ และภัยด้านสังคม อย่างต่อเนื่องจาก 4 เดือนที่ผ่านมา พร้อมเพิ่มนโยบายการเป็นหน่วยงานหลักในการใช้เทคโนโลยีเชื่อมภาครัฐและประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมต่อประเทศไทยให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนสวัสดิการ และมาตรการจากภาครัฐ ในการช่วยเหลือดูแลประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง

“สิ่งที่จะดำเนินการต่ออย่างเข้มข้นไม่ว่าจะเป็นภัยสังคมเกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์ซึ่งยังเป็นวาระแห่งชาติอยู่ โดยอยู่ระหว่างการยกระดับกฎหมายในหลายๆกระทรวง รวมทั้งยังมีเรื่องการเตือนภัยธรรมชาติ เพื่อให้มีการพยากรณ์ที่แม่นยำทั่วประเทศ”

ทั้งนี้กระทรวงดีอี จะประเมินการใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน พร้อมกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม วันนี้เราต้องมองถึงประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง ซึ่งกระทรวงจะต้องใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆด้านดิจิทัล เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการในขณะนี้คือ การดำเนินการเชื่อมข้อมูลของประชาชนกับภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการ และมาตรการต่างๆของรัฐอย่างตรงตามกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการของประชาชน โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA 

รวมไปถึงเรื่องการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยทางธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งการบูรณาการข้อมูลและรูปแบบการให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ พิจารณาระบบฉุกเฉินของแต่ละหน่วยงาน ด้านการสื่อสาร ทั้งการสื่อสารระบบหลัก และระบบรอง เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจมีความเปลี่ยนแปลง

ในด้านภัยสังคม อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ จะมีการเร่งรัดการปรับปรุงเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การดำเนินการตามอนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสภาวะฉุกเฉินต่างๆ โดยแม้ว่าใน 4 เดือนที่ผ่านมา จำนวนการหลอกลวงจะลดลง แต่เรื่องนี้ยังคงเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในภาวะที่เรากำลังเผชิญวิกฤตและความไม่แน่นอน ดังนั้นจึงจะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยเรื่องนี้จำเป็นต้องขับเคลื่อนอย่างหนักแน่นมากกว่าเดิมต่อไป

“นโยบายในรอบนี้สรุปง่ายๆสิ่งที่กระทรวงดีอีต้องทำและต้องเป็นคือเป็นตัวเชื่อมให้ทุกภาคส่วนของภาครัฐเพื่อประกอบข้อมูลให้คนที่มีอำนาจตัดสินใจสามารถตัดสินใจบน Statistic based decision ได้ อีกส่วนคือการเป็นตัวเชื่อมภาครัฐกับภาคประชาชน เพื่อนำสวัสดิการหรือแนวทางการรับมือวิกฤตต่างๆ เพื่อส่งต่อให้ถึงประชาชนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว เป็นธรรมและโปร่งใส รวมทั้งต้องทำแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลใหม่ของประเทศเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในรูปแบบให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้รวมทั้งสภาวะสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด”

ด้านแนน บุณย์ธิดา รมช.ดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอีจะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานทุกกระทรวง ในการดำเนินนโยบายด้านสวัสดิการและมาตรการต่างๆของรัฐบาลไปสู่ประชาชน เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หลังจากนี้จะได้เห็นความเข้มข้นของการบูรณาการข้อมูลและการประสานงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลของแต่ละกระทรวงมากยิ่งขึ้น โดยปราศจากข้อจำกัดต่างๆ 

“ต้องปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโลกดิจิทัลให้ครอบคลุมและปลอดภัยเพราะประชาชนกว่า 70% ใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลรวมทั้งการเป็นตัวกลางในการประสานงานกับทุกกระทรวง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกที่สุดในการติดต่อกับภาครัฐในส่วนต่างๆ จะได้เห็นความเข้มข้นมากขึ้นในการประสานกับทุกกระทรวง”

ดังนั้นการดำเนินการด้านมาตรการต่างๆของรัฐบาล กระทรวงต่างๆ จะนำไปสู่ประชาชนได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงานที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี จะดำเนินการด้านการบูรณาการข้อมูลตามนโยบายของกระทรวงต่างๆ เช่น เรื่องเกษตรแม่นยำ ข้อมูลการค้า การนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ การดูแลผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป ซึ่งหน่วยงานของรัฐ จะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นอันดับแรก

“ขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และให้คำมั่นสัญญาว่าพวกผม กระทรวงดีอีเราจะใช้วิกฤตนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด ใช้วิกฤตนี้ในการประเมินเพื่อให้เห็นว่าอะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยน ก็จะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อวางโครงสร้างในการพัฒนาประเทศต่อไป” ไชยชนกกล่าว

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *