Atome ประเทศไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้า จับมือบริษัทผู้นำแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง

อาโตมี่ ประเทศไทย แอปพลิเคชันให้บริการสินเชื่อแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในไทย ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย ผู้ได้รับสิทธิ์ธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์แฟชันชั้นนำระดับโลก เพิ่มโอกาสให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้าถึงบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง พร้อมตัวเลือกแบ่งชำระได้ 3 งวด อัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและวางแผนการใช้จ่ายได้คล่องตัวมากขึ้น

อาโตมี่ ประเทศไทย (Atome Thailand) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์บนแอปพลิเคชันด้วยรูปแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later – BNPL) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านฟินเทคในประเทศไทย ด้วยการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย (AL-Futtaim Group) ผู้ได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของผู้บริโภคไทยให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายในยุคดิจิทัล

โดยความร่วมมือนี้เป็นการเปิดโอกาสและเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงสินเชื่อให้ลูกค้ารายย่อยในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายได้คล่องตัวมากขึ้นโดยการมอบทางเลือกให้ลูกค้าเพื่อสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีวินัย ซึ่งลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชัน Atome ชำระค่าสินค้าได้ที่จุดชำระเงินหน้าร้าน และเลือกแบ่งชำระ 3 งวด อัตราดอกเบี้ย 0% กับ 6 แบรนด์แฟชันชั้นนำได้แก่ Zara, Massimo Dutti, Pull&Bear, Bershka, Oysho และ Zara Home รวมกว่า 23 สาขา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคพร้อมช่วยดึงลูกค้าใหม่ๆ มาใช้บริการเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ Atome ได้มอบส่วนลดพิเศษ เมื่อลูกค้าใช้บริการชำระเงินผ่าน Atome โดยรับส่วนลดจาก Zara, Massimo Dutti, Pull&Bear, Oysho และ Zara Home สูงสุด 300 บาท และ Bershka สูงสุด 250 บาท มีจำนวนจำกัด สงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่กดรับและใช้ส่วนลดก่อนมีสิทธิ์ก่อนโดยสามารถใช้ส่วนลดได้ 1 ครั้ง/ผู้ใช้/แคมเปญ/แบรนด์ และรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Atome เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายน 2569

การใช้งาน Atome มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลูกค้าใหม่สามารถเริ่มต้นใช้งานครั้งแรกได้ง่ายๆ  เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Atome ผ่านระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS จากนั้นลงทะเบียนสมัครสมาชิกด้วยการผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ยืนยันตัวตนตามขั้นตอนและเงื่อนไขเพื่อเริ่มต้นใช้บริการ ทุกครั้งที่จะทำการซื้อสินค้า สามารถเลือกสแกนจ่ายด้วย Atome และจะทราบผลอนุมัติได้ขณะทำรายการ

โดยขั้นตอนการชำระเงินผ่าน Atome สะดวกและใช้งานง่าย เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น คือ 1) กดปุ่ม Pay 2) สแกน QR Code 3) ระบุยอดเงินที่ต้องชำระเป็นจำนวนเต็มจากนั้นแอปพลิเคชันจะคำนวณยอดแบ่งชำระอัตโนมัติ  ซึ่งในการชำระครั้งแรก ลูกค้าจะจ่ายจำนวน 1 ใน 3 ของยอดชำระรวมทั้งหมด และชำระอีก 2 งวด ในจำนวนเท่ากัน อัตราดอกเบี้ย 0% และไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ กรณีที่ลูกค้าไม่ผิดนัดชำระ

ปัจจุบัน บริการชำระเงินแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ Buy Now Pay Later – BNPL เป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าธุรกิจ BNPL มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินว่าปีพ.ศ. 2571 การชำระเงินแบบ BNPL จะมีมูลค่าสูงถึง 15,818 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 17 เท่าจากปี 2564 สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมตัวเลือกการใช้จ่ายแบบยืดหยุ่นมากขึ้น

ทั้งนี้ Atome เป็นแอปพลิเคชันการเงินดิจิทัลชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคภายใต้บริษัทแม่  Advance Intelligence Group  บริษัทฟินเทคจากสิงคโปร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินและนักลงทุนระดับโลก และสามารถระดมทุนได้มากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 23,100 ล้านบาท เริ่มให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โดยเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มบิวตี้ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ปัจจุบันขยายบริการไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ ประเทศจีน และละตินอเมริกา

ปัจจุบัน บริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด หรือ เคไอวี (KASIKORN INVESTURE: KIV) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ได้เข้ามาลงทุนใน Atome ประเทศไทย ด้วยสัดส่วนเกินกว่า 50% เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าและบริการตามที่ความต้องการที่หลากหลาย อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีวินัย

สำหรับ Al-Futtaim Group Thailand (อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย) เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้เครือ Inditex Group ในประเทศไทย ซึ่งดูแลแบรนด์ต่าง ๆ อาทิ Zara, Massimo Dutti, Pull&Bear, Bershka, Oysho และ Zara Home

Al-Futtaim เป็นกลุ่มธุรกิจจากตะวันออกกลาง ซึ่งได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ที่มีนวัตกรรมสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ รวมไปถึงในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งยานยนต์ ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน

Add a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *