เสียงสะท้อน ‘แพ็กเกจเดือนละ 210 บาท’ กสทช. เมาหมัด หลงทิศ !!

งามไส้ หลังกสทช. มีมติเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ การปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการเหมาจ่ายเดือนละไม่เกิน 210 บาท โทร 70 นาที อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ความเร็วสูงสุดสำหรับปริมาณข้อมูล 6 GB หลังจากนั้นความเร็วลดเหลือ 512 Kbps เสียงสะท้อนคนในวงการกระหึ่มงานนี้กสทช. เมาหมัด หลงทิศ ก้าวล่วงเข้าไปในสิ่งที่ควรเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ กลไกลการตลาด การแข่งขัน ที่สำคัญกสทช. กำลังมัดทุกอย่างรวมกันภายใต้กรอบความคิดทุกอย่างต้องถูก ชี้ทางสว่างกสทช. ควรกำกับอัตราค่าบริการ ไม่ควรกำกับแพ็กเกจเพราะควรปล่อยให้ผู้ประกอบการออกแบบแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ตามกลไกแข่งขันเสรีมากกว่า

พลันที่กสทช. มีมติ เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเรื่องการปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยคำนึงประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเห็นควรให้มีการกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 210 บาท ซึ่งเป็นค่าบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกำหนดสิทธิขั้นต่ำสำหรับบริการเสียงที่ 70 นาที และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่แบบใช้งานไม่จำกัด โดยมีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุดสำหรับปริมาณข้อมูล 6 GB ส่วนที่เกินกว่าปริมาณดังกล่าวให้ใช้งานได้ต่อเนื่องที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 512 Kbps

เสียงสะท้อนที่ดังก้องข้ามวัน คือ ‘เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง’ พร้อมความเห็นที่กสทช. น่ารับฟังก่อนวันรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่คาดว่าน่าจะดุเด็ดเผ็ดมันมากกว่านี้ เพราะแหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมหลายคนมองว่า การกำกับดูแลของกสทช. มีการกำกับอัตราค่าบริการขั้นสูงอยู่แล้วว่าไม่ให้ราคาสูงเกินเท่าไหร่ ซึ่งค่ายมือถือ (ที่เหลือจำนวนจำกัด ส่วนหนึ่งเพราะฝีมือกสทช.) ก็สามารถทำได้ตามที่กสทช.กำหนดอยู่แล้วเรื่องของแพ็กเกจ ควรเป็นเรื่องของผู้ประกอบการที่จะออกแบบแพ็กเกจต่างๆ เพื่อให้ประชาชน เลือกใช้ตามความต้องการของลูกค้ามากกว่า

“การที่กสทช.จะเอาแพ็กเกจเป็นตัวกำหนดราคา เป็นการสร้างบรรทัดฐานบอกว่าราคาต้องเป็นแบบนี้ แพ็กเกจต้องเป็นแบบนี้ซึ่งสุดท้ายจะไม่มีความหลากหลายของแพ็กเกจอีกเลยถ้ากสทช. มากำกับแบบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ผู้ประกอบการแบ่งกลุ่มของลูกค้าตามความต้องการ โดยออกแบบแพ็กเกจตามความต้องการของลูกค้า ให้ลูกค้าเป็นคนเลือกเอง” 

นอกจากนี้ เหตุผลที่ว่าการปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยคำนึงประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเห็นควรให้มีการกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 210 บาทนั้น กสทช.ควรกำหนดให้ชัดเจนมากกว่าเหวี่ยงแห กระจายเป็นวงกว้างแบบนี้ โดยควรระบุไปเลยว่าเป็นแพ็กเกจสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส หรืออื่นๆ อย่างนี้ดูว่าเป็นหน้าที่กสทช.ที่จะทำมากกว่า แต่การที่จะเอาแพ็กเกจมากำหนดอัตราค่าบริการไม่น่าจะเหมาะสม ไม่มีหลักการและแนวทางที่ถูกต้อง

“ตอนนี้ในตลาดแพ็กเกจที่ถูกที่สุดมีตั้งแต่เดือนละ 99 บาทขึ้นอยู่กับลูกค้าจะไปใช้ท้อปอัพ บางคนเลือกวอยซ์ บางคนเลือกดาต้าซึ่งมีให้เลือกหลากหลายอยู่แล้ว แต่การมากำหนดว่าเดือนละ 210 บาทต้องได้เท่านั้นเท่านี้ ไม่น่าจะถูกต้อง การกำกับที่ดีควรกำกับที่อัตราการใช้งานต้องไม่เกินเท่าไหร่ในแต่ละแพ็กเกจ แต่การที่เอาแพ็กเกจมารวมกัน มันเป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการที่ออกแบบแพ็กเกจร่วมกัน”

แหล่งข่าวกล่าวว่าการที่กสทช. ใช้วิธีการกำกับแพ็กเกจด้วยการอ้างการคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือประโยชน์สาธารณะถือว่า 1.เป็นการก้าวล่วงเข้าไปในสิ่งที่ควรเป็นเรื่องของผู้ประกอบการ 2.กสทช. กำลังเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วกำหนด เช่น วันนี้ผู้ประกอบการมีแพ็กเกจที่ถ้าวอยซ์โทรออกราคาถูก ดาต้าอาจมีราคาสูงนิดหนึ่ง แพ็กเกจจะเป็นท้อปอัพในราคาต่ำ แต่ถ้าเป็นแพ็กเกจที่วอยซ์ราคาแพง ดาต้าราคาถูก หรือ วอยซ์ราคาถูก ดาต้าแพงหรือวอยซ์อย่างเดียว หรือ ดาต้าอย่างเดียว เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือก  แต่การมากำหนดวอยซ์ก็ถูก ดาต้าก็ถูก ทุกอย่างต้องถูก มันจะทำให้มาตรฐานการให้บริการเปลี่ยนไป

“แพ็กเกจ 210 บาทของกสทช. กระทบทางเลือกผู้บริโภคแน่นอน เพราะสุดท้ายผู้ประกอบการต้องทำแพ็กเกจเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค แพ็กเกจนี้อาจไม่มีคนซื้อเลยก็ได้ เพราะไม่ได้ตอบโจทย์ อย่างเช่นในเรื่องความเร็ว ดูหนัง ฟังเพลง ได้บ้าง แต่ดูสตรีมมิ่งต่อเนื่องไม่ได้ สุดท้ายผลกระทบลูกค้าก็จะโทรมาด่าผู้ประกอบการว่าออกแพ็กเกจอะไรทำไมใช้งานไม่ได้ตามที่ต้องการซึ่งหน้าที่การกำกับดูแล ไม่ควรกำกับที่แพ็กเกจ ควรกำกับที่ราคา ไม่ให้เกินเท่านั้น เท่านี้”

ด้านน.พ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช. กล่าวว่าเรื่อง 210 บาทยังมีขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะรออยู่

ท้ายสุดขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก็จะทำให้รู้กันว่าอาการเมาหมัด หลงทิศ มันเป็นเช่นไร !!

 

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *